โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สนามบินอัจฉริยะ เจาะลึก SKY Aviation Lab สร้างคนสายเทคการบิน

Techhub

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 13.12 น.

หากพูดถึงเป้าหมายระดับชาติอย่างการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคหรือ Aviation Hub ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อขยายอาคารผู้โดยสาร สร้างรันเวย์ใหม่ หรือเพิ่มเส้นทางการบินให้ครอบคลุม ทว่าในโลกยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าเข็มนาฬิกา ขนาดของพื้นที่ไม่ใช่คำตอบเดียวของการเป็นฮับอีกต่อไป

เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ สนามบินชางงีเพียงแห่งเดียวสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 62 ล้านคนต่อปี ในขณะที่ประเทศไทยมีสนามบินถึง 39 แห่งทั่วประเทศ แต่รองรับผู้โดยสารรวมกันได้ราว 60 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาวุธลับในการเป็น Aviation Hub ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่อยู่ที่ความฉลาดของระบบปฏิบัติการ และการนำข้อมูล มาบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างสนามบินอัจฉริยะได้นั้น ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคอขวดสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ นั่นคือ ภาวะขาดแคลนบุคลากรสายเทคโนโลยีที่มีความเข้าใจระบบปฏิบัติการเฉพาะทางของอุตสาหกรรมการบิน

default

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการลบภาพจำการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ด้วยการยกขุมพลังเทคโนโลยีระดับโลกมาตั้งไว้ในรั้วมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อ SKY Aviation Lab

คอขวดของ Aviation Hub เมื่อคนไอทีทั่วไป ไม่ตอบโจทย์โลกการบิน

เพื่อทำความเข้าใจรากฐานของปัญหา เราต้องมองภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินไทยในปัจจุบันก่อน ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางภูมิภาค แต่ในความเป็นจริง สถานะของเราคือจุดหมายปลายทางอย่างแข็งแกร่ง โดยผู้โดยสารกว่า 95% บินเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นกลุ่มผู้โดยสารมาเพื่อต่อเครื่อง

หากเราต้องการยกระดับตัวเองไปสู่การเป็น Aviation Hub ที่แท้จริง เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์หรือไต้หวันที่มีสัดส่วนผู้โดยสารต่อเครื่องสูงถึง 80-90% สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการทำ Digital Transformation เปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบเดิมให้เป็นดิจิทัล เพื่อลดความซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และลดต้นทุน เมื่อสนามบินใช้เวลาในการจัดการเที่ยวบินน้อยลง ความถี่ ในการรับส่งเที่ยวบินก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

อุตสาหกรรมการบินคือโลกที่มีระบบนิเวศ ซับซ้อนและมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด การดูแลเซิร์ฟเวอร์หรือเขียนโปรแกรมทั่วไป แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการจัดการระบบฐานข้อมูลผู้โดยสาร ที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสายการบินทั่วโลกและหน่วยงานความมั่นคงแบบวินาทีต่อวินาที

ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตจบใหม่แม้จะเก่งด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือไอทีแค่ไหน เมื่อก้าวเข้าสู่สนามการทำงานจริงในอุตสาหกรรมการบิน มักจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เพราะพวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัส ระบบปฏิบัติการจริง การเรียนจากตำราไม่สามารถสร้างทักษะการแก้ปัญหาหน้างาน ที่เกิดจากความผิดปกติของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เฉพาะทางได้

SKY Aviation Lab พลิกโฉมการศึกษาด้วย Industry-based Learning

เพื่อทลายข้อจำกัดและผลิตกำลังคนให้ทันต่อความต้องการ SKY ICT ในฐานะผู้นำด้าน Aviation Tech as a Service ที่อยู่เบื้องหลังระบบสำคัญใน 13 สนามบินทั่วประเทศ จึงได้จับมือกับ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัว SKY Aviation Lab ห้องปฏิบัติการการบินดิจิทัล (Digital Aviation Lab) แห่งแรกของประเทศไทย

เป้าหมายหลักของแล็บแห่งนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างห้องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย แต่คือการนำโจทย์จริงจากอุตสาหกรรม มาสร้างเป็นระบบการเรียนรู้ ให้นิสิตได้ทดลองใช้งาน ลองผิดลองถูก และแก้ปัญหา กับเทคโนโลยีที่เปิดใช้งานจริงอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินชั้นนำทั่วโลก

เจาะลึกขุมพลังเทคโนโลยีภายใน SKY Aviation Lab
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้แล็บแห่งนี้พิเศษกว่าใคร คือการจำลอง Passenger Journey Simulation Zone สถาปัตยกรรมระบบทั้งหน้าบ้าน และหลังบ้าน ครบถ้วนตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้โดยสารเช็กอิน ไปจนถึงวินาทีที่เดินผ่านประตูขึ้นเครื่อง

1. สัมผัสประสบการณ์หน้าบ้าน

– Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสารอัตโนมัติ ให้นิสิตได้เรียนรู้การทำงานของระบบประมวลผล การอ่านค่าพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน และการทำงานของฮาร์ดแวร์ที่ต้องพิมพ์ Boarding Pass และ Tag กระเป๋าได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้ช่วยลดเวลารอคิวหน้าเคาน์เตอร์จาก 1 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่ถึง 20 นาที

– Self Bag Drop (CUBD) ระบบโหลดสัมภาระอัตโนมัติ ที่เชื่อมโยงเข้ากับระบบสายพานจำลอง ให้นิสิตเห็นกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์ชั่งน้ำหนัก เครื่องสแกนบาร์โค้ด และซอฟต์แวร์จัดการคิว

– Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ นี่คือจุดที่นิสิตจะได้เรียนรู้เทคโนโลยี Biometric และ Face Scan การทำงานของกล้องที่ต้องจับภาพใบหน้า แปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อยืนยันตัวตนผู้โดยสารในเสี้ยววินาที โดยไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารซ้ำ

2. เจาะลึกการประมวลผลหลังบ้าน

นอกจากสิ่งที่มองเห็นได้แล้ว นิสิตยังต้องเรียนรู้สมองกลที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการสนามบินอัจฉริยะ

-CUPPS (Common Use Passenger Processing System) ระบบแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารเข้ากับระบบของแต่ละสายการบิน
– APPS (Advance Passenger Processing System) ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ซึ่งต้องทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดระดับประเทศ
– BRS (Baggage Reconciliation System) ระบบจับคู่และติดตามสัมภาระ นิสิตจะได้เรียนรู้ว่ากระเป๋าทุกใบถูกติดตามด้วยระบบ Digital อย่างไร เพื่อป้องกันปัญหากระเป๋าหลงเที่ยวบิน หรือกระเป๋าขึ้นเครื่องแต่ผู้โดยสารไม่มา
– A-CDM (Airport Collaborative Decision Making) ระบบที่นำข้อมูลจากทุกภาคส่วน (สายการบิน, หอบังคับการบิน, สนามบิน) มาแชร์บนฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการเวลาเครื่องบินขึ้น-ลงให้ตรงเวลา (On-time Performance) แก้ปัญหาผู้โดยสารต้องนั่งรอเครื่องบินบนเกทนานๆ

ปั้น High-Skilled Talent เข้าใจ Big Data จบปุ๊บ ทำงานได้ปั๊บ
ความโดดเด่นที่สุดของ SKY Aviation Lab คือการสอนให้นิสิตมองเห็นภาพรวมของข้อมูลทั้งหมด การเรียนรู้แบบ Project-based จะทำให้นิสิตเข้าใจว่า ข้อมูลผู้โดยสาร 1 คน ตั้งแต่สแกนพาสปอร์ต วิ่งผ่านระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงกระเป๋าเดินทางที่ไหลลงสายพาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำไปวิเคราะห์ต่ออย่างไร

default

เมื่อนิสิตมีพื้นฐานกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์บนฐานของ Big Data พวกเขาจะไม่ใช่แค่วิศวกรที่ซ่อมเครื่องจักรเป็น แต่จะเป็นนักพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำ Data มาต่อยอด เพื่อแก้ปัญหาความแออัดในสนามบิน (เช่น ปัญหาคิว ตม. ยาว ที่ปัจจุบันแก้ด้วยระบบ Automated Border Control ซึ่งใช้เวลาเคลียร์คนเพียง 15 วินาที/คน) หรือคิดค้นโซลูชันใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต

ก้าวแรกสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย “คน” และ “เทคโนโลยี”
การที่ประเทศไทยจะก้าวไปยืนอยู่ในจุดที่เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคได้อย่างสง่างามและยั่งยืนนั้น การสร้างตึกใหม่หรือขยายรันเวย์เป็นเพียงปัจจัยพื้นฐาน สิ่งที่ชี้วัดชัยชนะในยุคต่อไปคือความสามารถในการจัดการข้อมูล และการมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด ก็จะไร้ความหมายหากเราขาดบุคลากรที่รู้วิธีดึงศักยภาพของมันออกมาใช้

การถือกำเนิดของ SKY Aviation Lab จากความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จึงไม่ใช่แค่การเปิดห้องแล็บใหม่ แต่เป็นการแฮ็กระบบการศึกษา ครั้งสำคัญ ที่เชื่อมรอยต่อระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการตอกเสาเข็มต้นสำคัญที่จะผลิตคนคุณภาพ เพื่อไปขับเคลื่อนเทคโนโลยี และนำพาอุตสาหกรรมการบินของไทย ให้ทะยานขึ้นสู่ขีดสุดในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ที่มา งานแถลงข่าว SKY Aviation Lab


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...