โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

State of the Union ครั้งแรกของทรัมป์ 2.0 มีอะไรน่าจับตามอง

THE STANDARD

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.37 น. • thestandard.co
State of the Union ครั้งแรกของทรัมป์ 2.0 มีอะไรน่าจับตามอง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีกำหนดจะขึ้นแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังกลับมารับตำแหน่งสมัยที่สองในคืนวันอังคารนี้ (24 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะตรงกับช่วงเช้าวันพุธของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าทรัมป์จะใช้เวทีนี้ เป็นเวทีชูความสำเร็จในขวบปีแรกของรัฐบาลทรัมป์ 2.0

การแถลงนโยบายประจำปี ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงการส่งรายงานสั้นๆ ของประธานาธิบดีต่อสภาคองเกรสในยุคเริ่มแรก มาเป็นเวทีถ่ายทอดสดช่วงไพรม์ไทม์ที่มีความตึงเครียดและสะท้อนความแตกแยกทางการเมืองอย่างชัดเจน

ในระยะหลัง นอกจากการแถลงนี้มักเต็มไปด้วยการเผชิญหน้าและการประท้วงที่กลายเป็นประเด็นดราม่าทางการเมืองแล้ว เวทีนี้ยังเคยถูกใช้เพื่อประกาศ ‘จุดเปลี่ยนทางนโยบาย’ ที่สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อีกด้วย

วาระสำคัญที่น่าจับตามอง

1. การเผชิญหน้าระหว่างทรัมป์และศาลสูงสุดสหรัฐฯ เรื่อง ‘กำแพงภาษี’

ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุด เนื่องจากเพียง 4 วันก่อนการแถลงนโยบายประจำปี ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติ 6-3 ซึ่งรวมถึงผู้พิพากษาที่ทรัมป์แต่งตั้งเอง 2 คน สั่ง ‘ระงับอำนาจ’ ของประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวในภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของสภาคองเกรส นี่คือ ‘ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่’ ต่อนโยบายเศรษฐกิจและเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทรัมป์โปรดปราน

สิ่งที่น่าจับตามองคือ ทรัมป์จะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้พิพากษาศาลสูงสุดที่มาร่วมฟังการแถลง และก่อนหน้านี้เขายืนกรานว่าจะหาทางนำมาตรการภาษีกลับมาใช้และอาจผลักดันให้สูงขึ้นกว่าเดิม

2. วิกฤตชัตดาวน์และปัญหาผู้อพยพ

ขณะนี้หลายหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญการปิดชัตดาวน์ เนื่องมาจากความขัดแย้งกับพรรคเดโมแครตเรื่องงบประมาณตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสังหารพลเมืองอเมริกัน 2 คน ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อยุทธวิธีการเนรเทศผู้อพยพที่รุนแรง ต้องจับตาดูว่า กระแสความไม่พอใจเหล่านี้จะส่งผลกระทบจนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวนโยบายของทรัมป์หรือไม่

3. ความตึงเครียดทางทหารกับอิหร่าน

สหรัฐฯ กำลังระดมกำลังทหารทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินสอดแนม เพื่อเสริมกำลังรบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่าน หากการเจรจาเรื่องยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่ประสบผลสำเร็จ โดยประเด็นนี้มีความสุ่มเสี่ยงทางการเมือง เพราะอาจสร้างความไม่พอใจให้กับฐานเสียงของทรัมป์เองที่ไม่สนับสนุนการแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศ แม้ทรัมป์จะเผยว่า การโจมตีที่จะเกิดขึ้นอาจเป็นไปในลักษณะ ‘จำกัดวงโจมตี’ ก็ตาม

4. ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

แม้ทรัมป์คาดหวังจะนำเสนอตัวเลขเศรษฐกิจเชิงบวก แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กลับต้องเผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่าการเติบโตของ GDP ‘ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้’ และประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงรู้สึกว่า สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ‘ไม่ได้เอื้อประโยชน์’ ต่อตนเอง

5. การคว่ำบาตรจากพรรคเดโมแครต

สมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตกลุ่มหนึ่งประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมฟังการแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้ของทรัมป์ แต่จะออกไปจัดแรลลี่ประท้วงนโยบายของทรัมป์ที่ด้านนอกแทน โดยหลังจากทรัมป์แถลงจบ อบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียจากพรรคเดโมแครตจะเป็นผู้กล่าวตอบโต้ตามธรรมเนียมทางการเมือง

6. ประเด็นอื้อฉาวอื่นๆ ที่กำลังคุกรุ่น

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ 2.0 ยังเผชิญกับความโกรธเคืองจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว ‘Make America Healthy Again’ ที่ต่อต้านคำสั่งเพิ่มการผลิตสารกำจัดวัชพืช (Glyphosate) ภายในประเทศ รวมถึงคดีอื้อฉาวของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเพศ ที่ยังคงเป็นกระแสกดดันอย่างต่อเนื่อง และเกี่ยวโยงกับบุคคลสำคัญระดับโลกจำนวนไม่น้อย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของทรัมป์รวมอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน

แฟ้มภาพ: Mandel Ngan / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...