BTS แก้เกมใช้ตั๋วสั้นดัน ลุยอู่ตะเภาลุ้นดึงดีสนีย์
#BTS #ทันหุ้น – BTS แก้เกมขาดทุนใช้ Data Analysis ออกแพ็กเกจเจาะทุกเซ็กเมนต์ ดันผู้โดยสารเร่งตัวทะลุฐานปกติ 5–7% เตรียมคลอดตั๋วระยะสั้น 1–5 สถานีราคาประหยัดกระตุ้นความถี่เดินทาง พร้อมเดินหน้าโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา รอหนังสือให้เข้าเริ่มงาน เปิดทางพัฒนา Mixed-use ลุ้นเมกะโปรเจ็กต์สวนสนุกดีสนีย์ดูดท่องเที่ยว
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ MOVE บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดผ่านโปรโมชั่นตั๋วโดยสารรูปแบบต่างๆ เพื่อดันปริมาณผู้โดยสาร (Traffic) ให้ขยายตัวแบบ Accelerated Growth มากกว่า Organic Growth ซึ่งโดยปกติอยู่ที่ประมาณ 5–7% ต่อปี
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการทำ Data Analysis เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในเชิงลึก ทั้งทำเลที่อยู่อาศัย รูปแบบการเดินทาง และระดับกำลังซื้อ (Affordability) เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาโปรโมชันให้ตรงกับความต้องการแต่ละกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ โดยออกแบบแพ็กเกจให้ครอบคลุมผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้เดินทางรายวัน กลุ่มวัยทำงาน นักเรียนนักศึกษา รวมถึงนักท่องเที่ยว
“เป้าหมายหลักของกลยุทธ์ดังกล่าว คือการผลักดันปริมาณผู้โดยสารให้เติบโตมากกว่าระดับ Organic Growth ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ราว 600,000 เที่ยวคนต่อวัน โดยในวันทำงานปริมาณผู้โดยสารขยับแตะระดับ 800,000 เที่ยวคน ให้เติบโตขึ้น รวมถึงเพิ่มความถี่การเดินทางด้วยขนส่งระบบรางไฟฟ้าสาธารณะต่อวันให้มากขึ้น”
@จ่อออกตั๋วระยะสั้น
โดยหนึ่งในแคมเปญสำคัญที่ BTS Group อยู่ระหว่างศึกษา เร่งผลักดันให้เป็นโปรโมชันใหม่ คือ การออกตั๋วโดยสารสำหรับผู้เดินทางระยะสั้นเพียง 1 – 5 สถานีให้สามารถเดินทางได้ด้วยราคาที่ถูกลง เพื่อจูงใจกลุ่มผู้โดยสารที่เดิมอาจไม่ได้ใช้บริการในระยะทางไกล หวังเพิ่มความถี่การใช้บริการในระบบโดยรวม
“จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ต้องการเดินทางในพื้นที่ CBD ช่วงใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อไปประชุม, ดูงาน, ทานอาหารช่วงกลางวัน แล้วกลับเข้ามาทำงานต่อในที่ทำงาน มีความต้องการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าขนส่งสาธารณะเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรพื้นล่างในจำนวนมาก จึงอยู่ระหว่างการออกแบบโปรโมชั่นการเดินทางระยะสั้นๆ ให้เหมาะสม เข้ามาเติมเต็ม ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย”
ปัจจุบันรถไฟฟ้าBTS สายสีเขียว เส้นทางหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-วงเวียนใหญ่ จำหน่ายแพ็กเกจเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้ารายเดือน Xtreme Savings บนแอปแรบบิท รีวอร์ดส และห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ในราคาโปรโมชันเฉลี่ยเริ่มต้นเที่ยวละ 27 บาท สำหรับนักเรียน-นักศึกษา และเฉลี่ยเริ่มต้นเที่ยวละ 34 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป สำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง และ MRT สายสีชมพู ก็มีแพ็กเกจเที่ยวเดินทางทั้งแบบรายสัปดาห์ 10 เที่ยว ต่อ 7 วัน และรายเดือน 15/25/35 เที่ยวต่อ 30 วัน เบื้องต้นโปรโมชั่นดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569
@รอ NTP เข้าพื้นที่เมืองการบิน
ในส่วนโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา ขณะนี้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) อยู่ระหว่างรอการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าเริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) โดยเมื่อได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว จะสามารถเริ่มดำเนินงานในส่วนที่ทำได้ทันที แม้ยังมีบางเงื่อนไขที่หน่วยงาน EEC ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน
“การปลดล็อกโครงการเมืองการบินออกจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ UTA มีโอกาสพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ Mixed-use อาทิ ศูนย์การค้า และโรงแรม เพื่อรองรับผู้โดยสารและนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC”
นอกจากนี้ หากพื้นที่ EEC มีโครงการแม่เหล็กขนาดใหญ่เกิดขึ้น เช่น เมกะโปรเจ็กต์ด้านท่องเที่ยวอย่างโครงการสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเมืองการบินทั้งในมิติของจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานอู่ตะเภา และอัตราการเข้าพักโรงแรม เป็นทำเลยุทธศาสตร์เชิงโลจิสติกส์ ที่เชื่อมโยงโครงข่ายหลักของ EEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งหนุนภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
@ขาดทุนเกินคาด
ทั้งนี้ BTS รายงานขาดทุนสุทธิที่ 957 ล้านบาทในงวดไตรมาส 3/2569 พลิกจากกำไรสุทธิที่ 3,000 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 และกำไรสุทธิที่ 102 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับการดำเนินงานปกติมีผลขาดทุนที่ 1,100 ล้านบาท ซึ่งแย่ลงเมื่อเทียบกับผลขาดทุน 202 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 และกำไรที่ 221 ล้านบาท ในไตรมาสก่อนหน้า
บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์เอกซ์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่กดดันผลการดำเนินงาน BTS ในงวดไตรมาสนี้มาจากรายได้ดอกเบี้ยลดลง ภายหลังจากที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการชำระหนี้สะสม และบริษัทมีดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งเป็น Momentum ที่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการขาดทุนทั้งปีที่เราคาดไว้เดิมที่819 ล้านบาท