นายกฯ ปรับแผนเร่งอพยพคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิตกลับประเทศด่วน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ร่วมกับเอกอัครราชทูตและสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนคนไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศแถบตะวันออกกลาง
โดยกล่าวว่า รัฐบาลรับฟังทุกปัญหาแต่ในภาพรวม ขวัญกำลังใจของทุกคนยังถือว่าดีอยู่ ส่วนข้อแนะนำให้คนไทยดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตี ซึ่งในแต่ละประเทศสถานเอกอัครราชทูตประสานงาน และรัฐบาลไทยกำหนดว่าในจุดที่เป็นอันตรายที่สุดคือในประเทศอิหร่าน โดยจะเร่งดำเนินการนำตัวคนไทยประมาณ 270-300 คน รวมเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ให้ถอยมาตั้งหลักออกจากประเทศ ให้กลับมาเมืองไทยก่อน
จะประสานโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของประเทศไทยปัจจัยที่จะประสานให้คนไทยกลับมาดำเนินการเตรียมพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการประสานสถานทูตในแต่ละประเทศ เพราะต้องมีวีซ่าขาออก ระบบการให้บริการสาธารณะขณะนี้ไม่เป็นไปตามปกติจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทาง
สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แม้ว่าแต่ละประเทศจะมีระบบป้องกันภัยโดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูงมีระบบป้องกันภัย อย่างไรก็ตามก็ยังคงห่วงคนไทย จึงกำชับทางเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศว่า ต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หากคนไหนประสงค์จะกลับไทยต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ขณะนี้ชื่นชมจิตใจของพี่น้องคนไทย หากเทียบกับจำนวนผู้ที่กลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% ซึ่งยังมีความมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นได้
ส่วนคนไทยในอิสราเอลมีจำนวนมากกว่า 60,000 คน โดยประสงค์กลับประเทศไทยจำนวน 20 คน แต่คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นได้หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ประชุมกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ซึ่งได้รับแจ้งถึงความมั่นใจว่า คนไทยที่อยู่ที่นั่นมีขวัญกำลังใจที่ดี เชื่อมั่นว่าจะสามารถดูแลตัวเองได้
คนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน ซึ่งตรงบริเวณ UAE มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทางมีทางเลือกในการเดินทางค่อนข้างมาก ซึ่งในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับปกติได้ แต่รัฐบาลเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ ทางสถานทูตจะจัดให้นำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่งที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้
ส่วนการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน รัฐบาลมีกฎหมายที่จะดำเนินการ หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคงสามารถสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันได้ ทุกวันนี้ไทยยังคงสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้นประเทศลาว เพราะความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง เราต้องรักษาทางเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันไทยยังต้องใช้ไฟจากประเทศลาว การส่งออกน้ำมันไปลาว ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือหรือเกิดจากปริมาณการใช้ในประเทศไทย เรากลั่นในประเทศได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้อยู่ 130 ล้านลิตร นี่คือรายงานจากกระทรวงพลังงาน ส่งไปยังประเทศลาววันละ 7 ล้านลิตร ซึ่งที่เหลือส่งไปยังประเทศอื่น ๆได้ให้นโยบายไปแล้ว หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้น ส่วนน้ำมัน 30 กว่าล้านลิตร ที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับต่างประเทศก็ต้องมีการกำหนดใหม่
วันพรุ่งนี้จะมีการหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ที่จะต้องตรึงราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อต้นทุนจากการใช้ชีวิตของประชาชน
ตอนนี้ประชาชนเติมน้ำมันกักตุนจะทำความเข้าใจอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราตื่นตัว ไม่เป็นไร แต่ยืนยันได้ว่า ในช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน ยังมีสำรองน้ำมันจะใช้ได้ไม่ใช่แค่เพียง 60 วัน ไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นอีกด้วย และแน่นอนว่าวันนี้ กำลังผลิตของโลกหายไป แต่กลไกตลาดราคาน้ำมันอาจมีผล เช่น ราคาแก๊สซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของคนไทย เรื่องค่าครองชีพในประเทศไทย เรื่องการตรึงราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส เรื่องการจัดการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือเป็นปัจจัยหลักในการใช้ในประเทศ เลยยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยและคนไทยน้อยที่สุด
วันนี้ต้องเร่งอพยพคนไทยในอิหร่านก่อน เพราะปัจจัยรอบข้างเอื้ออำนวย มีประมาณ 270 - 300 คน เท่านั้นสามารถใช้เครื่องบินลำเดียวก็นำคนไทยกลับมาได้ และจะเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือจะเป็นเครื่องบินจากไทยไปรับก็ได้หมด เราเปิดทุกทางเลือก และเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่านก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว
#อพยพคนไทย
#สหรัฐอิหร่าน