มั่งคั่งได้ไม่ต้องลุ้นดวง แบงก์กรุงเทพ แนะสูตรจัดทัพสินทรัพย์จาก “คนหาเงิน” สู่ “เจ้านายของเงิน”
“ทำงานแทบตาย ทำไมเงินไม่เหลือ?” คำถามคลาสสิกของคนรุ่นใหม่ที่ติดกับดักรายได้ทางเดียว ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งทะยานสวนทางกับดอกเบี้ยเงินฝาก “ออมเงิน” จึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอิสรภาพทางการเงินอีกต่อไป
ในงาน“Thairath Money Campus Tour 2026” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม ที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มาร่วมแกะสูตรลับ ที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็น “นาย” ของเงิน ด้วยกลยุทธ์สร้างบ้านทางการเงินที่มั่นคง ตั้งแต่ก้าวแรกของการออม ไปจนถึงพลังของดอกเบี้ยทบต้นที่ “เวลา” เท่านั้นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด ภายใต้หัวข้อ “SMART START ชีวิตการเงินดี เริ่มต้นพื้นฐานที่เข้าใจ”
มหัศจรรย์รายได้ 2 ทาง เมื่อ Active และ Passive ต้องเดินคู่กัน
เสาวรส ทวีบรรจงสิน ที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในโลกยุคใหม่ความประมาทที่สุดคือการมี “รายได้ทางเดียว” การทำงานแลกเงินหรือ Active Income ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจ คือฟันเฟืองสำคัญในช่วงเริ่มต้น
แต่กุญแจสำคัญคือการทำให้เงินนั้น “งอกเงย” เป็น Passive Income ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพักผ่อน พอร์ตการลงทุนควรทำหน้าที่เป็นพนักงานที่ทำงานให้ตลอด 24 ชั่วโมง เป้าหมายไม่ใช่แค่มีเงิน แต่คือการมี “เวลา” ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน
สร้าง-ปกป้อง-สะสม ลำดับที่ตัดสินความรวย
เสาวรส กล่าวต่อไปว่า การวางแผนการเงินเปรียบเสมือนการสร้างบ้าน หลายคนกระโดดไปที่ “การสะสม” (การลงทุน) เพราะอยากรวยเร็ว แต่หากฐานรากไม่แน่น บ้านย่อมถล่มได้ง่าย ดังนั้นต้องเริ่มจาก
1.สร้างสภาพคล่อง เริ่มต้นที่การมี Cash Flow ที่ดี และเงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือน ยุคหลังโควิดสอนให้เรารู้ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เงินก้อนนี้คือสายป่านที่ทำให้คุณอยู่รอดโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ขาดทุนในยามวิกฤติ
2.ปกป้องความเสี่ยง อย่ามองข้ามเรื่องประกัน เพราะอุบัติเหตุหรือโรคร้ายเพียงครั้งเดียวอาจกวาดเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณให้หายไปในพริบตา การใช้เงินก้อนเล็กไปปกป้องเงินก้อนใหญ่คือวินัยทางการเงินที่ชาญฉลาด
3.สะสมความมั่งคั่ง เมื่อฐานล่างแน่นแล้ว จึงค่อยขยับไปสู่การลงทุนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เลือกสินทรัพย์ที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบ "เที่ยวเอง" หรือ "ไปกับทัวร์"
ทั้งนี้การลงทุนมีความหลากหลายเหมือนการเดินทาง หากมีเวลาและชอบศึกษา ข้อมูลลึกถึงงบการเงิน การเลือกหุ้นรายตัวเปรียบเสมือนการ "วางแผนเที่ยวเอง" ที่คุณคุมได้ทุกอย่าง แต่หากไม่มีเวลา "การไปกับทัวร์" ควรลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีมืออาชีพคอยบริหารจัดการคือทางเลือกที่ทรงประสิทธิภาพ
โดย Passive Fund เหมาะสำหรับคนที่เชื่อในศักยภาพของตลาดระยะยาว ค่าธรรมเนียมถูกและให้ผลตอบแทนล้อไปตามดัชนี และ Active Fund สำหรับผู้ที่ต้องการชนะตลาด โดยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเพื่อให้ผู้จัดการกองทุนคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้
Asset Allocation อาวุธลับที่ทรงพลังกว่าการจับจังหวะ
จุฑารัตน์ แก้วแจ้ง ที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมามือใหม่มักถามว่า “ซื้อตอนไหนดี?” แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ ผลตอบแทนระยะยาวกว่า 90% มาจากการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ไม่ใช่การจับจังหวะตลาด (Market Timing)
ดังนั้นการกระจายเงินไปใน หุ้น, ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ดังเช่นคำว่า "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว" เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดชนะตลาดได้ทุกปี การจัดพอร์ตจะช่วยให้พอร์ตไม่ขึ้นสุดจนเสี่ยง และไม่ลงสุดจนใจหาย
3 พลังขับเคลื่อนความมั่งคั่ง 'เงินต้น-ผลตอบแทน-เวลา'
จุฑารัตน์ กล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการปั้นพอร์ตให้โตอย่างยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงหรือโชคชะตา แต่มันคือผลลัพธ์จาก 'สมการความรวย' ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งหากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป เป้าหมายอิสรภาพทางการเงินอาจกลายเป็นเพียงความฝัน
1. เงินต้น วินัยที่ต้องแลกมาด้วยการ 'ออมก่อนใช้' ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์ ก็ไม่มีต้นไม้ที่เติบใหญ่ เงินต้นคือเชื้อเพลิงก้อนแรกที่มาจากการมีวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด เปลี่ยน Mindset จากการรอออมเงินที่เหลือจากการใช้ เป็นการหักออมทันทีที่รายได้เข้ามือ เพราะนี่คือการสร้างต้นทุนชีวิตที่จะถูกส่งต่อไปทำหน้าที่ในสเต็ปถัดไป
2. ผลตอบแทน ดอกผลที่งอกงามจาก 'ความรู้' ไม่ใช่การเสี่ยงโชค เงินต้นที่วางอยู่เฉยๆ จะถูกเงินเฟ้อกัดกิน ดังนั้นการเลือกสินทรัพย์ที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผลตอบแทนที่สูงขึ้นมักแลกมาด้วยความรู้และการเข้าใจความเสี่ยง การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางเลือก จะเป็นตัวช่วย 'ติดเทอร์โบ' ให้เงินทำงานแทนเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
3. เวลา อาวุธลับที่ทรงพลังที่สุด…แต่กลับซื้อคืนไม่ได้ ในบรรดาทั้งหมด 'เวลา' คือตัวแปรเดียวที่มีจำกัดและประเมินค่าไม่ได้ แต่มันคือ 'ตัวคูณ' ที่รุนแรงที่สุดในโลกการเงินผ่านระบบดอกเบี้ยทบต้น การเริ่มต้นใช้กลยุทธ์ DCA หรือการสะสมแบบถัวเฉลี่ยตั้งแต่วันนี้ คือการสร้าง 'เครื่องจักรผลิตเงิน' ที่ไม่ต้องอาศัยการจับจังหวะตลาด แต่ใช้ความสม่ำเสมอเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อให้พอร์ตเติบโตแบบก้าวกระโดด ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่อง “เงิน” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว หรือสูตรคำนวณที่ซับซ้อน แต่มันคือการกลับไปจัดการที่ “พื้นฐาน” และ “ทัศนคติ” ต่อการใช้ชีวิต
การก้าวข้ามคำถามที่ว่า “ทำงานแทบตาย ทำไมเงินไม่เหลือ?” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหาเงินได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าจัดการกับเงินที่มีอยู่ได้ดีเพียงใดมากกว่า ซึ่งเหมือนกับการสร้างบ้านทางการเงินที่แข็งแรงด้วยการวางฐานรากสภาพคล่อง การปิดรอยรั่วด้วยการป้องกันความเสี่ยง และการปล่อยให้พลังของเวลาทำงานผ่านการลงทุนที่สม่ำเสมอ คือวิถีที่จะเปลี่ยนสถานะจาก “คนหาเงิน” ไปสู่ “เจ้านายของเงิน” อย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มั่งคั่งได้ไม่ต้องลุ้นดวง แบงก์กรุงเทพ แนะสูตรจัดทัพสินทรัพย์จาก “คนหาเงิน” สู่ “เจ้านายของเงิน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้
- ลาออกไปใช้ชีวิต หรือ อยู่ต่อเพื่อสวัสดิการ? 5 เช็กลิสต์การเงินก่อนยื่นใบลาออก
- ค่าหมอพุ่ง! เทรนด์ใหม่ประกันสุขภาพ “ระบุชื่อโรงพยาบาล” ช่วยคุมค่าเบี้ย แอกซ่าฯ จ่อออกของใหม่ปีนี้
- ถอดแนวคิด 2 สไตล์ เจษ เจษฎ์พิพัฒ-TaxBugnoms จัดการเงินและความคิด เมื่อกราฟชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรง
- แบงก์กรุงเทพ แนะ อยากรวยเร็ว? หยุดหาหุ้นเด็ดก่อน เพราะ 91.5% ของความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ “หุ้น”
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath