โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ทนายอั๋น" เชื่อเลือกตั้ง 69 โมฆะ 100% จากปมคิวอาร์โค้ด ชี้ บัตรเขย่งก็สำคัญ แต่ผู้ตรวจการไม่ขอข้อมูล

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 05.14 น.

"ทนายอั๋น" เชื่อเลือกตั้ง 69 โมฆะ 100% จากปมคิวอาร์โค้ด ชี้ บัตรเขย่งก็สำคัญ แต่ผู้ตรวจการไม่ขอข้อมูล

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์)กล่าวแซวนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ก่อนการเดินทางไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งจะโมฆะ 100% เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากมาย แต่ กกต. กลับไม่มีการแถลงข่าว ส่งเป็นจดหมายข่าวให้สื่อมวลชนเพียงอย่างเดียว เหมือน เป็นการหนีปัญหา

ส่วนกรณีที่ กกต. มีการตั้งวอร์รูมขึ้นมา ก็คิดว่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เหมือนวอร์รูมน้ำท่วม แต่กลับตั้งขึ้นมาเพื่อจับผิดประชาชน

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนได้ไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จากเหตุผล 2 ประเด็น คือ คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด และบัตรเขย่ง แต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน กลับมีหนังสือให้ กกต. ชี้แจงในประเด็นคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เพียงอย่างเดียว ซึ่งส่วนตัวมองว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินทำงานไม่ตรงไปตรงมา และไม่ครบตามจำนงที่ได้สอบถามไป เพราะเรื่องบัตรเขย่งก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่ทำไมละเลย หรือจงใจปากว่าตาขยิบ เนื่องจากทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และ กกต. ก็ล้วนมีที่มาเดียวกัน

“ทนายอั๋น” มอง ตั้งรัฐบาลแย่ง กระทรวงเกษตรฯ หวังผลประโยชน์มหาศาล แฉ กรมการข้าว ล็อกสเปก TOR

พร้อมกันนี้ นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ในช่วงที่ผ่านมาเห็นพรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาล แย่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเกิดข้อสงสัยว่ามีดีอะไร ทำไมนักการเมืองแย่งกันไปดูแล ไม่แน่ใจว่าต้องการเข้าไปเพิ่มราคาผลผลิตการเกษตร หรือเพราะกระทรวงเกษตรฯ มีทรัพยากรงบประมาณมหาศาล เช่น กรมการข้าว มีโครงการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ TOR ในปี 2567 รวม 5 โครงการ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดย 1 ในนั้น คือ โครงการเพิ่มผลประสิทธิภาพของการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ แต่กลับพบว่า มีการล็อกสเปกบริษัท ไปเซ็นสัญญากันที่บ้านของบริษัท และมีการประมูลกันที่โรงพยาบาล เนื่องจากเจ้าของบริษัทป่วย จึงมีเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าข้าว มาเป็นผู้ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding ให้ที่โรงพยาบาล จึงเกิดข้อสงสัยว่า กรมการข้าวกินรวบหรือไม่ และกระทรวงเกษตรฯ มีการกระทำในลักษณะนี้เยอะหรือไม่ เพราะมองว่า เรื่องแบบนี้ฮั้วกันแน่นอน เนื่องจากบริษัทที่ชนะประมูลนี้ มีทุนจดทะเบียนไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร มีคนจากกรมการค้าข้าวไปประมูลให้ และยังเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 2.4 ล้านบาท ซึ่งนี่คือความไม่เสมอภาคและกีดกันการแข่งขันราคา

แต่ทั้งนี้ ส่วนตัวก็ไม่ได้เชื่อมือพรรคภูมิใจไทย แต่ก็จะคอยติดตาม ตรวจสอบ อยากให้คนที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ (รมว.เกษตรฯ) แก้ไขปัญหานี้ให้ได้ ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วง ปี 2567 - 2568 ตรงกับสมัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.เกษตรฯ หากได้กลับเข้ามา ก็อยากฝากให้ตรวจสอบ เชื่อว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้อง แต่ไม่รู้ว่าอธิบดีกรมการข้าว รู้เห็นเป็นใจหรือไม่

“ทนายอั๋น” อึกอัก ตอบปม ปชน.เก็บ Laser ID บอกห่วงข้อมูลรั่วน้อยกว่าบัตรเลือกตั้ง ออกตัวไม่มีความรู้ IT โยนสมาชิกพรรค ไปขอให้ชี้แจงเองจนสิ้นสงสัย

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเด็นที่สังคมจับตามองในขณะนี้ในฐานะที่เป็นผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบ รวมถึงในฐานะทนายความ มองอย่างไรกับการที่พรรคประชาชน เก็บ เลเซอร์ ID ที่อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนในการสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยทนายอั๋นมีท่าทีอึกอัก ก่อนเค้นหัวเราะพร้อมตอบว่าได้เห็นพรรคออกมาแถลงว่าไม่ใช่เฉพาะ ตัวพรรคเอง หน่วยงานราชการอื่นก็ทำแบบนี้เช่นกัน ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนก็ทำแบบนี้เช่นกัน ตนก็ไม่มีความรู้ หากพูดไปก็จะหาว่าเป็นการเข้าข้างพรรคส้มพรรคแดง อะไรอีก

เมื่อถามว่ามีคนกังวลว่าการก็บข้อมูลตรงนี้เป็นความลับได้จริงหรือไม่ เพราะหากรั่วไหลออกไปก็จะเป็นอันตราย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงน้อยกว่า กรณีบัตรเลือกตั้งที่ว่ากันว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับ TOR ไปไม่ทำเอง ไปปล่อยช่วงให้บริษัทซึ่งตามข่าวระบุว่าเป็นบริษัทของนายกิม เลียก ซึ่งว่ากันว่าขณะนี้ประเทศไทยนับคะแนนได้ 94% แต่เขมรมีแล้ว คือ กกต.หากไม่รู้ว่าคะแนนจะนับไปต่ออย่างไร วันนี้ยังคง 94% ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จนวันนี้ไม่มีการนับต่อ ไม่มีการเคลื่อนไหว ตนว่าให้คนของ กกต.โทรไปสถานทูตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ไปสอบถามเพื่อขอคะแนนจากเขา

"ว่ากันว่าเขมรรู้แล้วครับ ผลการเลือกตั้งของไทยเป็นอย่างไร เพราะอะไรล่ะครับ โรงพิมพ์เป็นของกิม เลียก ก็ไปเปิดเผยที่เขมรอยู่แล้ว ถ้าข่าวนี้เป็นจริงนะครับ ผมก็เป็นห่วงแหละ "

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ทนายอั๋นออกมาระบุว่ามีความเป็นห่วงเรื่องเลเซอร์ ID รั่วไหลน้อยกว่าบัตรเลือกตั้งโดยขอให้อธิบายว่ากังวลน้อยกว่าอย่างไรและจำเป็นต้องมีการตรวจสอบพรรคการเมืองที่ดำเนินการด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ ระบุว่าที่ตนบอกว่ากังวลน้อยกว่านั้น เนื่องจากตนไปใช้สิทธิ แต่ในส่วนของบัตรประชาชนตนไม่ได้อยู่ที่พรรคก้าวไกลเพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด แต่ในมุมของประชาชนทั่วไปถ้าสมาชิกพรรคของพรรคส้ม คือคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเขาก็ไม่ต้องกังวลมาก ขอให้คนที่เป็นสมาชิกพรรคก็ขอให้ไปทวงถามจากพรรคให้ออกมาชี้แจงจนกระทั่งเสร็จสรรพ หายคลายข้อสงสัยเลย ส่วนตนถ้าถามแบบนี้ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิศวกรรมไอทีขนาดนั้น

เมื่อถามย้ำว่ามีความกังวลว่าจะรั่วไหลหรือไม่ในภัทรพงศ์กล่าวว่า ตนเองเป็นคนนอก ก็ไม่กล้าที่จะไปวิจารณ์

ส่วนเรื่องการเก็บเลเซอร์ ID มีความเหมาะสมหรือไม่เนื่องจากพรรคการเมืองอื่นก็ไม่ได้เก็บ นายภัทรพงศ์ เห็นว่าบางครั้งตนก็เห็นพรรคประชาชนทำแปลกๆ ตั้งแต่ส้ม volume แรก เขาอาจจะมีเจตนาที่อยากจะทำให้โปร่งใส อย่างเช่นกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่มีการปล่อยเงินกู้ยืมให้กับพรรค ซึ่งก็ไม่มีใครเขาทำกัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าอยากให้มีความโปร่งใสยืมเงิน แต่ท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ ซึ่งเมื่อส่งไปและศาลรัฐธรรมนูญตีความแบบนั้น ก็ถือเป็นความซวยของพรรคส้มไป แต่ก็ไม่แน่ว่า ตั้งรัฐบาลส้มมีโอกาสรวมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ คงไม่มีเพราะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนก็ประกาศลั่นวาจาแล้ว แต่หากนายณัฐพงษ์ไม่อยู่แล้ว ถ้าความเป็นพรรคส้มในนามไม่อยู่แล้ว โดนยุบไปแล้ว อาจจะกระจายกันออกไป หรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบขอให้ทุกคนพิจารณาเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...