โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ เหตุได้รับ ‘ประสบการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง’

JS100

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
อิหร่านปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ เหตุได้รับ ‘ประสบการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง’

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเจรจากับสหรัฐฯอีกครั้ง หลังจากที่มี "ประสบการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง" ในการพูดคุยกับสหรัฐฯ และยังเร็วเกินไปที่นายมอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่จะแสดงความเห็นเปิดรับการเจรจาหรือการหยุดยิง คำกล่าวในครั้งนี้ อ้างอิงถึงสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว (2568) ซึ่งกองทัพอิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในขณะที่กำลังมีการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ นอกจากนี้การเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ (2569) ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่ามีความคืบหน้าที่ดีภายใต้การไกล่เกลี่ยของโอมาน แต่สหรัฐฯและอิสราเอลก็ยังโจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้นายอารักชีเห็นว่า ไม่น่าจะมีการพูดคุยกับชาวอเมริกันอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ของนายคาเมเนอีว่าคือการสานต่อการต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งยังเป็นการแสดงถึงความมั่นคงในรูปแบบหนึ่ง ส่วนที่การผลิตและการขนส่งน้ำมันหยุดชะงัก ยืนยันว่า ไม่ใช่ความผิดของอิหร่าน และไม่ใช่แผนการของอิหร่าน การหยุดชะงักเกิดขึ้นเนื่องจากโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ทำให้ทั้งภูมิภาคไม่ปลอดภัย พร้อมยืนยันว่า อิหร่านไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เขากล่าวด้วยว่า การโจมตีของอิหร่านมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น เนื่องจากการเผชิญกับความก้าวร้าว ซึ่งผิดกฎหมาย อิหร่านเตือนทุกคนในภูมิภาคแล้วว่า หากถูกสหรัฐฯ โจมตี อิหร่านก็จะโจมตีฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ และทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ และผลที่ตามมาคือ สงครามจะลุกลามไปทั่วทั้งภูมิภาค …. #อิหร่าน #สหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...