โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประเมิน3ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 3.10 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอยู่ในมิติทางทหาร แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นพลังงาน ความมั่นคงทางทะเล และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริเวณทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อจึงเพิ่มระดับความเสี่ยง (risk premium) ในตลาดการเงิน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวงกว้าง

ขณะที่ในมิติทางเศรษฐกิจ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ‘ความผันผวนของราคาพลังงาน’ เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ความเสี่ยงด้านอุปทานส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเป็นระยะ

ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต อัตราเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ นอกจากนี้ ความตึงเครียดที่อาจลุกลามไปยังประเทศผู้ผลิตหลัก หรือกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาจทำให้ตลาดการเงินเข้าสู่ ‘ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off)’ ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจากตลาดเกิดใหม่ไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยว การขนส่ง และการประกันภัยระหว่างประเทศก็เผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย

สำหรับภาพการลงทุน ความขัดแย้งในลักษณะนี้มักกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว และเงินสกุลหลักบางสกุล ในขณะที่ตลาดหุ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานสูงอาจเผชิญแรงกดดันระยะสั้น

อย่างไรก็ดี กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Cross Asset Investment Opportunity (SCB CIO) ได้ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่าน 3 ฉากทัศน์หลัก โดย ศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า SCB CIO คาดว่าสงครามจะไม่ลุกลามเป็นวงกว้างจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาค ดังนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันยังจำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เรามองความเป็นไปได้ของสถานการณ์เป็น 3 กรณี ดังนี้

  • 1. Base Case (โอกาสเกิด 65%) มีการปะทะรุนแรงในระยะสั้น แต่อิหร่านยอมถอยในประเด็นนิวเคลียร์หลังการสูญเสียผู้นำ นำมาสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในที่สุด ซึ่งคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 2. Best Case (โอกาสเกิด 25%) การเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็ว ทำให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นสู้และเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ที่ฝักใฝ่ตะวันตก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันกลับมาเร็ว ราคาน้ำมันดิบ Brent จะปรับฐานลง อยู่ที่ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และ 3. Worst Case (โอกาสเกิด 10%) สงครามยืดเยื้อ ขยายวงกว้างขึ้นและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร โดยการเปลี่ยนระบอบการปกครองทำได้ยากและเกิดสงครามกลางเมือง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งขึ้น อยู่ที่ 90-120 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

โดยในส่วนของคำแนะนำลงทุน SCB CIO มองว่า ตลาดหุ้นโลกมีโอกาสปรับลดลงในระยะสั้น ตามความกังวลบนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) โดยเราไม่แนะนำขายหุ้นจากประเด็นนี้ เนื่องจากผลกระทบยังจำกัด แต่เป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม (Buy on weakness) ในตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งทั้งบนพอร์ตหลักระยะยาว (Core Portfolio) และพอร์ตเสริมระยะสั้น (Opportunistic Portfolio) สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูงขึ้นไป

สำหรับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ แม้ได้รับแรงหนุนระยะสั้น จากการมีหุ้นกลุ่มพลังงานในสัดส่วนที่มาก แต่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสผันผวน และอาจปรับลดลงตามตลาดหุ้นโลกเช่นกัน นอกจากนี้ ดัชนี SET Index พุ่งขึ้นถึง 21.3% แล้ว เพิ่มโอกาสที่จะมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดยกรณีผู้ที่มีหุ้นไทยอยู่ในพอร์ตลงทุน แนะนำให้ถือ เพื่อรอขายเมื่อดัชนีฯ ฟื้นตัว เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรของดัชนี SET Index ยังต่ำกว่าตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ กรณีที่รับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ อาจกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวม ไปยังตลาดหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มกำไรดีกว่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้.

ครองขวัญ รอดหมวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...