หุ้น Amazon ร่วงกว่า 5% นักลงทุนผวางบลงทุน AI มหาศาล เสี่ยงซ้ำรอยฟองสบู่เทค
ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อการทุ่มงบโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบิ๊กเทค หลัง Amazon คาดงบลงทุนปี 2569 สูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ กดดันความเชื่อมั่นและฉุดมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหายไปรวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Amazon ร่วงลงมากกว่า 5% ในวันศุกร์ หลังบริษัทคาดการณ์งบลงทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนที่เริ่มกังวลอยู่แล้วว่า กระแสความร้อนแรงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจกำลังก่อตัวเป็นฟองสบู่
Amazon เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่ประกาศแผนเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditures) อย่างมาก ต่อจาก Alphabet, Microsoft และ Meta Platforms ซึ่งต่างส่งสัญญาณว่าการทุ่มงบลงทุนจะยังเดินหน้าต่อไป
ทั้ง Amazon, Alphabet, Microsoft และ Meta ใช้งบลงทุนรวมกันราว 120,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 เพียงไตรมาสเดียว และ Financial Times รายงานว่าตัวเลขนี้อาจพุ่งเกิน 660,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าขนาด GDP ของหลายประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ และอิสราเอล
อย่างไรก็ดี ตลาดวอลล์สตรีทตอบสนองต่อแผนใช้จ่ายของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน โดยนักลงทุนขานรับแนวโน้มของ Meta และ Alphabet แต่กลับเทขายหุ้น Amazon และ Microsoft
ตามข้อมูลจาก FactSet หุ้นของ Amazon, Microsoft, Nvidia, Meta, Google และ Oracle สูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Amazon เพียงรายเดียวสูญเสียมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดในกลุ่ม
พอล มาร์คแฮม ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ GAM Investments กล่าวว่า หุ้นบริษัทที่พัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI มีแนวโน้มเผชิญความผันผวนต่อไป จากภาวะการแพร่กระจายของความรู้สึกเชิงลบ (sentiment contagion)
เขาระบุว่า ตลาดยังตั้งคำถามถึงขนาดของงบลงทุนจากการสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM), ผลตอบแทนในอนาคต และความเสี่ยงของการขยายกำลังการผลิตมากเกินไป
นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับทุกมิติของการแข่งขัน AI
Amazon เปิดเผยในรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ว่า คาดว่างบลงทุนในปี 2026 จะสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้กว่า 50,000 ล้านดอลลาร์
แม้ผู้บริหารจะมั่นใจว่าการลงทุนเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนระยะยาว แต่ความไม่ชัดเจนในระยะใกล้ทำให้นักลงทุนไม่สบายใจ มัมตา วาเลชฮา นักวิเคราะห์จาก Quilter Cheviot ระบุว่า“เราเปลี่ยนจากความกลัวว่าจะตามหลังคู่แข่ง มาเป็นการที่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับทุกแง่มุมของการแข่งขัน AI”
ด้านนักวิเคราะห์จาก D.A. Davidson ปรับลดคำแนะนำหุ้น Amazon ลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” โดยกังวลเรื่องแผนใช้จ่ายจำนวนมาก ความเสี่ยงต่อความเป็นผู้นำของ AWS และความเป็นไปได้ที่ AI จะกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกของ Amazon
พวกเขามองว่า เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของ Microsoft และ Google แล้ว AWS อาจกำลังสูญเสียความได้เปรียบ และต้องเร่งไล่ตามคู่แข่งด้วยการเพิ่มงบลงทุนอย่างหนัก อีกทั้งยังเป็นห่วงว่าโลกอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยแชตและครองโดย Gemini และ ChatGPT อาจเปลี่ยนโฉมธุรกิจค้าปลีกของ Amazon
ในทางตรงกันข้าม Apple ซึ่งถูกกดดันจากวอลล์สตรีทเรื่องกลยุทธ์ AI และใช้งบลงทุนต่ำกว่าบิ๊กเทครายอื่น กลับเห็นราคาหุ้นปรับขึ้นราว 7% ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา หลังซีอีโอ ทิม คุก ระบุว่าความต้องการ iPhone อยู่ในระดับมหาศาล
ไมเคิล ฟิลด์ หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้นของ Morningstar สรุปว่า การเดิมพันในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังกลายเป็นเกมแบบได้หรือเสียสุดขั้ว หากการลงทุนเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ก็จะสร้างผลตอบแทนก้อนใหญ่ แต่หากล้มเหลว ก็อาจกลายเป็นการสูญเสียเงินผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่เช่นกัน
อ้างอิง : www.cnbc.com