“จีน” คุมเข้มอินฟลูเอนเซอร์สายลงทุน หวั่นกระแสหุ้น AI ร้อนแรงเกินควบคุม
"จีน" คุมเข้มอินฟลูเอนเซอร์สายลงทุน หวั่นกระแสหุ้น AI ร้อนแรงเกินควบคุม ะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการหนุนตลาดทุนกับการสกัดการเก็งกำไรเกินควร
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ทางการจีนกำลังเดินหน้าปราบปรามการทำตลาดเชิงรุกของอินฟลูเอนเซอร์ที่โปรโมตผลิตภัณฑ์การลงทุน สะท้อนความกังวลต่อภาวะตลาดหุ้นที่ร้อนแรงจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความทะเยอทะยานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของรัฐบาล
การควบคุมไม่ให้ตลาดร้อนแรงเกินไป โดยไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากความคาดหวังต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจำนวนมาก ถูกหล่อเลี้ยงโดยเป้าหมายนโยบายของภาครัฐเอง
สื่อจีนหลายแห่งรายงานในช่วงปลายเดือนมกราคมว่า China Securities Regulatory Commission (CSRC) ได้ลงโทษบริษัทจัดการกองทุนแห่งหนึ่ง ฐานจ่ายเงินให้อินฟลูเอนเซอร์ออนไลน์ที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อช่วยโปรโมตผลิตภัณฑ์การลงทุน
เอกสารของ CSRC ซึ่งถูกอ้างโดยสื่อ ระบุว่าบริษัทดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่า “Fund D” มีพฤติกรรมชักจูงนักลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงไม่เหมาะสมให้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง และละเลยมาตรฐานการกำกับดูแลวิชาชีพเพื่อแลกกับการเติบโตระยะสั้น
มาตรการดังกล่าวสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่มีความกังวลต่อความผันผวนที่รุนแรงในตลาดหุ้น ข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูล Wind ระบุว่า ในเดือนมกราคม มีการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 4.91 ล้านบัญชี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยนักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดเล็กและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ซึ่งเชื่อมโยงกับธีม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอวกาศเชิงพาณิชย์
แม้ดัชนี CSI 300 ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ปรับขึ้นเพียง 0.7% ตั้งแต่ต้นปี แต่ดัชนี CSI 500 ที่ติดตามหุ้นขนาดกลางและเล็ก พุ่งขึ้นถึง 11.2% ขณะที่ดัชนีรวมของกระดาน STAR Market ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 10.5%
ราคาหุ้นของ Wuxi Autowell Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์อุตสาหกรรม พุ่งขึ้นมากกว่า 120% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่หุ้นของ Puya Semiconductor และ Focuslight Technologies เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ส่วน Supcon Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติ ปรับขึ้นราว 65%
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศรายหนึ่งระบุว่า เงินทุนที่ไหลเข้าสู่หุ้นเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากทางเลือกการลงทุนอื่นที่มีจำกัด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ และราคาที่อยู่อาศัยปรับลดลง มากกว่าจะเป็นเพราะปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแข็งแกร่งจริง
ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ยิ่งซ้ำเติมความปั่นป่วนในตลาด หน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเงิน (Silver Futures) ซึ่งจดทะเบียนในเซินเจิ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่าตัวในเดือนมกราคม ก่อนราคาจะพุ่งสูงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นจากราคาฟิวเจอร์สจริง
ต่อมาบริษัทจัดการกองทุน UBS SDIC Fund Management ได้ระงับการรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนใหม่เมื่อวันที่ 28 มกราคม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วย ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นสั่งระงับการซื้อขายของนักลงทุนบางรายที่มีพฤติกรรมผิดปกติ และราคาหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวร่วงชนเพดานลบวันละ 10% ติดต่อกัน 5 วัน
ผู้นำจีนยังคงสนับสนุนตลาดหุ้นในฐานะเครื่องมือผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้ผ่อนคลายเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนของบริษัทในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และเร่งกระบวนการพิจารณาบริษัทอย่างสตาร์ตอัพด้านชิปอย่าง Moore Threads ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 5 เท่าในวันแรกที่เข้าซื้อขายเมื่อเดือนธันวาคม
ขณะเดียวกันทางการก็เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมความผันผวน โดยในการประชุมทำงานเดือนมกราคมซึ่งมีประธาน CSRC อู๋ ชิง เข้าร่วม เจ้าหน้าที่ให้คำมั่นว่าจะปราบปราม “การเก็งกำไรเกินควรและการปั่นตลาด” และ“ป้องกันความผันผวนรุนแรงของตลาดอย่างเด็ดขาด” โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือการบริหารความคาดหวังของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของมูลค่าซื้อขายรายวัน
เจสัน หลุย หัวหน้ากลยุทธ์หุ้นและอนุพันธ์เอเชียแปซิฟิกของ BNP Paribas กล่าวว่า เป้าหมายหลักของรัฐบาลจีนคือการทำให้ตลาดมีความผันผวนต่ำ เพื่อจูงใจการลงทุนระยะยาว และลดภาพลักษณ์วัฏจักรบูม-บัสต์ของตลาดหุ้นจีน
ก่อนหน้าการลงโทษ Fund D ทาง CSRC ยังได้ปรับและสั่งห้ามอินฟลูเอนเซอร์ชื่อ จิน หย่งหรง เข้าตลาดทุนเป็นเวลา 3 ปี หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นและทำกำไรผิดกฎหมายกว่า 41 ล้านหยวน โดยแพลตฟอร์มโซเชียลด้านการเงินอย่าง Snowball Finance ได้แบนบัญชีของเขาและผู้ใช้อื่น ๆ อีกกว่า 20 ราย
ในมาตรการล่าสุดเพื่อสกัดการเก็งกำไร ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่ง ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนเงินประกันสำหรับการซื้อขายมาร์จิ้นจาก 80% เป็น 100%
นักวิเคราะห์คาดว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเผชิญบททดสอบอีกครั้งหลังสิ้นสุดวันหยุดตรุษจีน 9 วัน และตลาดกลับมาเปิดทำการในวันที่ 24 ก.พ. โดยในช่วงเทศกาล บริษัทหลายแห่งเตรียมนำเสนอความสามารถด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในรายการกาล่าตรุษจีนของ China Central Television (CCTV) ขณะที่ DeepSeek และผู้พัฒนา AI เชิงสร้างสรรค์รายอื่น ๆ มีรายงานว่าเตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ในช่วงเดียวกัน ซึ่งอาจยิ่งกระตุ้นความร้อนแรงของตลาดอีกระลอก
อ้างอิง : asia.nikkei.com