โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภาวะปัสสาวะเล็ด รักษาอย่างไร เลเซอร์หรือผ่าตัด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปัสสาวะเล็ดในสตรีพบได้บ่อยแต่สามารถประเมินและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและคุณภาพชีวิต

ภาวะปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสตรีทุกช่วงวัย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตรและในวัยหมดประจำเดือน แม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

นายแพทย์อภิสิทธิ์ สาราลักษณ์ สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ภาวะปัสสาวะเล็ด คือ ภาวะที่ไม่สามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะได้โดยไม่ตั้งใจ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักมาพบแพทย์เมื่ออาการต่าง ๆ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือขณะออกกำลังกาย บางรายหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและสูญเสียความมั่นใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาวะปัสสาวะเล็ดสามารถประเมินและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภาวะปัสสาวะเล็ด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

ภาวะปัสสาวะเล็ดขณะมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก ซึ่งมักสัมพันธ์กับความอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ภาวะปัสสาวะเล็ดจากการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดปัสสาวะเฉียบพลันและกลั้นไม่อยู่

ภาวะปัสสาวะเล็ดแบบผสมที่มีลักษณะอาการของทั้งสองชนิดร่วมกัน ดังนั้น การวินิจฉัยชนิดของโรคอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

แนวทางการรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดจำเป็นต้องอาศัยการประเมินและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของอาการ รวมถึงปัจจัยสุขภาพของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การปรับพฤติกรรม การควบคุมน้ำหนัก หรือการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความรุนแรงมากขึ้น อาจพิจารณาหัตถการหรือการผ่าตัดเพื่อเสริมการพยุงท่อปัสสาวะ

ปัจจุบัน การรักษาด้วยเลเซอร์ CO2 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อบริเวณผนังช่องคลอดด้านหน้า ซึ่งมีบทบาทในการพยุงท่อปัสสาวะ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน และมีระยะพักฟื้นสั้น อย่างไรก็ตาม การรักษาอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงปัญหาเรื้อรัง และฟื้นคืนคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...