บุกค้นล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนข้ามชาติใช้นอมินีฮุบวงจรการค้า-ทำราคาตกต่ำ
วันนี้ (10 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวที่เข้าข่ายเป็นนอมินีข้ามชาติรวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่มีพฤติการณ์สวมสิทธิ์คนไทยเพื่อเข้าครอบงำธุรกิจการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย พร้อมทั้งมีพฤติการณ์บิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่เกษตรกรในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่สวนทางกับกลไกตลาด กล่าวคือ ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในต่างประเทศยังมีปริมาณสูงมาก แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนกลับถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ
เมื่อชุดสืบสวน กก.4 บก.ปอศ. ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก จึงพบว่าสาเหตุหลักเกิดจากการที่กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงวงจรการค้า ด้วยการจัดตั้งล้งมะพร้าวอำพราง โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (Nominee) เพื่อผูกขาดการรับซื้อและส่งออก ทำให้เกิดอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าเกษตรกร นำไปสู่การกดราคาเพื่อกวาดกำไรส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ ทิ้งความเสียหายไว้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย
จากการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 8 แห่ง พบว่ามี 6 บริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ในบัญชีที่เกี่ยวกับการทำสวน ผลิตผลทางการเกษตร และการค้าส่งค้าปลีก) โดยพบผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย มีผู้ร่วมกระทำผิดเป็นบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
ซึ่งเครือข่ายนี้มีแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อน เริ่มจากการใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหารให้ถือหุ้น 51% ตามกฎหมาย แต่แท้จริงแล้วคนไทยเหล่านั้นเป็นเพียงพนักงานหรือบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างมาเซ็นเอกสาร โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไร นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่ระบุชัดเจนว่า อำนาจการสั่งการรับซื้อ การกำหนดราคา และการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน
กลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ยังได้สร้างกลไกการผูกขาดแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนมะพร้าวเอง (ต้นน้ำ) การตั้งล้งเพื่อรวบรวมและแปรรูป (กลางน้ำ) ไปจนถึงการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ (ปลายน้ำ) การกินรวบวงจรธุรกิจเช่นนี้ทำให้นายทุนมีอำนาจกดราคารับซื้อหน้าสวนเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ในราคาลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้ถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนโดยตรง
ยิ่งไปกว่านั้น จากการวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบการตกแต่งบัญชีรายงานผลประกอบการว่าขาดทุน มาโดยตลอด ทั้งที่รายได้สูงขึ้นทุกปี เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง
ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก เช่น หลักฐานการซื้อขาย สัญญาเช่าสวน เอกสารทางบัญชีและภาษีกว่า 10 กล่องที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ฝากเตือนประชาชนว่า การรับจ้างเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติมีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย บก.ปอศ. จะร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป