“ธัญญ่า-แคนดี้” เปิดใจโดนโกงกว่า 100 ล้าน! ทนทำงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้
กลายเป็นผู้ประสบภัย โดนโกงเงินจากคนคนเดียวกัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท สำหรับ ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ แคนดี้ รากแก่น ถึงขั้นธัญญ่าต้องรับงานหนัก เอาบ้าน เอารถเข้าแบงก์เพื่อใช้หนี้ และแคนดี้ทุ่มเงินเก็บหมดหน้าตักจนเกิดภาวะซึมเศร้าจนอยากจบชีวิตตัวเอง ล่าสุดสองสาวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow เล่าถึงประสบการณ์โดนโกงกว่า 100 ล้านบาท
อย่างที่ทราบกันตามหน้าสื่อและรายการต่างๆ พี่ธัญญ่า พี่เป๊ก สัณณ์ชัย พี่แคนดี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้ประสบภัยทางธุรกิจ โดนโกง ใช้คำนี้ได้ไหม?
แคนดี้ : ได้ค่ะ น่าจะอย่างนี้เลย
ของพี่ญ่าก่อนโดนไปเท่าไหร่?
ธัญญ่า : รวมทั้งหมด 83 แต่มันมีส่วนที่ได้คืนมาบ้างแล้ว แต่ไม่ถึง 10%
ของพี่แคนดี้ละ? แคนดี้ : 44 ล้าน
ของพี่ญ่ากับพี่แคนดี้มันคือการทำธุรกิจและนำไปสู่การถูกโกง มันเริ่มต้นได้ยังไง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?
แคนดี้ : เราทำธุรกิจอยู่แล้ว ค่อนข้างดูเยอะทุกครั้งที่ทำอะไร อย่างอันนี้ แคนดี้เข้าสู่ธุรกิจนี้คือตัวเองเป็นคนขายของอยู่แล้ว เราก็หาสินค้าขาย ทีนี้คนนี้เขาเป็นเหมือนโรงงานที่แปรรูปสินค้าแล้วส่งออก พอส่งออกมันก็จะใหญ่กว่าที่เราเคยทำ เราทำขายออนไลน์ ซื้อมาขายไป แล้วทีนี้วันนึงเราอยากโต ไปเจอเขาซึ่งเขามีโรงงาน แล้วพี่ญ่าก็เห็นว่าแคนดี้ไปอยู่กับเขา ออกจากการขายของออนไลน์ไปเรียนรู้อยู่กับเขา 5 เดือน ไปอยู่อย่างนั้น ไปดูระบบเขามีลูกค้ามาจริง พอมันถึงช่วงฤดูกาลที่ทำได้ เพราะสินค้าเขาเป็นฤดูกาล เขาก็เลยบอกว่ามาลงไหม มาทำไหม คือซื้อมาขายไปเหมือนกัน ลงทุนปุ๊บเขาซื้อของส่งไป พอได้เงินเขาก็ให้เราเลย
คุณแคนดี้ไปก่อนคนแรก?
แคนดี้ : ใช่ๆ มันเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งเราลองทำดู โอเคมันก็ได้ มันอยู่ในก้อนที่เราพร้อมลงทุน คือ 1.8 ล้าน นี่คือก้อนแรก ก็ได้คืนกลับมาทั้งต้นและดอก
ขั้นตอนต่อไปคืออะไรอีก?
แคนดี้ : พอเราทำอันแรกปุ๊บมันก็มีลูกค้าเข้ามาอีก ทีนี้มันอยู่ที่การพูดคุยแล้ว หาของให้ลูกค้าได้ไหม หาของได้ก็ส่ง เราก็ทำอยู่อย่างนี้ 4-5 รอบ ก็ได้ตลอด
ทางฝั่งของพี่ญ่ารู้จักผ่านคุณแคนดี้ หรือรู้จักเขาอยู่แล้ว?
ธัญญ่า : มาจากพี่เป๊กรู้จักก่อนก็น่าจะคุยเรื่องธุรกิจกันแล้วมันน่าจะต้องใช้เงิน แกก็เลยพาพี่เข้าไปคุยด้วย เราก็ไปฟังเกี่ยวกับธุรกิจ แล้วเราก็รู้ว่าแคนดี้ทำอยู่แล้ว ก็อย่างที่แคนดี้บอกแหละ เราลงทุนไปแล้วอีก 2 อาทิตย์เงินที่เราลงทุนและตัวกำไรจากการขายสินค้าจะกลับมา เราก็แบ่งกับเขาคนละครึ่ง ซึ่งถือว่ามันเป็นผลตอบแทนที่ดี
รอบแรกที่พี่ญ่ากับพี่เป๊กลงไปเท่าไหร่?
ธัญญ่า : พี่ไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 4-5 ล้าน แล้วผลตอบรับที่กลับมามันใช้ได้เลย
รูปแบบธุรกิจเขาคือเป็นโรงงานผลิตของแล้วก็ส่งออก?
ธัญญ่า : ใช่ค่ะ มันส่งไปเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตู้นึงลงทุนประมาณ 4-5 ล้านต่อตู้ แล้วพอขายเสร็จเขาก็ส่งคืนมาด้วยกำไร ก็เหมือนลงทุนร่วมกัน ขายได้กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง
กำไรเยอะไหม? ธัญญ่า : เกือบ 10% นะ แต่ก็ปกติของการทำงาน มันดูเป็นไปได้ ไม่หลอกลวง
แคนดี้ : มันดูเข้าท่า ทีนี้พอลงอันแรก แคนดีก็เริ่มเพิ่ม รอบต่อไปลูกค้าสั่งมา ออเดอร์มาอีกแล้ว เราเห็นใบออเดอร์ เราก็ลงไปเรื่อยๆ ลงไปอีก 3 ล้าน จนถึง 10 ล้าน เป็นก้อนที่แคนดี้วางตัวเองไว้แค่นั้น คือบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกิจเกินกว่านี้คือให้ลิมิตตัวเองไว้แค่นี้ ก็ลงไป 10 ล้านแล้ว แต่ 10 ล้านนี้มันอยู่ระหว่างการเดินทางมันยังไม่กลับมา 2-3 รอบแรกคือได้แล้ว
10 ล้านรอบนี้นานไหม? แคนดี้ : รอบนี้นาน เขาบอกว่าเขาต้องไปหาสินค้าจากต่างประเทศมา เราก็โอเคสินค้าจากต่างประเทศมันก็ดูมีอะไร ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ก็เลยลงแล้วมันก็ใช้เวลานานกว่าเดิม เราก็รอ จนกระทั่งมาถึงล็อตใหญ่
ทางฝั่งพี่ญ่า ในขณะที่คุณแคนดี้รอให้เขาหาของจากต่างประเทศ ฝั่งพี่ญ่าดูว่ามีแนวโน้มดี รอบแรกลงไป 4 กำไรคืนมา 10% หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
ธัญญ่า : ก็ลงเพิ่ม ด้วยความที่เราเห็นว่าตู้คอนเทนเนอร์นึงมันได้แล้ว ก็เพิ่มเป็นสอง เพิ่มเป็นสามไปเรื่อยๆ แล้วเราก็คุยกับพี่เป๊กว่าจริงๆ น่าจะชวนเพื่อนที่เราสนิทจะได้เติบโตไปด้วยกัน ก็เลยชวนเพื่อนเรา แล้วพี่เป๊กก็ชวนเพื่อนเขา ซึ่งของเราก้อนเล็กกว่า แต่ของพี่เป๊กจะก้อนใหญ่ เพื่อนเขามีเงินมากกว่า
ในกรณีของคุณแคนดี้เริ่มตั้งแต่ 10 ล้านไปนานเลยยังไม่กลับ ของพี่ญ่ากี่รอบถึงจะเริ่มเอ๊ะ มันนานผิดปกติ? ธัญญ่า : ของพี่ไม่ใช่ไปนานแล้วมันไม่กลับ แต่ของเราด้วยความไว้ใจ พี่เป๊กก็บอกว่าก็เอาเงินไปไว้ตรงนั้นเลย เขาจะได้ไม่ต้องเอาไปกลับ คือเป็นเงินทุนไปเลย แล้วเอามาแค่กำไร
เอาเงินไปไว้ที่เขาเลยเท่าไหร่? ธัญญ่า : มันค่อยๆ เพิ่มนะ จาก 4-5 ล้าน เงินตัวเอง เงินสด 20 ก่อน แล้วไปคุยกับคุณพ่อ คือเรารู้สึกว่าธุรกิจมันไปได้ดี ถ้าเรามีเงินมากกว่านี้มันก็ดีนะ ก็ไปคุยกับคุณพ่อพี่เป๊ก น้องสาวพี่เป๊ก ซึ่งทั้งคุณพ่อและกี้บอกเป็นไปไม่ได้ อะไรมันจะได้กำไรดีขนาดนี้ ไม่งั้นคนก็ทำไปทั่วแล้วสิ คือถ้าจะทำก็ทำเองไม่ใช่ไปให้คนอื่นเขาทำ ให้เขาดูแลเงินให้มันไม่ได้ คุณพ่อเลยไม่เข้าร่วม คุณพ่อบอกไม่ให้ทำ แต่พวกเราทำไปแล้ว เราก็แบบ…เอาไงดี
พอคุณพ่อไม่เห็นด้วย ตอนนั้นความรู้สึกเราเป็นยังไงเริ่มเอะใจไหม? ธัญญ่า : ไม่เอะใจเลย ไปต่อ น้องสาวพี่เป๊กก็ไม่ได้เหมือนกัน บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราก็คุยกับพี่เป๊กแต่เราเห็นนะว่ามันได้
ทางฝั่งพี่ญ่าไปแล้ว 20 เอาบ้านไปเข้าอีก 10 พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 แล้วเงินเพื่อนมีไหม? ธัญญ่า : เงินเพื่อนฝั่งพี่ก็น่าจะประมาณเกือบ 5 ล้าน ฝั่งพี่เป๊กอีก 20 ล้าน
ของแคนดี้ นอกจากเงินเราไปแล้วยังไม่กลับ 10 ล้าน เรามีชวนเพื่อนไหม? แคนดี้ : มีชวนค่ะ แต่ก่อนชวนแคนดี้เอาเงินส่วนตัวของตัวเอง ที่ปกติเราจะไม่ยุ่งกับก้อนนี้เก็บมาทั้งชีวิต ก็คือเป็นก้อนที่เราเก็บไว้ดูแลคุณแม่ ส่วนอีกก้อนนึงบอกตัวเองว่าจะเกษียณ 2 ปีฉันจะเที่ยวแล้ว ก็เป็นเงินเที่ยว เงินใช้จ่าย เอาไงดีนะ คือรอบนี้รอบสุดท้าย เป็นรอบใหญ่เขาต้องใช้เงินเท่านี้ ความโลภด้วยแหละ เราเลยตัดสินใจ มันเห็นมาตลอดว่ามันได้ ได้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรด้วย เราเลยตัดสินใจยืมเงินตัวเองก่อน เอาออกมาจากกองนี้ประมาณ 25 ล้าน เสร็จแล้วปรากฏว่ามันทำได้ดีเหมือนพี่ญ่าเลย แล้วมีเพื่อนที่เราทำธุรกิจด้วยอยู่ตอนนั้น เราเลยชวนเขา อยากให้เขาได้ด้วย เอ็นดูเขา รักเขา แต่เราชวนเขาคนเดียว เขาก็ลงมา 7 ล้าน ทั้งหมดก็กลายเป็น 42 ล้าน
ธัญญ่า : ของเพื่อนพี่เป๊กไม่ใช่ 20 แต่เป็น 30 มีอีก มันลืมๆ
ทีนี้พอลงกันไปเยอะๆ แล้ว พอเริ่มติดขัด หลังจากนั้นคุยกันว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้? ธัญญ่า : ของพี่ลงไปน่าจะประมาณกันยายน ตุลาคม 2 ปีมาแล้ว จำไม่ได้ว่าปีไหน ประมาณตุลาคม ถึงกุมภาพันธ์ที่ได้มาแบบต่อเนื่อง แล้วหลังกุมภาพันธ์ที่มันหยุดชะงักไปเลยจนถึงทุกวันนี้ แล้วเงินต้นก็หายไปด้วยเลย