ตีนแมว บุกคฤหาสน์หรู กวาดนาฬิกาแบรนด์เนมกว่า 6.4 ล้านบาท
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 22.14 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 15.05 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsตร.พัทยา รวบคู่หูตีนแมว บุกคฤหาสน์หรูเขาพระตำหนัก กวาดนาฬิกาแบรนด์เนมกว่า 6.4 ล้านบาท
ตำรวจพัทยาตามรวบ 2 คนร้ายตีนแมว หลังบุกปีนกำแพงคฤหาสน์หรูย่านเขาพระตำหนัก กวาดนาฬิกาแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 6.4 ล้านบาท ก่อนนำไปขายต่อในราคาหลักหมื่น สุดท้ายไม่รอด ถูกสืบสวนแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนจับกุมได้พร้อมของกลาง
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน, พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส. และ ร.ต.อ.ดอกรัก สายโรจน์ รอง สว.สส. ร่วมกันจับกุมตัว นายกฤษพงษ์ อายุ 26 ปี และนายนครินทร์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์บ้านพัก พร้อมของกลางรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Chevrolet สีดำ และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.นัฐพร อายุ 30 ปี พร้อมสามีชาวต่างชาติและบุตรสาว นำกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย2คนได้อย่างชัดเจน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกคนร้าย 2 ราย สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ปีนกำแพงเข้าไปในบ้านพักหรูบริเวณเขาพระตำหนัก ก่อนกวาดทรัพย์สินมีค่าไปหลายรายการ โดยเฉพาะนาฬิกาแบรนด์เนม ได้แก่ นาฬิกา Patek Philippe ของสามี มูลค่า 6 ล้านบาท และนาฬิกา Rolex ของบุตรสาว มูลค่า 400,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 6.4 ล้านบาท
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อย่างละเอียด กระทั่งพบเบาะแสรถยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนี ก่อนขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยเนินพลับหวาน ตำบลหนองปรือ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุจริง โดยหลังได้ทรัพย์สินมาแล้ว ได้นำนาฬิกาไปขายต่อทันที ซึ่งนาฬิกา Rolex ถูกนำไปขายในกรุงเทพฯ ในราคาเพียง 55,000 บาท ขณะที่นาฬิกา Patek Philippe ขายให้ร้านรับซื้อของมือสองในเมืองพัทยา ในราคา 110,000 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบร้านรับซื้อดังกล่าว และพบของกลางนาฬิกาอยู่จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจยึดเพื่อนำส่งคืนให้เจ้าของ
เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.