นักดาราศาสตร์พบทางลัดใหม่ตามล่า “ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ” สัญญาณแสงจาง ๆ อาจซ่อนดาวเคราะห์นับร้อยดวง
การค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลแสนไกลอาจไม่ใช่เรื่องของการสุ่มอีกต่อไป เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเทคนิคใหม่ที่เปรียบเสมือนทางลัดในการตามหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดยอาศัยการสังเกตสัญญาณแสงจากดาวฤกษ์ที่มีกิจกรรมทางแม่เหล็กต่ำ ซึ่งเทคนิคนี้ได้ช่วยให้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่แล้วและอาจนำไปสู่การค้นพบดาวเคราะห์ที่ซ่อนอยู่อีกนับร้อยดวงในอนาคต
ปัจจุบันมนุษย์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วกว่า 6,000 ดวง ซึ่งหลายดวงโคจรอยู่ใกล้ชิดกับดาวฤกษ์แม่ของมันมาก การอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากเกินไปทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์เหล่านี้ถูกแผดเผาด้วยรังสีที่รุนแรง จนเกิดเป็นกลุ่มฝุ่นและก๊าซที่ดูคล้ายหางดาวหาง ตัวอย่างเช่น ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ K2-22b ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์เคยทำการวิเคราะห์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2568 กลุ่มเศษซากเหล่านี้มักจะลอยวนอยู่รอบดาวฤกษ์แม่เป็นเวลานานนับล้านปี
กลุ่มฝุ่นก๊าซที่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคนี้กลับกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์ชี้เป้าดาวฤกษ์ที่อาจมีดาวเคราะห์ซ่อนอยู่ได้ กลุ่มเศษซากที่ประกอบด้วยก๊าซหลากชนิดจะดูดกลืนแสงจากดาวฤกษ์ในบางช่วงความถี่ที่ตามนุษย์มองเห็น แมทธิว สแตนดิง นักวิจัยจากศูนย์ดาราศาสตร์อวกาศแห่งยุโรป สังกัดองค์การอวกาศยุโรป และผู้นำการศึกษาในครั้งนี้ อธิบายว่าการดูดกลืนแสงดังกล่าวทำให้ดาวฤกษ์ดูเหมือนมีกิจกรรมทางแม่เหล็กต่ำกว่าความเป็นจริง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ดาวฤกษ์ที่ดูนิ่งสงบอาจเป็นเป้าหมายชั้นดีในการค้นหาดาวเคราะห์ที่กำลังถูกแผดเผาและซ่อนตัวอยู่
เพื่อทดสอบสมมติฐานนี้ ทีมวิจัยระดับนานาชาติจากโครงการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์จากสสารที่กระจายตัวได้คัดเลือกดาวฤกษ์จำนวน 24 ดวงที่ดูเหมือนมีกิจกรรมทางแม่เหล็กต่ำ ซึ่งบางดวงเคยถูกวิเคราะห์มาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 จากนั้นได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรปในประเทศชิลี เพื่อเก็บข้อมูลสเปกตรัมหรือแถบแสงจากดาวฤกษ์เหล่านี้เป็นเวลานานกว่าสองสัปดาห์ หากดาวฤกษ์ดวงนั้นมีดาวเคราะห์โคจรอยู่ แรงโน้มถ่วงจากดาวเคราะห์จะดึงดูดให้ดาวฤกษ์เกิดการส่ายไปมาเล็กน้อย ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงของแถบแสง โดยวิธีการนี้เรียกว่าเทคนิคความเร็วแนวรัศมี
ผลการวิเคราะห์ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารรายเดือนของราชสมาคมดาราศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ระบุว่าดาวฤกษ์ 14 ดวง มีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะโคจรอยู่รวมกันถึง 24 ดวง โดยในจำนวนนี้เป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อนถึง 7 ดวง นอกจากนี้ อัตราการพบดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์กลุ่มนี้ยังสูงกว่าการสำรวจด้วยเทคนิคความเร็วแนวรัศมีแบบปกติถึง 8 ถึง 10 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ทีมวิจัยยังได้นำผลลัพธ์นี้ไปขยายผลกับกลุ่มดาวฤกษ์เพื่อนบ้านจำนวน 16,000 ดวงที่อยู่ห่างจากระบบสุริยะของเราไม่เกิน 1,600 ปีแสง และพบว่ามีดาวฤกษ์จำนวน 241 ดวงที่มีลักษณะเดียวกัน ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอีกราว 300 ดวงที่รอการค้นพบอยู่
การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การตามหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น แม้ว่าดาวเคราะห์ที่พบด้วยวิธีนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากจนไม่น่าจะมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้ก็ตาม ในอนาคตทีมวิจัยมีแผนที่จะขยายขอบเขตการสำรวจและเฝ้าติดตามข้อมูลความเร็วแนวรัศมีต่อไป เพื่อไขความลับของจักรวาลและค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ ๆ ที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของอวกาศอันกว้างใหญ่
ข้อมูลอ้างอิง: Live Science
- Scientists tracked faint signals from the stars — and may have turned up hundreds of undiscovered planets