‘สส.กังฟู’ รายงานตัวที่สภา พร้อมทำหน้าที่ผู้แทนเสียงของคนชายแดน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความเมตตา และความไว้วางใจทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อของพรรคไทรวมพลัง โดยตนแม้จะเป็น 1 เสียงจากบัญชีรายชื่อที่อยู่ในจังหวัดชายแดน เพื่อผู้แทนเสียงของคนชายแดน และขอบคุณคนที่ไม่ได้เลือก เราพร้อมที่จะทำงานให้กับคนในภาพรวมคนที่เลือก และคนที่ไม่เลือก เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่จะช่วยประสานงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เราไม่ต้องการความขัดแย้ง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เรายินดีจะทำแทน ซึ่งพรรคไทรวมพลังได้มีการวางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จะมีการหารือในแต่ละสัปดาห์ ต้องวางแผนล่วงหน้า เพราะผู้แทนของพรรคไทรวมพลังเป็น สส. ที่มาจากต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ในการนำปัญหาของแต่ละพื้นที่มาสะท้อนให้กับสภา ได้รับรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป รวมถึงสานงานต่อเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในสภาชุดที่ผ่านมา ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อ้อยน้ำตาล และร่าง พ.ร.บ.กฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้สิน ซึ่งกฎหมายใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะสนับสนุน
นายวสวรรธน์ กล่าวถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลว่า เราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่ง หรือขอร่วมรัฐบาล เพราะมารยาททางการเมือง คือต้องให้พรรคอันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย เชิญมาเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามตนหรือประชาชนทั้งประเทศว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็งหรือไม่ คำตอบคือพรรคไทรวมพลัง ที่มาจากประชาชนชายแดน ที่เขาผ่านสงครามมา ผ่านความยากลำบาก เสียงของเราแม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่หากไปช่วยเติมพลังให้กับรัฐบาลให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ ตนเชื่อว่า ประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน ขอให้ติดต่อมาอย่างเป็นทางการ ยินดีอยู่แล้ว เราไม่มีเงื่อนไข และพร้อมที่สนับสนุนในหลักการ เสียงข้างมากในสภา 6 เสียงของเราจะเติมพลังให้รัฐบาล เรายินดี เพื่อทำให้เสียงของประชาชนชายแดนดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้มาตรการเกี่ยวกับสงคราม และการดูแลพี่น้องประชาชนชายแดน เราไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์ ย้ำว่า ต้องให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง ในการเข้าร่วมรัฐบาลถ้าติดต่อเรามา เราไม่เล่นตัวแน่นอน
นายวสวรรธน์ กล่าวอีกว่า นโยบายของพรรคไทรวมพลัง และของพรรคภูมิใจไทยตรงกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนถ้าเราให้ความช่วยเหลือเขาได้ เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าจับมือไปด้วยกัน
เมื่อถามถึง ปัญหาเรื่องชายแดน นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ช่วงนี้แม้ไม่มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นกังวล แต่นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะการเจรจาแบบทวิภาคี ก็เจรจาไป แต่หากทางกัมพูชาไม่ได้ทำแบบนั้น มีการยั่วยุ เติมกำลัง เสริมยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์มากขึ้น นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้หยุด และการเสริมความมั่นคงของเขา ขณะเดียวกันทหารไทยก็ต้องเสริมความแข็งแรง ความแน่นหนาให้กับทางกองทัพเช่นกัน ซึ่งเรามั่นใจ และเชื่อมั่นในกองทัพที่จะแก้ปัญหาชายแดนให้ได้ แต่ระยะเวลากว่า 1 ปี ชาวบ้านยังลำบาก และอยากให้ปัญหาจบโดยเร็ว
“การแก้ไขปัญหาชายแดนไม่ได้ทำได้แค่วันหรือสองวัน หรือเดือนสองเดือนแล้วจบ แต่ต้องใช้ความยั่งยืนเข้ามาแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เรื่องของครอบครัวทหาร ซึ่งทหารหลายนายยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากที่รัฐบาลเคยบอกไว้ จึงอยากหนุนให้ตั้งรัฐบาลได้โดยเร็วเพื่อจะเข้ามาแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหาชายแดน และเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลางด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเป็นวาระที่ สส. ทั้ง 500 คน ควรช่วยกันขับเคลื่อน และแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม” นายวสวรรธน์ กล่าว