โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังสหรัฐจะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในวันพุธ (4 มี.ค. 69) หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์จะให้การสนับสนุนเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่แล่นผ่านอ่าวเปอร์เซีย และจะประกาศมาตรการเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) ปรับขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงในตลาดโลก ปรับตัวลง 3 เซนต์ มาอยู่ที่ 81.37 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบ WTI เกือบแตะ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในจุดสูงสุดของสัปดาห์นี้ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกโอเปก เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

น้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 6% ในวันจันทร์ และอีก 5% ในวันอังคาร

ตลาดน้ำมันเริ่มสงบลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่าสหรัฐจะค้ำประกันการประกันภัยเรือบรรทุกน้ำมันผ่านบรรษัทพัฒนาการเงินระหว่างประเทศ International Development Finance Corporation (DFC) และยังให้คำมั่นว่าจะจัดกองเรือรบคุ้มกันการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย หากมีความจำเป็น

ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากเบสเซนต์ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี เมื่อวันพุธว่า ทำเนียบขาวจะออกประกาศชุดมาตรการสนับสนุนการค้าขายน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย

“เรามีชุดประกาศหลายรายการที่กำลังจะออกมา” เบสเซนต์กล่าวในรายการ “Squawk Box” ทางช่องซีเอ็นบีซี “เราเริ่มต้นเมื่อวานนี้ด้วยการประกาศว่า DFC จะให้ความคุ้มครองประกันภัยทั้งเรือบรรทุกน้ำมันดิบและเรือสินค้าที่ปฏิบัติการอยู่ในและรอบ ๆ อ่าว”

การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักลง เนื่องจากเจ้าของเรือกังวลว่าอาจตกเป็นเป้าโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน ช่องแคบนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลกที่ถูกส่งออกผ่านช่องแคบดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...