“ทั้งจีนและอเมริกาต่างได้รับผลกระทบแตกต่างกันจากเหตุการณ์เวเนซุเอลา”
“ทั้งจีนและอเมริกาต่างได้รับผลกระทบแตกต่างกันจากเหตุการณ์เวเนซุเอลา”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
เวเนซุเอลาตั้งอยู่บนชายฝั่งตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนในยุคที่จักรวรรดินิยมออกล่าเมืองขึ้น ผ่านการใช้เผด็จการกดขี่เอาเปรียบอยู่นาน ในที่สุดสเปนก็ให้เอกราชแก่เวเนซุเอลาในปี ค.ศ. 1830
เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีแหล่งสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก สถิติเมื่อปีที่แล้วพบว่ามีน้ำมันสำรองมากถึง 303,220 ล้านบาร์เรล เหนือกว่าประเทศในแถบตะวันออกกลางเสียอีก รัฐบาลรู้สึกพึงพอใจกับทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาลของประเทศ คิดแต่ว่าจะอยู่ได้ด้วยการขุดเจาะน้ำมันส่งออกขายเป็นเศรษฐกิจหลัก หรือ เศรษฐกิจเดียวของประเทศ ขาดความกระตือรือร้นที่จะส่งเสริมให้ประชาชนสร้างเศรษฐกิจรูปแบบอื่นๆ ตรงกันข้ามกลับใช้ลัทธิประชานิยมใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย เพื่อซื้อความพึงพอใจของประชาชนแบบสุดขั้ว เช่น ให้ประชาชนใช้น้ำมันและไฟฟ้าฟรี มีกินมีใช้ไปวันๆ ไม่ต้องดิ้นรนมากมาย แต่น้ำมันโดยไม่มีเศรษฐกิจอย่างอื่นมารองรับ สุดท้ายประเทศก็ต้องตกอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อยาวนาน ประชาชนพยายามหาทางหนีออกนอกประเทศ ส่วนผู้นำก็ถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกสีเทา หากินกับการค้าทรัพยากรของชาติ ค้ายาเสพติด และฟอกเงิน ฯลฯ
แล้วจู่ๆ กลางดึกของคืนวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ผู้วางตัวเป็นศาลโลก ก็ออกฤทธิ์ออกเดชแบบอัศวินผู้มาเหนือเมฆ สั่งระดมพลเต็มรูปแบบทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ จู่โจมเข้าถึงตัวประธานาธิบดีมาดูโร (Maduro) และภริยาซึ่งขณะนั้นอาจจะยังหลับอยู่ จับตัวทั้งสองแล้วส่งลงเรือรบมุ่งหน้าไปนิวยอร์ก ต่อจากนั้นส่งตัวมาดูโรและภริยาไปขึ้นศาล ด้วยข้อหาร้ายแรงต่างๆ เช่น ส่งยาเสพติดเข้าไปอเมริกา ฟอกเงิน ทำผิดกฎหมาย และคงจบลงด้วยการถูกจำคุก ส่วนทรัมป์นั้นหลังจากก่ออาชญากรรมลักตัวผู้นำประเทศอื่นไปโดยใช้กำลังแล้ว ก็ประกาศหน้าเฉยตาเฉยว่า เขานี่แหละจะเป็นรัฐบาลรักษาการทุกด้านให้กับเวเนซุเอลาตลอดไปจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่
อะไรคือ แรงบันดาลใจให้ทรัมป์ทำสิ่งชั่วร้ายขนาดนั้น ? ทรัมป์ต้องการจะฮุบทรัพยากรอันอุดมของเวเนซุเอลาไปเท่านั้นหรือ ? หรือต้องการสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับคู่แข่งรายสำคัญ.. คือ จีน
เวเนซุเอลาเป็นมิตรสหายที่ใกล้ชิดกับจีนไม่ต่ำกว่า 20 ปี จีนเป็นประเทศแรกๆ ที่เข้าไปทำธุรกิจด้านต่างๆ ในเวเนซุเอลามากที่สุด ธุรกิจจากจีนมีตั้งแต่พลังงาน การก่อสร้างสาธารณูปโภค การสื่อสารคมนาคม การเกษตร แต่จุดเน้นอยู่ที่การขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียม เหมืองแร่ และน้ำมันในทะเล กล่าวกันว่า จีนลงทุนในเวเนซุเอลามากกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
จีนเข้าไปขุดเจาะน้ำมันในเวเนซุเอลาเป็นรายแรกในปี 1997 มีทั้งเหมืองบนบกและทะเล แต่ละเหมืองมีเป้าหมายการผลิตถึงวันละ 2 แสนถัง จีนยังสร้างโรงกลั่นน้ำมันจากน้ำมันดิบที่ขุดได้ด้วย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีข้อตกลงร่วมกันว่า จะใช้เงินสกุลหยวนเป็นตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน
น้ำมันดิบของเวเนซุเอลาเป็นทรัพยากรที่มีความหลากหลายเชิงยุทธศาสตร์ จุดเด่นคือคุณภาพที่เหมาะสำหรับการกลั่นน้ำมันดีเซล และทำยางมะตอย ซึ่งยากที่น้ำมันจากตะวันออกกลางจะทดแทนได้ และด้วยเหตุนี้จีนจึงได้ประโยชน์มหาศาลจากการค้าน้ำมันกับเวเนซุเอลา ขณะที่เวเนซุเอลาแม้จะมีน้ำมันแต่ขาดแคลนเงินสดในมือ จีนจึงเป็นฝ่ายเสนอให้เงินกับเวเนซุเอลาในลักษณะเงินกู้ ให้เวเนซุเอลาถือไว้ให้อุ่นใจ จากนั้นทุกครั้งที่มีการซื้อขายน้ำมันก็ใช้วิธีหักกลบลบหนี้ออกจากเงินที่จีนให้เวเนซูเอลาถือไว้
ในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น สร้างทางรถไฟ การไฟฟ้า บ้านพักอาศัยของชาวบ้าน จีนก็ลงทุนไปอีก 2.66 พันล้านเหรียญ ผ่านการปล่อยกู้โดยเอาน้ำมันเข้าแลก ประมาณว่าปลายปีที่ผ่านมา เวเนซุเอลาเป็นหนี้จีนซึ่งประกันด้วยการชำระด้วยน้ำมันอยู่ 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ อีกรวมแล้วสูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ปัญหาอยู่ที่ว่า เงินจำนวนมหาศาลที่จีนทั้งปล่อยกู้ทั้งลงทุนร่วมกับมาดูโร อเมริกาจะให้การยอมรับหรือไม่ เรื่องนี้ฝ่ายจีนอ้างกฎหมายสากลว่า แม้อำนาจรัฐเปลี่ยนไป การลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายยังต้องได้รับการเคารพ
ทางออกที่สองของการ “ใช้หนี้” ด้วยน้ำมันนั้น ที่ผ่านมาเวเนซุเอลาก็เคยมีปัญหาไม่ได้เอาน้ำมันไปชำระหนี้ จีนก็อนุญาตให้ใช้หนี้ด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นๆ เช่น แร่เหล็ก แร่ทองคำ แม้แต่กาแฟและโกโก้ เป็นแผนสำรอง เมื่อน้ำมันจากเวเนซุเอลาต้องยุติการผลิต จีนก็ต้องไปซื้อจากตะวันออกกลางและรัสเซียซึ่งต้องจ่ายสดในราคาที่แพงกว่า ส่วนทรัมป์ที่หวังจะเอาน้ำมันที่ยึดได้มาขายให้จีน ก็ถูกจีนปฏิเสธ เพราะผิดข้อตกลงแต่เดิมที่ทำไว้กับเวเนซุเอลา
แล้วผลกระทบของทางฝ่ายอเมริกาเล่าจะเป็นอย่างไร ? ลองมาดูเรื่องที่จะทำให้ทรัมป์ต้องกุมขมับเอะอะโวยวายไปตามนิสัยก็คือ การจะได้มาซึ่งน้ำมันอันอุดมในเวเนซุเอลานั้น จำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีการขุดเจาะและการผลิตชนิดพิเศษ เพราะขุดเจาะลำบากมาก
การขุดเจาะน้ำมันในเวเนซุเอลานั้น แยกไม่ออกจากเทคโนโลยีการเจาะและการผลิตที่มีลักษณะพิเศษ คือ ขุดเจาะลำบาก โดยเฉพาะน้ำมันแบบข้น จีนเองเป็นผู้พัฒนารายแรกที่มีประสบการณ์การขุดเจาะมานานกว่า 20 ปี ฐานการผลิตและอุปกรณ์การขุดเจาะทุกอย่างจีนก็ยังเป็นเจ้าของอยู่ หากจู่ๆ อเมริกาก็คิดจะมาขุดไปใช้ง่ายๆ แบบจับเสือมือเปล่า ก็คงเป็นไปไม่ได้ นอกจากจะต้องร้องขอความร่วมมือกับวิสาหกิจของจีนในเวเนซุเอลาเท่านั้น
ความ ”ซวย” ของทรัมป์ยังไม่จบ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลสูงสหรัฐฯมีมติ 6:3 ตัดสินว่า ทรัมป์ไม่มีสิทธิ์ใช้กฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศในการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเกือบทุกประเทศทั่วโลกได้ ศาลยังเปิดทางให้ผู้บริโภคภาคธุรกิจต่างๆ สามารถเรียกเงินคืนจากภาษีที่ถูกนายทรัมป์เก็บไปแล้ว ซึ่งกะว่าจะมีมูลค่าราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ