โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7มี.ค.อพยพคนไทยพ้นอิหร่าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน” อ้างควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ “ทรัมป์” พร้อมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินคุ้มกันเรือน้ำมัน-เรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นไม่ยอมให้ปิดเส้นทาง จับโลกเป็นตัวประกัน แจง "นายกฯ เยอรมนี” ชิงลงมือก่อนอิหร่านเปิดฉากโจมตี “ผู้นำอินทรีเหล็ก” เตือนสหรัฐคว่ำบาตรสเปนเสี่ยงโดนอียูตอบโต้ “นายกฯ สเปน” ย้ำจุดยืนไม่เอาสงคราม “กองทัพสหรัฐ” เผยโจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้ว 1.7 พันแห่ง สังหารผู้นำที่เลวร้ายไปหมดแล้ว “อิหร่าน” เตรียมเข้าทำพิธีอำลาศพ "อาลี คาเมเนอี” 3 วัน “สถานทูตอิหร่านในไทย” เปิดภาพพิธีฝังศพหมู่นักเรียน 160 ราย ประณาม "สหรัฐ-อิสราเอล” เป็นการก่อการร้ายของคนขลาด เผยสงครามตะวันออกกลางยอดเจ็บ-ตายอื้อ “สถานทูตไทย” แจ้งอพยพคนไทยออกจากอิหร่านไปตุรกี 2 รอบ เริ่ม 7 และ 10 มี.ค. ก่อนบินกลับไทย

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเข้าสู่วันที่ห้า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าพวกตนควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก และเรือใดๆ ที่พยายามผ่านช่องแคบนี้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธมากกว่า 40 ลูกไปยังเป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลในการโจมตีระลอกใหม่

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาให้คำมั่นว่า หากจำเป็นกองทัพเรือจะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก และสั่งให้วอชิงตันจัดหาประกันภัยสำหรับการขนส่งสินค้าด้วย เพื่อช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนและลดระดับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

“กองทัพเรือสหรัฐพร้อมจะส่งเรือทำลายล้างและเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะไม่ยอมให้ใครจับโลกเป็นตัวประกันด้วยการปิดเส้นทางเดินเรือ”

ประธานาธิบดีสหรัฐยังได้หารือร่วมกับนายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว ถึงการทำสงครามกับอิหร่าน โดยยืนยันเชื่อว่าอิหร่านกำลังเตรียมการที่จะเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ซึ่งหากสหรัฐไม่ชิงลงมือในครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีทันที ระบอบการปกครองของอิหร่านที่ครอบครองขีปนาวุธพิสัยไกลและอาวุธนิวเคลียร์จะกลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและต่อประชาชนชาวอเมริกัน

นายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แถลงหลังเสร็จสิ้นการพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เยอรมนีและสหรัฐเห็นพ้องกันเรื่องระบอบการปกครองของผู้นำศาสนาอิหร่านได้กดขี่ประชาชนชาวอิหร่านและคุกคามการคงอยู่ของอิสราเอลมาตลอดหลายทศวรรษ ขณะที่โครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ทางทหารของอิหร่านได้คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพทั่วทั้งภูมิภาคมาตลอดหลายทศวรรษเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันอิหร่านกำลังแพร่กระจายความหวาดกลัวและสนับสนุนรัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครน เยอรมนีจึงมีผลประโยชน์ร่วมกับสหรัฐและอิสราเอลในการยุติระบอบการปกครองนี้

ผู้นำเยอรมนีกล่าวถึงเรื่องที่ผู้นำสหรัฐประกาศจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับสเปนเนื่องจากไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพในการโจมตีอิหร่านว่า เขาได้แจ้งกับนายทรัมป์ในการหารือเป็นการส่วนตัวว่า สเปนเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู สหรัฐจึงไม่สามารถดำเนินการกับสเปนเป็นการเฉพาะ และอียูจะตอบโต้ร่วมกันหากสเปนถูกลงโทษ รวมถึงเรื่องที่นายทรัมป์วิจารณ์นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า ไม่ใช่นายวินสตัน เชอร์ชิลล์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เคยร่วมมือกับสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนายสตาร์เมอร์ประกาศว่า อังกฤษไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน แต่ให้สหรัฐใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่านเพื่อการป้องกันอย่างจำกัดเท่านั้น เขาได้บอกกับนายทรัมป์ว่า เป็นการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรม เพราะนายสตาร์เมอร์ได้อุทิศตนอย่างยิ่งให้แก่การหาทางยุติสงครามในยูเครน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังรัฐบาลสเปนไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ Naval Station Rota และ Morón Air Base เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยระบุว่า สเปนเป็นประเทศที่แย่มาก และย้ำว่าเราไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสเปน

“พรุ่งนี้ หรือแม้แต่วันนี้ ผมสามารถหยุดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสเปน ธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสเปนได้" ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุอาจใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อจำกัดหรือระงับการค้าระหว่างสองประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

สเปนย้ำชัดไม่เอาสงคราม

ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน แถลงย้ำจุดยืนคัดค้านปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยกองกำลังสหรัฐและอิสราเอล พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งในครั้งนี้มีความเสี่ยงเปรียบเสมือนการเล่นเกมรัสเซียนรูเล็ตต์ที่เอาชีวิตของมวลมนุษยชาตินับล้านคนมาเป็นเดิมพัน

“โลกไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยความขัดแย้งและการทิ้งระเบิด จุดยืนของรัฐบาลสเปนสามารถสรุปได้สั้นๆ เพียง 4 คำคือ ไม่เอาสงคราม (No to the war) โดยยืนยันว่าท่าทีดังกล่าวไม่ใช่การเสแสร้ง แต่เป็นนโยบายที่ดำเนินไปอย่างสอดประสานและมีเหตุผลรองรับ” นายกรัฐมนตรีสเปนระบุ

กองทัพสหรัฐเผยแพร่เอกสารสรุปปฏิบัติการ "เอพิก ฟิวรี" (Epic Fury) เพื่อต่อต้านอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมอีกประมาณ 700 แห่งนับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เป้าหมายที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,700 แห่งแล้ว พร้อมทั้งมีการนำเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ๆ เข้ามาเสริมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย ฐานยิงขีปนาวุธ เรือรบ เรือดำน้ำ และศูนย์บัญชาการต่างๆ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ทุกอย่างในอิหร่านถูกทำลายราบคาบแล้ว ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 และ S-400 ฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกล และโรงงานผลิตโดรนส่วนใหญ่ของอิหร่านถูกทำลายโดยสมบูรณ์จากการโจมตีระลอกใหญ่ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“การโจมตีอิหร่านสองระลอกของสหรัฐและอิสราเอล คนส่วนใหญ่ที่เราคิดไว้เสียชีวิตไปแล้ว กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือมีคนขึ้นมาเป็นผู้นำที่เลวร้ายพอๆ กับคนก่อน" ทรัมป์กล่าว

กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันพุธว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ในอิหร่าน หลังจากที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีดินแดนอิสราเอล 3 ครั้งในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เป้าหมายของการโจมตีครั้งล่าสุด ได้แก่ ฐานปล่อยจรวด ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ

“เตหะรานได้เร่งความพยายามในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์นับตั้งแต่สิ้นสุดสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน ซึ่งอิสราเอลเป็นผู้เริ่มสงครามและรวมถึงการทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วย” เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าว

อิสราเอลอ้างด้วยว่า ได้โจมตีพื้นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ใต้ดินทางชานเมืองด้านตะวันตกของกรุงเตหะราน ในสถานที่ดังกล่าวกลุ่มนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ได้ดำเนินการอย่างลับๆ เพื่อพัฒนาส่วนประกอบสำคัญสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ โดยนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ทำงานในสถานที่ใต้ดินมาตั้งแต่ที่อิสราเอลโจมตีพื้นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือนมิถุนายน

สงครามยอดเจ็บ-ตายอื้อ

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน แถลงการณ์ว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากใส่อิสราเอล ขณะที่กระทรวงกลาโหมกล่าวว่า อิหร่านพร้อมสำหรับสงครามระยะยาวและยังไม่ได้ใช้อาวุธที่ทันสมัยที่สุดของตน นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากกลุ่มติดอาวุธคาแทบ ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีทางอากาศได้โจมตีฐานทัพทหารทางตอนใต้ของอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยผ่านสื่อของรัฐบาลว่า ประชาชนชาวอิหร่านเตรียมเข้าร่วมพิธีอำลาศพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่กรุงเตหะราน ในช่วงค่ำวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยนายฮอจญ์ญะตุลอิสลาม มาห์มูดี ประธานสภาประสานงานการเผยแผ่ศาสนาอิสลามแห่งอิหร่าน ระบุว่า พิธีอำลาดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ส่วนกำหนดการขบวนแห่พิธีศพจะมีการประกาศให้ทราบในภายหลัง

เพจเฟซบุ๊ก IR Iran Embassy in Bangkok Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในประเทศไทย โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า ร่างในโลงศพของเด็กๆ ชาวมีนาบ (Minab) ท่ามกลางอ้อมแขนของประชาชน

ทั้งนี้ ได้มีการเผยแพร่ภาพจำนวน 6 ภาพ ในพิธีฝังศพนักเรียนประถมเมืองมินาบ ที่ถูกสหรัฐกับอิสราเอลโจมตีทางอากาศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตกว่า 160 คน

โดยก่อนหน้านั้นได้โพสต์ภาพหลุมฝังศพ ระบุว่า นี่คือหลุมศพที่กำลังถูกขุดขึ้นสำหรับเด็กหญิงผู้บริสุทธิ์มากกว่า 160 คน ที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐ-อิสราเอล ใส่โรงเรียนประถม

ร่างกายของพวกเธอแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ

นายนาสเซเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงข่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขี้นกับอิหร่านว่า เป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลที่มุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของอิหร่าน ถือเป็นการกระทำที่เลวร้ายถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นการก่อร้าย การสังหารอยาตอลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการก่อการร้ายที่ขลาดเขลา ที่ยิ่งกว่าละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานความสัมพันธ์ในระดับรัฐต่อรัฐที่พึงมี และที่สำคัญจะนำไปสู่หายนะที่ยากจะควบคุม รวมทั้งเป็นการบ่อนทำลายทั้งพื้นฐานความเท่าเทียมทางอธิปไตยและเสถียรภาพของระบบประชาคมโลก

ถามถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยระบุว่า จำเป็นต้องใช้ศักยภาพเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคาม แต่ยืนยันว่าอิหร่านไม่มีเจตนาที่จะสร้างอันตรายให้แก่เรือพาณิชย์ลำใด อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากสงคราม เงื่อนไขการเปิด-ปิดเส้นทางเดินเรือถือเป็นประเด็นอ่อนไหวระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจขั้นเด็ดขาดจากผู้นำระดับสูงของอิหร่านเท่านั้น

สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลแจ้งว่าได้ใช้อาวุธมากกว่า 1,200 ลูก/นัด ปูพรมถล่มจังหวัดต่างๆ ในอิหร่าน 24 แห่งจากทั้งหมด 31 แห่ง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐ 27 แห่งในตะวันออกกลาง 9 ประเทศ รวมถึงที่ตั้งทางทหารของอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟและอีกหลายเมือง อีกทั้งยังยิงโดรนไปยังฐานทัพอังกฤษในไซปรัสด้วย

ส่วนยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในประเทศต่างๆ นับจนถึงเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มี.ค. อิหร่าน เสียชีวิต 787 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน, อิสราเอล เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน, ทหารอเมริกัน เสียชีวิต 6 นาย บาดเจ็บ 18 นาย, บาห์เรน เสียชีวิต 1 คน เป็นแรงงานชาวเอเชีย บาดเจ็บ 4 คน จากการถูกอิหร่านโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐ ท่าอากาศยานนานาชาติ และเมืองหลวง, อิรัก เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 5 คน เป็นนักรบกลุ่มทางตอนใต้ที่สนับสนุนอิหร่านและถูกสหรัฐ-อิสราเอลโจมตี ขณะที่มีเสียงระเบิดใกล้สถานกงสุลสหรัฐและท่าอากาศยานในเขตกึ่งปกครองตนเองชาวเคิร์ดทางตอนเหนือ, จอร์แดน บาดเจ็บ 5 คน จากโดรนและขีปนาวุธที่อิหร่านยิงเข้ามาและถูกยิงสกัด, คูเวต เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 35 คน จากขีปนาวุธอิหร่านที่คูเวตยิงสกัดได้ทั้งหมด และมีเครื่องบินรบของสหรัฐ หลายลำตกในคูเวต แต่นักบินทั้งหมดปลอดภัย, เลบานอน เสียชีวิต 40 คน บาดเจ็บ 246 คน จากการถูกอิสราเอลใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ, โอมาน เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 5 คน จากการโจมตีของอิหร่าน, กาตาร์ บาดเจ็บ 16 คน จากเศษซากขีปนาวุธและโดรนที่กาตาร์และพันธมิตรในภูมิภาคร่วมกันยิงสกัด, ซาอุดีอาระเบีย ยังไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย แม้ถูกอิหร่านโจมตีเมืองหลวง เมืองผลิตน้ำมัน และฐานทัพอากาศ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เสียชีวิต 3 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวปกีสถาน 1 คน และชาวเอเชีย 1 คน บาดเจ็บ 68 คน

ที่กรุงปักกิ่ง นายโหลว ฉินเจี่ยน โฆษกประจำการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนแห่งชาติของจีน หรือ เอ็นพีซี กล่าวว่า จีนมีความยินดีที่จะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อส่งเสริมการสื่อสารในทุกระดับ ในขณะเดียวกันจะยังคงยึดมั่นในหลักการและเส้นแดงของตนเองอย่างเคร่งครัด

“จีนมีหลักการและเส้นแดงที่ชัดเจน โดยจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเด็ดขาดเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังระบุว่าการทูตในระดับประมุขแห่งรัฐมีบทบาททางยุทธศาสตร์ที่ไม่สามารถทดแทนได้ในการประคับประคองความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ และลดปัญหาความขัดแย้งลง รวมถึงเสนอให้สภาคองเกรสของสหรัฐมองจีนด้วยทัศนคติที่เป็นกลาง เพื่อประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี” โฆษกเอ็นพีซีระบุ

ช่วงค่ำ เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เรื่อง การอพยพคนไทยจากประเทศอิหร่าน ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการอพยพคนไทยโดยทางรถยนต์ไปยังสาธารณรัฐตุรกี ผ่านจุดผ่านแดน Razi (ฝั่งอิหร่าน) และเข้าสู่จุดผ่านแดน Kapiköy (ฝั่งตุรกี) ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีความเสี่ยงสูงและยังมีความไม่แน่นอนอันอาจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สถานเอกอัครราชทูตจะจัดการอพยพสำหรับคนไทยเดินทางออกจากกรุงเตหะรานไปยังสาธารณรัฐตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 2 รอบ ดังนี้ 1.วันที่ 7 มีนาคม 2569 ขอให้ลงทะเบียนภายในวันที่ 5 มีนาคม 2569 และ 2.วันที่ 10 มีนาคม 2569 ขอให้ลงทะเบียนภายในวันที่ 8 มีนาคม 2569 กำหนดการเดินทางทั้ง 2 รอบ ออกจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เวลา 05.00 น.

กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ณ ปัจจุบันยังไม่พบรายงานว่าคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ใน ตะวันออกกลาง แต่ในภาพรวมของสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหว ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเตหะรานได้รายงานว่า จะมีการนำคนไทยออกจากพื้นที่เป็น 2 รอบ โดยตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสองรอบแล้วรวม 138 คน มีทั้งนักศึกษาและแรงงาน

ส่วนประเทศยูเออี สถานทูตไทยในเมืองอาบูดาบี อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้างในพื้นที่ ซึ่งตกค้างรวม 63 คน เดินทางออกมาและกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้ ในส่วนของดูไบมีการอำนวยความสะดวกให้คณะนักเรียนครูและผู้ปกครอง 30 คน และกลับประเทศไทยโดยสายการบินเอมิเรตส์ถึงประเทศไทยแล้วในช่วงเย็นวันนี้ ประเทศบาห์เรน สถานทูตของไทยที่มานามาแจ้งว่า ได้เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยแล้ว ซึ่งในกรณีของบาห์เรนจะต้องผ่านไปทางประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยวันนี้ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มแรก 9 คน เดินทางเข้าไปในซาอุดีอาระเบียเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...