อ่านแนวคิดกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ของว่าที่ประธานเฟดคนใหม่
คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย
เปิดปีใหม่มาวงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกดูจะเงียบเหงาเล็กน้อย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะต้านกระแสร้อนแรงของราคาสินทรัพย์ลงทุนตัวอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมาสะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของโลก (แม้จะมีกระแสเทขายทำกำไรในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ตาม)
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว พฤติกรรมการเทขายของกลุ่มนักลงทุนที่กำหนดแผนการลงทุนไว้ล่วงหน้า ทำให้ราคาบิตคอยน์ตกลงจากยอดดอยที่ราคากว่า 4 ล้านบาทต่อเหรียญในเดือนตุลาคมที่ผ่านเหลือประมาณ 2.6 ล้านบาทต่อหนึ่งเหรียญในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 (ปรับตัวลดลงกว่า 35%)
อาจเรียกได้ว่าตลาดกระทิงทองตัวนี้ได้วายลงเรียบร้อย และในปี 2569 เราคงต้องตั้งรับกับตลาดหมีขาวกัน (ยกเว้นจะมีสถานการณ์อะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก เช่น วิกฤตโควิด-19 เป็นต้น
นอกจากภาพรวมของตลาดคริปโทต้นปีม้า 2569 แล้ว เมื่อ 30 มกราคมที่ผ่านมา มีข่าวเศรษฐกิจโลกสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและราคาของตลาดในอนาคตอย่างแน่นอน นั่นคือ ทำเนียบขาวประกาศว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจเสนอชื่อประธานธนาคารกลางคนใหม่ (Federal Reserve Chair) มาแทนที่เจอโรม พาวเวลล์ หรือ เจย์ พาวล์ (Jerome “Jay” Powell) ที่วาระการดำรงตำแหน่งจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และหวยงวดนี้ตกอยู่กับ “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh)
วอร์ชไม่ใช่คนแปลกหน้าในตึกธนาคารกลาง เพราะเคยดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางมาแล้วในระหว่างปี 2549 ถึง 2554 มีประสบการณ์รับมือกับวิกฤตการเงินโลก และหลังจากลงจากตำแหน่งก็ไปเป็นนักวิชาการอยู่กับสถาบันฮูเวอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Hoover Institute, Stanford University) ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนโยบายการเงินและบทบาทของธนาคารกลาง ถือเป็นนักการธนาคารสายอนุรักษ์นิยมคนสำคัญคนหนึ่งของอเมริกา
การเปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อทิศทางและการพัฒนาการเงินของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินสำรองหลักของโลก (global reserve currency) และแน่นอนครับ กระทบต่อโครงสร้างและทิศทางการพัฒนาของตลาดคริปโตโดยเฉพาะเหรียญหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นบิตคอยน์ (BTC) เทเธอร์ (USDT) หรืออีเธอร์ (Ether)
วันนี้ จึงอยากขอเชิญผู้อ่านทุกท่านมาร่วมอ่านแนวคิดด้านการกำกับสิทรัพย์ดิจิทัลเบื้องต้นของว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่กันครับ
“เควิน วอร์ช” มีชื่อเสียงด้านแนวคิดการรักษาวินัยการเงิน ต่อต้านกิจกรรมการลงทุนที่ส่งผลกระทบต่องบการเงินของธนาคารกลาง เช่น การดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อสร้างสภาพคล่องในระบบ หรือที่เรียกว่า Quantitative Easing และยังเป็นผู้ที่ระมัดระวังการเปิดตลาดสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงหรือผันผวนสูง
ในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ในอดีตวอร์ชเคยให้ความเห็นที่เกี่ยวข้อง เช่น เคยกล่าวว่า คริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ทำตัวเหมือนเงิน (cryptocurrency was nothing more than software pretending to be money) หรือการปรับตัวของราคาบิตคอยน์เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่ไม่เข้มงวด (speculative excess) จนทำให้มีสภาพคล่องในตลาดเยอะเกินไป (global dollar flood)
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เห็นว่า แม้ว่าวอร์ชจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนคริปโตหัวชนฝา เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ๆ ในกลุ่มที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ก็ไม่ได้แปลงว่าเขาจะปิดกั้นการพัฒนาตลาดคริปโตหรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับระบบการเงินการธนาคาร
วอร์ชเคยเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal เมื่อสามปีที่ผ่านมา เตือนธนาคารกลางให้พิจารณาพัฒนาเงินดอลลาร์ดิจิทัล (Central Bank Digital Currency – CBDC) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินหยวนและเหรียญคริปโตต่าง ๆ ทวีอิทธิพลในฐานะเป็นเงินสำรองของโลกแข่งกับดอลลาร์ และแม้ว่าวอร์ชจะเคยปฏิเสธการรับรองให้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (legal tender) แต่เขาก็ยอมรับว่าในปัจจุบัน บิตคอยน์ได้กลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเก็บความมั่งคั่งของประชาชนไปแล้ว
อย่างน้อยที่สุด วอร์ชก็น่าจะต้องขานรับมาตรการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงเช่น คริปโตเคอร์เรนซี่ เนื่องจากนักลงทุนมักจะปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนจากกลุ่มสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ในช่วงที่พันธบัตรรัฐบาลอเมริกันให้ผลตอบแทนต่ำ
หากพิจารณาแนวคิดและทัศนคติของ “เควิน วอร์ช” ตามที่ปรากฏในหน้าสื่อแล้ว คงสรุปได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐในยุคของวอร์ชน่าจะไม่มีการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากนัก
ในส่วนของการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น คาดว่าจะได้รับความสนใจในฐานะเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของตลาด มากกว่าการปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายและกำกับดูแลเพื่อให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นฐานระบบการเงินและการลงทุน
อย่างไรก็ดี แม้ว่าวอร์ชจะได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางโดยเร็วเสมอไป เพราะตามกฎหมายการธนาคารของสหรัฐ (Banking Act of 1935) แล้ว
ต่อจากนี้วอร์ชจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา (Senate Banking Committee) หากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการ ก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา และในช่วงที่วุฒิสภาในคองเกรสยังไม่สามารถจัดการโวตเพื่อรับรองได้ เจย์ พาวล์ ก็จะรักษาการณ์ในตำแหน่งต่อไปเรื่อย ๆ
แต่เมื่อไหร่ที่วอร์ชได้รับการรับรองก็จะสามารถเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางได้ ขณะที่ เจย์ พาวล์ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการธนาคารกลางไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2571 โน้นเลย นั่นแหละครับ เป็นอีกผลที่ทรัมป์อยากปลด เจย์ พาวล์ ใจจะขาด
ก็หวังแต่เพียงว่า “เควิน วอร์ช”จะปกป้องความเป็นอิสระของสถาบันทางการเงินที่สำคัญของโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งบริหารให้ประโยชน์ของชาติมาพร้อม ๆ กับความสงบสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดการเงินและตลาดทุนโลกครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ่านแนวคิดกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ของว่าที่ประธานเฟดคนใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net