โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Hatari, Dentiste’, Mizumi ฯลฯ แบรนด์ไทยแท้ๆ เหล่านี้ ทำไมตั้งชื่อภาษาต่างประเทศ ?

TODAY

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 02.09 น. • TODAY

พัดลม “Hatari”, ยาสีฟัน “Dentiste’”, ครีมกันแดด “Mizumi” หลายอาจจะไม่รู้ว่าชื่อ

แบรนด์ดังที่พูดมาเป็นแบรนด์ของ “คนไทย” แท้ ๆ ไม่ใช่แบรนด์จากต่างประเทศ

Hatari – ก่อตั้งโดย คุณจุน วนวิทย์ ในปี พ.ศ. 2533

Dentiste’ – ก่อตั้งโดย ดร.แสงสุข พิทยานุกุล ในปี พ.ศ. 2548

Mizumi – ก่อตั้งโดย คุณวริษฐา สืบพันธ์วงศ์ ในปี พ.ศ. 2557

สงสัยไหมว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านกี่ 10 ปี หรือ 20 ปี.. เราก็ยังเห็นแบรนด์คนไทย

ที่ตั้งชื่อโดยใช้ภาษาต่างประเทศให้เห็นกันเรื่อย ๆ ?

เทคนิคนี้มีอะไรดี TODAYBizview จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจพอเป็นไอเดีย

  • ชื่อแบรนด์ภาษาต่างประเทศสื่อถึง “คุณภาพ” ในสายตาคนไทย

คนไทยจะมีชุดความเชื่อที่ว่า “สินค้านำเข้า” จากต่างประเทศจะมี “คุณภาพ”

ดีกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น

สาเหตุของเรื่องนี้ถ้าลองวิเคราะห์น่าจะเป็นเพราะในช่วงปี พ.ศ. 2523-2533

บริษัทญี่ปุ่นมาทำตลาดในไทยกันเยอะมาก ๆ

โดยเฉพาะในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเช่น Mitsubishi, Sony หรือ

Panasonic ที่ใช้ดีและมีคุณภาพมาก ๆ จนลูกค้าติดใจ

ก่อนจะเกิดเป็นภาพจำว่าสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น = ของมีคุณภาพ

ทำให้แบรนด์ไทยที่อยากจะแข่งกับแบรนด์ญี่ปุ่นในตอนนั้นต้องปรับภาพลักษณ์

ของแบรนด์ให้ดูมีความเป็นญี่ปุ่นเพื่อให้ลูกค้ายอมซื้อ

หนึ่งในนั้นคือ “Hatari” ของคุณ จุน วนวิทย์ ที่ต้องการขายสินค้าอย่างพัดลม

ที่มีคุณภาพดี แต่ไม่แพงเท่าแบรนด์ญี่ปุ่น

เลยต้องใช้เทคนิคปรับชื่อแบรนด์ให้ดูมีความเป็นญี่ปุ่นมาสู้ สุดท้ายลูกค้าก็เปิดใจ

ก่อน Hatari จะกลายเป็นแบรนด์พัดลมเจ้าตลาดของคนไทยในตอนนี้นั่นเอง..

  • ชื่อต่างประเทศทำให้แบรนด์ดูพรีเมียม

ถ้าลองสังเกตุรอบ ๆ ตัว.. ตามร้านค้าปลีกเราจะเห็นสินค้าที่นำเข้ามา จากต่างประเทศ มักจะมีการแปะป้ายบอกเราชัด ๆ เลยว่านี่คือ “สินค้านำเข้า”

แถมสินค้านำเข้าเหล่านี้ก็มักจะมีราคาขายสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ผลิตในประเทศไทยซะอีก

การที่เรายังเห็นการใช้เทคนิคแบบนี้อยู่.. แปลว่าภาพจำของคนไทยที่มี

ต่อสินค้านำเข้าจะมีความพรีเมียมและหลาย ๆ คนก็ “ยอมจ่าย”

แบรนด์ที่อยากเล่นในตลาดพรีเมียม, แมสพรีเมียม เลยมักจะใช้เทคนิค

วางตัวเองให้เป็นแบรนด์จากต่างประเทศ เพื่อสร้างความพรีเมียมให้แบรนด์นั่นเอง

หนึ่งในแบรนด์ที่ใช้เทคนิคนี้คือ “Mizumi” ที่มีสินค้าตัวแรกคือ

ครีมกันแดดที่เด่นเรื่องความอ่อนโยน คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้

และมีการวาง Position ไว้ให้เป็นแบรนด์แบบแมสพรีเมียม

คือไม่ได้ถูกที่สุด แต่ก็ไม่ได้แพงที่สุดในตลาด

ที่สำคัญคือ Mizumi มีการใช้เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นในการผลิตครีมกันแดด

การทำแบรนด์ให้มีความดูญี่ปุ่นเลยจะเหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อน

ถึงเทคโนโลยีและคุณภาพฉบับญี่ปุ่นแล้ว ยังช่วยสร้างภาพจำของความเป็นพรีเมียมในมุมมองของลูกค้าได้ด้วย

  • แบรนด์ชื่อต่างประเทศในอนาคตสามารถขยายไปตลาดต่างประเทศง่ายกว่า

การตั้งชื่อแบรนด์ให้ดู “สากล” เช่น ภาษาอังกฤษ จะช่วยให้แบรนด์ ออกไปทำตลาดในต่างประเทศได้ง่ายกว่า

เพราะอย่างน้อยพอชื่อแบรนด์เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ที่คนส่วนใหญ่ในโลกอ่านออก และรู้ความหมาย

อย่างน้อยก็ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความหมายของชื่อแบรนด์, สโลแกน, ฯลฯ ได้ดีกว่าการใช้ชื่อแบรนด์เป็นภาษาท้องถิ่น

ยกตัวอย่างเคสของ Dentiste’ ที่เป็นแบรนด์ของคนไทยแท้ ๆ แต่พอ

วางให้ภาพลักษณ์ให้เป็นแบรนด์ที่ดูสากล โดยการใช้ชื่อที่เป็นภาษาฝรั่งเศส (Dentiste’ แปลว่า ทันตแพทย์)

แต่ก็สามารถอ่านเข้าใจในภาษาอังกฤษ เพราะคล้ายกับคำว่า “Dentist” ที่มีความหมายเดียวกัน

เลยทำให้แบรนด์สามารถเอาสินค้าไปวางจำหน่ายได้หลายประเทศแบบไม่ต้องเสียเวลาปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่เลย

ตอนนี้เท่าทีมีข้อมูล Dentiste’ วางจำหน่ายไปแล้ว 25 ประเทศทั่วโลก

และประสบความสำเร็จมาก ๆ ในประเทศเกาหลีโดยมี Market Share มากกว่า 10% เลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าการตั้งชื่อแบรนด์เป็นภาษาต่างประเทศไม่ใช่เคล็ดลับว่าจะการันตีความสำเร็จได้ขนาดนั้น

เพราะทุกแบรนด์ที่ยกตัวอย่างมาตรงนี้ มี “คุณภาพของสินค้า” ที่ดีไม่แพ้แบรนด์ต่างประเทศจริง ๆ

ทำให้ลูกค้าที่ลองสินค้าของแบรนด์แล้วติดใจกลับมาซื้อซ้ำเรื่อย ๆ จนประสบความสำเร็จนั่นเอง..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...