โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาธุคุณ เจสซี แจ็กสัน ผู้นำเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมอเมริกันผิวสีชื่อดังเสียชีวิตในวัย 84 ปี “ทรัมป์-ไบเดน-ลูกสาว MLK ” กล่าวสดุดียกย่อง

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 19.26 น. • MGR Online

เอเจนซีส์ – สาธุคุณ เจสซี แจ็กสัน (Rev. Jesse Jackson) ผู้นำเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางสีผิวอเมริกันชื่อดังและอดีตผู้ลงชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2 ครั้ง มือขวาของผู้นำความเปลี่ยนแปลงทางสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิงที่อยู่ข้างกายวันถูกลอบสังหารในยุค 60 ช่วยคนอเมริกันที่โดนจับให้เป็นอิสระตั้งแต่ยูโกสลาเวีย คิวบา อิรัก และแกมเบีย เป็นคนของพระเจ้าและของประชาชน

NBC News ของสหรัฐฯ รายงานวันนี้(17 ก.พ)ว่า ครอบครัวของสาธุคุณแอฟริกันอเมริกันชื่อดังที่เป็นไอคอนด้านสิทธิความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ สาธุคุณ เจสซี แจ็กสัน (Rev. Jesse Jackson) เสียชีวิตอย่างสงบเช้าวันอังคาร(17)ที่ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยมีครอบครัวเคียงข้างในวาระสุดท้าย

“บิดาของพวกเราซึ่งเป็นผู้นำแห่งการรับใช้ที่ไม่ใช่เฉพาะต่อครอบครัวของพวกเราแต่ต่อการโดนกดขี่ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น และถูกมองข้ามทั่วโลก” รายงานจากแถลงการณ์ของครอบครัวสาธุคุณ

ขณะเดียวกันผู้นำเรียกร้องสิทธิพลเมืองผิวสีสหรัฐฯ สาธุคุณ อัล ชาร์ปตัน (Al Sharpton)ที่เป็นเพื่อนได้แสดงความไว้อาลัยว่า สหรัฐฯได้สูญเสียหนึ่งในเสียงแห่งคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุคคลที่นำประวัติศาสตร์ในทุกย่างก้าวและความหวังในเสียงของเขา

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตออกมา สื่อสหรัฐฯชี้

ทั้งนี้สาธุคุณเจสซี แจ็กสัน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังเขาป่วยนานกว่าสิบปีด้วยโรคโรคพีเอสพีเป็นโรคพาร์กินสันเทียม PSP (progressive supranuclear palsy) อ้างอิงจากองค์กร Rainbow PUSH Coalition ที่ก่อตั้งขึ้น โรคนี้ส่งผลต่อความสามารถของผู้ป่วยในการเดินและการกลืน รวมไปถึงสามารถนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนที่อันตราย

ก่อนหน้าเมื่อปี 2017 สาธุคุณแจ็กสันได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธาณะถึงการป่วยโรคพาร์กินสันของเขา

NBC News เปิดเผยว่า สาธุคุณแจ็กสันที่เป็นมือขวาของ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของแอฟริกันอเมริกันในสหรัฐฯ อยู่กับดร.คิงหรือ MLK ในช่วงเวลาที่เขาโดนลอบสังหารที่โรงแรมในเมืองเมมฟิส (Memphis) รัฐเทนเนสซี เมื่อปี 1968

ขณะที่ เบอร์นิซ คิง (Bernice King) บุตรสาวดร.คิง อ้างอิงจากบีบีซีของอังกฤษได้โพสต์ภาพถ่ายของคนทั้งคู่สมัยยังหนุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมคำประกอบใต้ภาพว่า “ทั้งคู่กลายเป็นบรรพบุรุษไปแล้วเวลานี้”

ลูกของดร.คิงได้โพสต์สดุดีสาธุคุณแจ็กสันว่า เป็นนักเจรจาที่มีพรสวรรค์และเป็นนักสร้างสะพานที่กล้าหาญ รับใช้มนุษยชาติด้วยการนำสงบมาสู่ห้องที่ตรึงเครียดและสร้างทางเดินในที่เคยมีมาก่อน”

NBC News รายงานว่า นอกเหนือจากการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯถึง 2 ครั้งแล้ว เขายังช่วยเหลือการปล่อยตัวชาวอเมริกันที่โดนจับทั่วโลก

การเจรจาปี 1999 ที่ปล่อยตัว 3 ทหารอเมริกันโดนจับไว้ในยูโกสลาเวียเป็นอิสระและการช่วยเหลือตัวประกันในอีกหลายครั้งส่งผลทำให้เขาได้รับรางวัลเสรีภาพสหรัฐฯซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของสหรัฐฯสำหรับพลเรือน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน ได้มอบรางวัลนี้ให้แก่สาธุคุณในปี 2000

ความสำเร็จในการเจรจารวมถึง ชาวอเมริกัน 16 คนที่ถูกจับไว้ในคิวบาเมื่อปี 1984 และช่วยผู้หญิงและเด็กรวมทั้งหมด 700 คนจากอิรักในปี 1990 เป็นต้น

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน แสดงความอาลัยว่า เขาได้จุดประกายความหวังแก่อเมริกันชนหลายยุคหลายสมัย รวมไปถึงผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง”

พร้อมเสริมว่า “ผมรู้จักสาธุคุณแจ็กสันเหมือนเช่นประวัติศาสตร์จะจดจำเขา บุคคลของพระเจ้าและของประชาชน มุ่งมั่นและหนักแน่น ไม่หวาดหวั่นต่องานเพื่อไถ่บาปจิตวิญญาณประเทศของพวกเรา”

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์สดุดีผ่าน Truth Social ในวันอังคาร(17) โดยยกย่องสาธุคุณนักเคลื่อนไหวอเมริกันชนผิวสีว่า เป็นคนดีที่มีบุคลิกภาพมากมาย กล้าหาญและมุ่งมั่น และมีความชาญฉลาดบนท้องถนน”

พร้อมเสริมว่า “ เขารักครอบครัวของเขามาก และต่อนเหล่านั้นผมขอแสดงความเห็นใจอย่างลึกซึ้งและความอาลัย”

ทรัมป์กล่าวยืนยันว่า สาธุคุณเจสซี แจ็กสัน จะอยู่ในความคิดถึงอย่างแน่นอน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...