โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศบก.เผยยังมีเรือของ PSL จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ จอดเทียบท่าใน UAE

การเงินธนาคาร

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศบก.ยันไม่มีเรือไทยที่ชักธงตกค้างอยู่ในอ่าวอาหรับ เผยแต่ยังมีเรือของ PSL จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ จอดเทียบท่าใน UAE

วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 13.08 น. นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีการดูแลให้ความช่วยเหลือเรือพาณิชย์ของไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 69 ที่เรือ "มยุรี นารี" โดนโจมตี ซึ่งเรือได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ และเป็นเหตุให้ลูกเรือต้องตัดสินใจสละเรือใหญ่ ซึ่ง 20 คนได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนอีก 3 คน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในห้องเครื่อง ยังอยู่ระหว่างการค้นหาและช่วยเหลือ

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ายังมีเรือไทยตกค้างอยู่ในอ่าวอาหรับ นายกริชเพชร ยืนยันว่า ไม่มีเรือไทยที่ชักธง หรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือของบริษัท บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) ที่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์จำนวน 2 ลำ จอดเทียบท่าขนถ่ายสินค้าอยู่ที่สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (UAE) โดยลำแรกมีลูกเรือคนไทย 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน ส่วนลำที่สอง มีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน ซึ่งทั้งหมดยังคงมีความปลอดภัย

พลเรือตรี จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า สำหรับเรือสัญชาติอื่นที่มีเจ้าของคนไทยอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 ลำ ได้มีการติดตามสถานการณ์รายชั่วโมงมาตลอด และได้จัดทำคำแนะนำวันนี้ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงสถานการณ์ทุ่นระเบิดลอยน้ำ

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่พบทุ่นระเบิดลอยน้ำ แต่เรื่องการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยาก เพราะเรือมีการผ่านเพียง 1 ลำ ที่เหลือจอดอยู่ในท่าทั้งหมด และในพื้นที่มีสภาวการณ์รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของการกำหนดตำแหน่งที่เรือ อุปกรณ์สื่อสาร ระบบดาวเทียม ดังนั้น การเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือว่ามีความเสี่ยง

ซึ่งวานนี้ (12 มี.ค.) องค์การการทะเลระหว่างประเทศ โดยกรมเจ้าท่าได้ออกมาตรการยกระดับเป็นพื้นที่เสี่ยงที่งดเว้นเข้าพื้นที่ 100% ดังนั้นไม่มีเรือไทยเข้าพื้นที่เพิ่มเติม จะเหลือเฉพาะเรือบางส่วนเท่านั้น

ด้าน ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย "มยุรี นารี" ซึ่งมีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 23 คน ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยล่าสุดลูกเรือ 20 คนปลอดภัยแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทย ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนยังสูญหาย

ในทางการทูต วานนี้ (12 มี.ค.) กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ โดยไทยได้ประท้วงสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทย และลูกเรือไทย พร้อมเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษ และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้แสดงความเสียใจ และจะรายงานการประท้วงสูงสุดของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป

ทั้งนี้ ไทยยังได้ย้ำความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้ง ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์

นอกจากนี้ วานนี้ (12 มี.ค.) รมว.ต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรมว.ต่างประเทศโอมาน โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมรับฟัง โดยท่านรัฐมนตรี ได้ขอบคุณโอมานที่ให้การช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที และขอให้ฝ่ายโอมานช่วยเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ซึ่งทางโอมานก็รับปากว่าพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับโอมาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหา และให้การช่วยเหลือต่อไป ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานของไทยยังดำเนินการอย่างเต็มกำลังในการช่วยเหลือ

ส่วนลูกเรือ 20 คน ได้รับรายงานว่า บริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองคาซัค โอมาน ไปสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางเร่งด่วนให้ลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางออกจากเมืองคาซัคได้ในเร็ววัน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวต้องเดินทางผ่านพื้นที่ UAE ก่อนกลับเข้าโอมานอีกครั้ง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดูไบ จึงได้ประสานงานกับประเทศเจ้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านด่านของลูกเรือ

สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในภาพรวมยังมีความรุนแรง ตึงเครียด และเริ่มมีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะยุติความขัดแย้ง ซึ่งมาพร้อมเงื่อนไขของแต่ละฝ่าย โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยย้ำว่า หากไม่มีการปิดฐานทัพสหรัฐฯ อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล และภูมิภาคต่อไป และจะคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม

โดยล่าสุดมีรายงานว่า อิหร่านได้วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ และยังคงมีการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่องนอกชายฝั่ง UAE ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันหยุดชะงักบางส่วน และทำให้เริ่มมีการหารือถึงมาตรการที่จะควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนในกรอบอาเซียน วันนี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทยเพื่อหารือถึงสถานการณ์และผลกระทบต่อภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางในการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน ชุดที่ 2 จะเดินทางกลับถึงไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก 34 คน เดินทางถึงไทยแล้ววานนี้ (12 มี.ค.) และกลุ่มที่สอง เมื่อช่วงเช้าวันนี้อีก 30 คน ก็ได้เดินทางถึงไทยแล้วเช่นกัน

ปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ตุรกี และยังติดต่อประสานงานใกล้ชิดกับคนไทยที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย และพร้อมอำนวยความสะดวกหากมีผู้ประสงค์เดินทางกลับเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...