โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดขาย 2,000 ล้าน สู้ศึกไวท์เทนนิ่ง! “ศรีจันทร์”กางแผนปี 69 เปิดตัวสกินแคร์จากพืช จับมือแบมแบมต่อ

Thairath Money

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ภาพรวมตลาดความงามและสกินแคร์ในปี 2569 ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่หวือหวาเท่าปีก่อนหน้าโดยคาดการณ์การขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 3-4% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมเกือบ 400,000 ล้านบาท

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายและการแข่งขันที่สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค “ศรีจันทร์” (SRICHAND) ภายใต้การนำของรวิศ หาญอุตสาหะ ยังคงโดดเด่นในฐานะผู้นำแบรนด์ไทยที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Moisturizer) ที่ยังคงครองอันดับ 1 ในด้านยอดขาย

หัวใจสำคัญที่ทำให้ศรีจันทร์ยังคงรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้คือกลยุทธ์ "T Beauty" ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศและพฤติกรรมของคนไทยโดยเฉพาะเนื่องจากประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่ "โหดร้าย" ต่อผิว ทั้งอากาศร้อนจัด ความชื้นสูง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันระหว่างภายนอกและห้องแอร์

ผลิตภัณฑ์ของศรีจันทร์จึงถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงในการทนต่อเหงื่อและความมัน แต่ยังคงความชุ่มชื้นได้ยาวนาน จนกลายมาเป็น Soft Power ไทย! ที่ปี 68 โกยยอดขายไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท เติบโตตามเป้า 30-40% ที่วางไว้ โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 60%

ขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่กลุ่ม “Skinology”

และล่าสุดแบรนด์ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่กลุ่ม “Skinology” โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและสารสกัดจากพืช 100% อย่างดอกคามิลเลีย ผ่านเทคโนโลยี PuriNucleTM เพื่อทดแทน PDRN จากแซลมอนที่กำลังเป็นเทรนด์โลก ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยและการลดโอกาสการแพ้แล้ว ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ต้องการใช้สารสกัดจากสัตว์อีกด้วย

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่าอุตสาหกรรมความงามไทยยังเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์ด้าน Skin Health ที่ผู้บริโภคต้องการผิวโกลว์สุขภาพดีควบคู่ศาสตร์ Anti-Aging โดยเอเชียได้ก้าวขึ้นเป็น Trend Setter สำคัญของกระแสนี้ในระดับโลก

“ศรีจันทร์มีรากฐานความเข้าใจผิวและไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งสภาพอากาศ มลภาวะ และบริบทวิถีชีวิตที่มีความเป็นเมืองมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นการตอบรับที่ดีสู่ความสำเร็จในกลุ่ม Basic Skincare โดยเฉพาะไลน์ Skin Moisture Burst ที่ได้เป็นแบรนด์และผลิตภัณฑ์อันดับ 1 และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของพอร์ตสกินแคร์ศรีจันทร์”

ซึ่งแบรนด์มุ่งเน้นในการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากแนวคิด ‘พิสูจน์แล้วจากทุกผิวไทย’ ที่ชูจุดยืน T-SKIN เป็นแกนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และในปีนี้แบรนด์จึงมุ่งขยายพอร์ต SRICHAND IN-SKIN สู่ตลาดไวท์เทนนิ่งอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งกับแบรนด์ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนกว่า 45% ของตลาดรวม และมีความคาดหวังจากผู้บริโภคด้านประสิทธิภาพสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งเป้าการเติบโต 20% ห่วงปัจจัยภายนอก

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 นี้ รวิศ ย้ำว่า แบรนด์ตั้งเป้าการเติบโตไว้อย่างระมัดระวังที่ 20% เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งต้นทุนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือ อย่างไรก็ตาม แบรนด์ได้มีการเตรียมแผนรองรับด้วยการบริหารจัดการสต็อกบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบต่อราคาจำหน่ายที่จะถึงมือผู้บริโภค

ศรีจันทร์ (SRICHAND) เดินหน้าบทบาท T-Beauty Leader รุกตลาดสกินแคร์ไวท์เทนนิ่งเต็มรูปแบบ ขยายพอร์ตโฟลิโอ ด้วยการเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN นวัตกรรมผิวโกลว์ใส ด้วย Vegan PDRN จากดอกคามิลเลีย ในงานเปิดตัว The Symphony of Glowolution ที่ลาน Parc Paragon อย่างยิ่งใหญ่ ตอบรับเทรนด์ Healthy Glow และ Slow-Aging ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ควบคู่กับการเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและต่อยอดความร่วมมือกับ “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” ในฐานะพรีเซนเตอร์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมผลักดันศักยภาพ T-SKIN ด้วยความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วจากผู้บริโภค “ทุกผิวไทย” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในระดับภูมิภาคและสากล โดยตั้งเป้าเติบโต SRICHAND IN-SKIN กว่า 20%

SRICHANDxBamBam ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

รวิศ กล่าวต่อไปว่า การต่อยอดความร่วมมือกับ “แบมแบม กันต์พิมุกต์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การใช้พรีเซนเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยศรีจันทร์นำ Insight และตัวตนของแบมแบมในฐานะศิลปินเอเชียที่มีอิทธิพลระดับภูมิภาค มาผสานกับจุดยืน T-SKIN เพื่อสะท้อนภาพ “ผิวไทยสู่เวทีสากล” อย่างชัดเจน

กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งสร้าง สร้างความผูกพันต่อแบรนด์ในระยะยาว ควบคู่กับการวางตำแหน่งแบรนด์ให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมถึงการขยายฐานตลาดในเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของปี 2026 โดยแบรนด์เดินหน้าสื่อสารแบบ 360 องศา ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อสร้าง Impact อย่างมหาศาลทั้งในแง่ของยอดขายและการสร้างภาพลักษณ์ความเป็น International Brand ซึ่งตรงจุดนี้เองพลังของแฟนคลับและความตั้งใจจริงของพรีเซนเตอร์ช่วยสร้าง Engagement ในระดับสูง และดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เปิดใจใช้แบรนด์ไทยมากขึ้น

สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต ศรีจันทร์ วางเป้าหมายใหญ่ในการนำพา "T Beauty" ไปสู่ระดับสากล โดยสัดส่วนกลุ่มลูกค้าตอนนี้ คนไทย 85% และที่เหลือคือต่างชาติ ปัจจุบันมีการส่งออกไปแล้วกว่า 5 ประเทศหลัก อาทิ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ลาว และจีน ซึ่งทำสัดส่วนรายได้จากการส่งออกประมาณ 5% ของยอดขายรวม

“แม้การขยายตลาดต่างประเทศจะเป็นงานยากที่ต้องใช้เวลาในการหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสม แต่ความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินค้าไทยที่มีจุดเด่นเรื่องความทนทานต่อสภาพอากาศและการแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ศรีจันทร์มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ไทยที่คนไทยภาคภูมิใจและคนทั่วโลกยอมรับในที่สุด” รวิศ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด“Phyto Camellia PDRN Series” ประกอบด้วย 4ขั้นตอนตั้งแต่การทำความสะอาดไปจนถึงการบำรุงอย่างล้ำลึก ได้แก่ เจลโฟม PDRN, น้ำตบ PDRN, เซรั่ม PDRN บูสต์ผิวเข้มข้น และเจลครีม PDRN ล็อกผิวฉ่ำโกลว์

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอดขาย 2,000 ล้าน สู้ศึกไวท์เทนนิ่ง! “ศรีจันทร์”กางแผนปี 69 เปิดตัวสกินแคร์จากพืช จับมือแบมแบมต่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...