InterGOLD กางสถิติ 20 ปี ชี้ ทองคำ จ่อปรับฐานหลังตรุษจีน แนะชะลอไล่ราคาเลี่ยง ‘ติดดอย’
เผย Win Rate ช่วงสัปดาห์ตรุษจีนลดเหลือ 50% สะท้อนราคา ทองคำ ซึมซับข่าวดีไปเกือบทั้งหมดแล้ว จับตาปรากฏการณ์หลัง January Effect พ่นพิษ แนะนำนักลงทุนกลุ่มมีของในมือทยอยขายทำกำไร ชี้เป้าจุดสะสมใหม่ปลายไตรมาส 1 รอรับแรงบวกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจโลก
13 กุมภาพันธ์ 2569 - บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด (InterGOLD) เผยผลวิเคราะห์เชิงสถิติจากการทำ Data Backtest ย้อนหลัง 2 ปี (2006-2025) ระบุว่า ราคาทองคำในช่วงต้นปี 2569 เคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากปรากฏการณ์ "January Effect" และปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสถิติชี้ให้เห็นว่าแรงส่งดังกล่าวเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงตัว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการพักฐานหลังจากจบเทศกาลตรุษจีน
สถิติชี้ชัด: ราคาสะท้อนความคาดหวังไปแล้ว 70%
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงปริมาณพบว่า แรงส่งของราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนวันตรุษจีน ซึ่งมีอัตราการปรับตัวขึ้น (Win Rate) สูงถึง 70% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.88% - 2.76% แต่เมื่อเข้าใกล้สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเทศกาล ตัวเลขความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 50% พร้อมผลตอบแทนคาดหวังที่ลดลงเหลือเพียง 0.32% ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็นสัญญาณของการ "Priced in" หรือราคาได้สะท้อนปัจจัยบวกไปหมดแล้ว
นายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ หัวหน้าทีมเทรดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ให้ความเห็นถึงสถานการณ์นี้ว่า "ในเชิงกลยุทธ์ เรามองว่าทองคำช่วงตรุษจีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดีมานด์การซื้อทองจริงเท่านั้น แต่คือการผสมผสานระหว่างปัจจัยเชิงฤดูกาลและแรงเก็งกำไรที่ไหลมาจากต้นปี หากนักลงทุนที่เข้าสะสมมาตามสัญญาณ January Effect ตอนนี้คือช่วงเวลาของการ 'Enjoy Profit' หรือการทำกำไรโดยรอจังหวะขายที่เหมาะสม"
กลยุทธ์การบริหารพอร์ต: ลดความเสี่ยงสะสมใหม่
อินเตอร์โกลด์ระบุว่า การไล่ราคาในช่วงที่ตลาดคึกคักเกินไปอาจทำให้ต้นทุนเสียเปรียบ โดยแนะนำให้นักลงทุนแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่มตามสถานะถือครอง :
- กลุ่มที่มีต้นทุนต่ำ : แนะนำให้ใช้จังหวะที่ราคาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญในช่วงฉลองตรุษจีน ทยอยแบ่งขายทำกำไร (Take Profit) เพื่อลดการเผชิญความผันผวนจากการพักฐานที่มักจะเกิดขึ้นหลังจบเทศกาล
- กลุ่มที่ยังไม่มีสถานะ : แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อ (Wait and See) โดยไม่จำเป็นต้องรีบไล่ราคาในช่วงนี้ แต่ควรเตรียมกระแสเงินสดเพื่อรอสะสมใหม่ในช่วงที่ตลาดคลายความร้อนแรง ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายไตรมาสที่ 1 เพื่อลุ้นรอบทำกำไรถัดไปในไตรมาสที่ 2
Market Timing หัวใจสำคัญของการอยู่รอด
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ และนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นปัจจัยระยะยาวที่หนุนทองคำ แต่ในระยะสั้น สถิติ 20 ปีเป็นเครื่องเตือนใจให้นักลงทุนระมัดระวังรอบการแกว่งตัวของราคา
นายเศรษฐวัชร์ ย้ำเตือนถึงวินัยในการลงทุนว่า "หัวใจสำคัญของการซื้อขายทองในช่วงนี้ไม่ใช่การกลัวตกรถ แต่คือการเข้าใจจังหวะของตลาด (Market Timing) สถิติบอกเราว่าไม่ควรไล่ราคาในจังหวะที่ตลาดคึกคักเกินไป การที่นักลงทุนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง January Effect และตรุษจีน จะช่วยให้เราไม่ต้องเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้าไปรับความเสี่ยงที่ยอดดอย"
ทั้งนี้ อินเตอร์โกลด์มองว่าการปรับฐานที่จะเกิดขึ้นหลังตรุษจีนถือเป็น "โอกาสการลงทุนรอบใหม่" สำหรับนักลงทุนระยะกลางและระยะยาวที่จะได้ต้นทุนที่ได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ โดยเฉพาะก่อนที่ปัจจัยหนุนรอบใหม่จะกลับเข้ามาในช่วงกลางปี