โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ซื้อง่าย ขายคล่อง' Gold Now แพลตฟอร์มซื้อขายทองแสนสะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัส

The MATTER

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 11.00 น. • Pain Killer

สินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก คือ ทองคำ

เวลาเราเปรียบเทียบสิ่งใดที่มีค่ามหาศาล เรามักจะเปรียบเทียบสิ่งนั้นกับ ‘ทองคำ’ เช่น รางวัลลูกโลกทองคำ (รางวัลทรงเกียรติที่มอบให้กับคนทำงานด้านภาพยนตร์หรือวงการโทรทัศน์) หรือเหรียญทองโอลิมปิก เหรียญรางวัลที่ใครๆ ก็ให้เครดิตว่าใครได้มาครอบครองคือคนที่แข็งแกร่งทางชนิดกีฬานั้นๆ มากที่สุดในโลก

ทีนี้พูดถึงทองคำ ที่เป็นทองจริงๆ ทองที่เป็นแร่โลหะแวววาวอันมีค่ามหาศาล นับแต่สมัยโบราณนานมา ทองคำถูกจัดให้เป็นโลหะที่มีค่ามีราคาสูง สมัยโบราณที่มนุษย์ยังรบพุ่งกันด้วยหอกดาบ หรือเมื่อมีการออกล่าอาณานิคมประเทศราช ทองคำคือทรัพย์สินที่จะถูกค้นหาและยกมาเก็บไว้ในฐานะของบรรณาการล้ำค่ามหาศาล

ตัดภาพมาที่ปัจจุบันในปี 2569 ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนวิ่งเข้าใส่ในวันที่เกิดสงครามหรือเกิดความผันผวนด้านการเงินและเศรษฐกิจ เพราะทองคำคือแร่โลหะที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลใด

แปลความง่ายๆ ตรงตัวว่า ไม่มีรัฐบาลไหนบนโลกใบนี้เป็นเจ้าของทองคำทั้งหมด ไม่มีรัฐบาลไหนทั้งสิ้นจะสามารถกำหนดราคาทองคำให้ขึ้นลงได้อย่างใจชอบ ทองคำมีราคาขึ้นลงตามกลไกตลาดโลก ซึ่งอิงกับปัจจัยมากมายอื่นๆ บนโลกอีกที เช่น ภาวะความสงบสุขของโลก ณ ตอนนั้น สมมติว่าถ้าโลกมีสงครามคนก็อาจจะไม่มั่นใจว่าการรบครั้งนั้นฝ่ายไหนจะชนะ สถานการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การถือ ‘ทองคำ’ ที่ดูเป็นสินทรัพย์กลางๆ และมีค่าแน่ๆ ในสายตาคนทั้งโลกไว้น่าจะดีกว่า ช่วงนั้นราคาทองคำก็จะพุ่งสูงขึ้น

ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่เรียกว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนทั่วโลก และเป็นสินทรัพย์ที่นับว่ามีความผันผวนน้อย (อย่างน้อยก็ในอดีต)

ความลำบากนิดหน่อยเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำในประเทศไทยสำหรับคนส่วนใหญ่ ก็คือ การจะซื้อหรือขายทองในแต่ละที เราต้องเบิกเงินจากธนาคาร เดินอย่างระแวดระวังเพื่อกำเงินก้อนนั้นไปที่ร้านทอง เมื่อได้ทองคำที่เราซื้อมา เราก็ต้องเก็บทองนั้นอย่างระมัดระวังเพื่อรอวันขาย แถมร้านทองก็มีเวลาเปิด-ปิดที่จำกัด พูดง่ายๆ ก็คือ การซื้อ-ขายทองคำในไทยมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ทั้งเรื่องการเดินทาง เวลา และสถานที่

หลายปีให้หลังมานี้เมืองไทยจึงมีแอปพลิเคชั่นสำหรับซื้อขายทองบนโลกออนไลน์ ที่เป็นที่นิยม ก็อย่างเช่น แอปฯ Gold Now จากร้านขายทองฮั่วเซ่งเฮง ร้านขายทองเก่าแก่บนถนนเยาวราชที่เปิดมาแล้วกว่า 75 ปี ปัจจุบันมีการขยายสาขาไปไกลกว่าบนถนนเยาวราชแล้ว ทั้งที่สีลม และที่ซีคอนศรีนครินทร์

แอปฯ Gold Now อำนวยความสะดวกนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายทองคำ โดยทำลายข้อจำกัดในการซื้อ-ขายทองคำ ตรงที่ว่า คุณสามารถเปิดบัญชีซื้อขายทองกับแอปฯ Gold Now ได้โดยที่คุณไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา เพียงสแกนใบหน้า ยืนยันตัวตน และมีบัญชีที่ผูกกับธนาคาร เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทั้งซื้อ และขายทองคำได้โดยที่ไม่ต้องไปที่หน้าร้าน ไม่ต้องไปถึงเยาวราช อยากกดซื้อเมื่อไหร่ที่ราคาไหน อยากขายตอนไหนที่ราคาเท่าไหร่ คุณสามารถทำได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา (ที่แอปฯ เปิด Gold Now เปิดให้บริการที่วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 06.15 น. – 02.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 น. – 17.30 น. ตามข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์)

แต่เราก็ได้เห็นกับตาว่าเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่ออิสราเอลและอิหร่านมีการรบพุ่งกันอย่างดุเดือด Gold Now ก็ประกาศปิดการซื้อขายบนหน้าแอปฯ ทั้งสองวัน การปิดให้บริการครั้งนั้นเป็นการกระทำที่ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามเป็นอย่างมากว่า แอปฯ นี้สะดวกจริงหรือไม่ เรายังคงซื้อทองคำที่ไหน เมื่อไหร่ก้ได้ ที่ราคาใดก้ได้อย่างใจปรารถนาได้จริงหรือไม่

เพราะในยามที่คนอยากจะหันไปซื้อทองคำในห้วงเวลาของสงคราม (หรือบางคนอาจจะอยากเทขายทองคำ ณ ตอนนั้น) แอปฯ กลับประกาศปิดตัวชั่วคราว แล้วตกลงว่าเราจะยังคงเชื่อมั่นและวางใจในความสะดวกของแอปฯซื้อขายทองได้จริงไหม

คำถามที่สำคัญไปกว่าความสะดวกสบายที่แอปฯ (อาจจะ) มีให้ คือ เรายังคงเชื่อถือว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดได้จริงหรือไม่

หากเกิดภาวะสงครามขึ้นจริงบนโลกนี้ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เราควรถือไว้เพื่อความปลอดภัยทางการเงินจริงไหม

แล้วหากถือทองคำไว้แล้ว เราจะไปขายใคร แล้วเขาจะปิดร้านหรือปิดแอปฯ หนีเราอีกไหมในวันที่สงครามสงบลง คำถามนี้คงมีแต่เข็มนาฬิกาเท่านั้นที่พาคำตอบมาให้เราได้

อ้างอิงจาก

huasengheng.com

Graphic Designer: Manita Boonyong
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...