พุฒ-จุ๋ย เล่า น้องพีร์เจ ป่วยไวรัสลงกระเพาะ ชมสุดสตรองไม่มีงอแง เริ่มฉายแววนักกีฬา
พุฒ-จุ๋ย เล่า น้องพีร์เจ ป่วยไวรัสลงกระเพาะ ชมสุดสตรองไม่มีงอแง เริ่มฉายแววนักกีฬา
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ลูกสอง อย่าง พุฒ พุฒิชัย-จุ๋ย วรัทยา พาน้องเจเพิร์ล มาร่วมงานแถลงข่าว ‘LG Al Experience 2026 The Action of Al. The Freedom of You.’ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ซึ่งหลังจากจบงานแถลงข่าวพุฒ-จุ๋ย ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอัพเดตอาการป่วยน้องพีร์เจ ลูกชายคนโต หลังเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากป่วยไวรัสลงกระเพาะ ทำให้ไม่สามารถมาออกงานพร้อมหน้าครอบครัวในวันนี้ได้
อัพเดตอาการป่วยของน้องพีร์เจ?
จุ๋ย: “น้องท้องเสียค่ะ น่าจะเป็นไวรัสลงกระเพาะ ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลนิดหนึ่ง เด็กวัย 3 ขวบ คุณหมอจะบอกว่าช่วง 3 ขวบจนถึง 5 ขวบ จะเข้าโรงพยาบาลบ่อยหน่อย อาจจะติดหวัด ติดเชื้อโรคจากที่โรงเรียน เพราะเป็นวัยเรียนด้วย”
เกิดจากอะไร?
จุ๋ย: “น่าจะเป็นหวัดก่อน แล้วเชื้อโรคมันก็ไปลงที่กระเพาะด้วย คุณหมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นไวรัสที่ปนอยู่ในน้ำมูก บางทีเด็กเขายังสั่งได้ไม่หมด จุ๋ยก็ล้างจมูกนะคะแต่มันคงจะมีลงไปบ้าง เรื่องการเจ็บป่วยมันบอกไม่ได้เลย มันเป็นเรื่องของดวงเลยจริงๆ ว่าจะเป็นช่วงไหน บางทีเพื่อนในห้องเป็นแต่เราไม่เป็น บางครั้งเราไปรับเชื้อจากตรงไหนก็ไม่รู้ ขนาดเราสะอาดเต็มที่แล้ว หรือดูแลเขาดีสุดเท่าที่ทำได้แล้ว”
อาการตอนนั้นน่าเป็นห่วงไหม?
จุ๋ย: “อยู่ที่มือคุณหมอแล้วจุ๋ยก็สบายใจได้ มีพี่พยาบาลคอยช่วยดู อย่างน้อยใกล้คุณหมอ แม้ไข้จะขึ้นเราก็ยังสบายใจได้”
พุฒ: “ณ ตอนนี้ไม่ตกใจแล้ว พอเด็กเข้าเรียนปุ๊บเรารู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวก็ป่วย เพียงแค่พอเขาป่วยปุ๊บเรามีวิธีการจัดการยังไง พาเขาไปหาคุณหมอเลยไหมหรือดูอาการอะไรอย่างนี้ แต่ไม่ตกใจแล้ว เหมือนเรามีประสบการณ์และเตรียมการกันได้ดีมากขึ้น”
มีงอแงไหม?
จุ๋ย: “ไม่เลย เป็นเด็กที่เก่งมาก ต้องนับถือลูกเหมือนกัน เพราะเวลาเจาะน้ำเกลือเด็กบางคนจะกรี๊ด บางคนจะดิ้นต้องล็อก พีร์เจไม่ พี่พยาบาลถามว่านอนไหมลูก เขาบอกไม่ครับ จะนั่งแล้วดูด้วย มองด้วย ไม่ได้ปิดตา เขาเห็นเลือดเขาเอง”
จุ๋ย: “พ่อดูไม่ได้ แต่แม่สตรอง แม่ได้อยู่ พ่อเขาสงสาร พ่อจะไม่ค่อยชอบพาลูกไปเจาะน้ำเกลือ จุ๋ยก็จะไป แล้วก็บอกว่าหนูเก่งมากลูก เจ็บนิดหนึ่ง เขาก็จะนิ่งมาก แขนเขาก็จะอยู่ตรงหมอนที่พี่พยาบาลเจาะ ดูจนกว่าจะเจาะเสร็จ แต่พอเช็ดแอลกอฮอล์เขาจะเริ่มร้องไห้ รู้แล้วว่าเข็มจะลงไปที่เส้นเลือดเขา เขาจะร้องนิดหนึ่งแต่ไม่เยอะมาก เพื่อนๆ ที่มีลูกวัยเดียวกันก็บอกว่าพีร์เจเก่งมาก เราก็ชมลูกว่าน้าๆ บอกว่าหนูเก่งมากเลยนะ ให้กำลังใจลูกในวันที่เขาป่วย เขาไม่ได้งอแงขนาดนั้น จริงๆ พีร์เจไม่ใช่เด็กที่ป่วยบ่อยขนาดนั้น แต่ในวัย 3-5 ขวบ คุณหมอบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการสร้างภูมิ และเริ่มเจอสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ไม่ได้อยู่บ้านอย่างเดียว เราก็เตรียมใจไว้แล้ว”
เพราะฉะนั้น 3 ขวบของทุกคนก็ไม่เท่ากัน เหมือนพี่พีร์เจเจอกับน้องแอบิเกล?
จุ๋ย: อ๋อ ที่จริงพีร์เจเกิดพฤศจิกายน น้องเกลเกิดมีนาคม ด้วยความที่ไซส์เด็กผู้หญิงด้วย และอายุห่างกันประมาณ 8 เดือน สำหรับเด็กเล็กอายุที่ห่างกันหลักเดือนก็มีผลเรื่องขนาดตัวและพัฒนาการ แต่เดี๋ยวอาจจะไปไล่ทันในช่วงวัยรุ่น จุ๋ยไม่ได้ห่วงอะไร เป็นความน่ารักของเด็กแต่ละคนอยู่แล้ว”
เคมีเวลาอยู่ด้วยกันเป็นยังไงบ้าง?
จุ๋ย: “เขาจะสนใจมาก สนใจว่าพี่เกลเล่นอะไร ทำไมอันนี้มันถึงดูแปลกใหม่สำหรับเขา เล่นโรลเลอร์เบลด เขาก็มองตามพี่เกล เสียดายเวลานั้นมันอยู่สั้นๆ เพราะพี่เกลต้องรีบกลับบ้านไปกินข้าว แต่พอกลับบ้านเขาก็ถามนะว่าทำไมวันนี้พีร์เจไม่ได้ไป 3 แซ่บแล้ว ทำไมไม่เจอพี่เกล เขาพูดถึงเขาจำได้ ยิ่งเด็กผู้หญิงนี่คือจำได้ ชอบเด็กผู้หญิงมาก”
พุฒ : “เขาจำพี่ปีใหม่ได้ด้วย วันนั้นที่ไปอัด 3 แซ่บ พี่ปีใหม่มาเป็นพี่เลี้ยงน้อง ตามประกบตามดูแลน้องพีร์เจตลอด แล้วเขาฟังพี่ปีใหม่มาก พี่ปีใหม่บอกพีร์เจไปตรงนี้ลูก ทำอันนี้นะลูก เขาเชื่อฟังมาก”
คือไม่ใช่เด็กซน ไม่ดื้อ?
จุ๋ย: “ถือว่าตามวัย และเป็นคนที่ถ้าเราคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่เด็ดเดี่ยว เขาจะเข้าใจว่าแม่ต้องการให้ทำอะไร หรือว่าเขาควรต้องทำสิ่งนี้แล้วนะ”
ความจำผู้หญิงได้เยอะไหม?
จุ๋ย: “พีร์เจเขาจะเด่นมาตั้งแต่เด็กๆ ที่เหมือนรู้เรื่อง เขาจะแบบพี่คนนี้หน้าตาน่ารัก ไปร้านไอศกรีมก็บอกว่าร้านพี่คนสวยอะไรอย่างนี้ แล้วใครแต่งตัวสวย แต่งตัวโป๊เขารู้หมด ถ้าพี่ช่างแต่งหน้าของจุ๋ยแต่งตัวโป๊มาเขาจะเขิน ไม่อยากเห็น ต้องบอกว่าต้องใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดมานะ ไม่งั้นเขาจะเขิน”
พุฒ: “หรือแม้กระทั่งเพื่อนคุณจุ๋ยมาบ้าน ใส่สูทแต่ข้างในเป็นเสื้อกล้ามแล้วถอดออก พีร์เจก็จะบอกว่าต้องใส่สูทด้วยนะ มันโป๊ เขาจะคอยดูแล”
ตอนนี้มีอะไรที่เขาสนใจเป็นพิเศษไหม?
จุ๋ย: “ตอนนี้เขาสนใจบาสเกตบอล เขาเลี้ยงลูกบาสได้ จุ๋ยเลยสนับสนุนด้วยการซื้อลูกบาสขนาดเล็กสำหรับเด็ก คือพ่อพยายามฟุตบอลลูกฟุตบอล”
พุฒ: “ฟุตบอลผมมีประมาณ 5 ลูก มีทุกไซส์เลย ไซส์เล็ก ไซส์เบอร์ 4 ไซส์เบอร์ 5 หลังบ้านมีสนามหญ้าเทียม มีโกลฟุตบอล ไม่เคยแตะเลย แม่จับจุดถูก ลูกบาสลูกเดียวจบเลย”
จุ๋ย: “ถามเขาว่าชอบฟุตบอลหรือบาสมากกว่ากัน เขาบอกชอบบาส ทุกวันนี้ชุดบาสเพียบเลย เวลาอาบน้ำก็จะบอกว่าอยากใส่ชุดบาส แล้วเขาจะไปโซนที่เป็นพื้นกระเบื้องเพื่อหัดเลี้ยงลูกบาส ในวัย 3 ขวบ
เดี๋ยวจะซื้อแป้นบาสไหม?
จุ๋ย: “มี แล้วในหมู่บ้านก็มีสนามบาสก็พาเขาไปเรียนรู้ แต่ว่าสนามบาสผู้ใหญ่ก็จะสูงนิดนึง ก็คือเห็นแววถ้าเป็นเรื่องกีฬาก็น่าจะเป็นบาสเก็ตบอล ถ้าเป็นเรื่องภาษาก็ภาษาจีน ชอบร้องเพลง อะไรประมาณนี้”
น้องเจเพิร์ลก็ออกงานครั้งแรกเลย เป็นยังไงบ้าง?
จุ๋ย: “เขาก็ไม่งอแงนะ ทำได้ดี”
แอบบรีฟเขาก่อนไหม?
จุ๋ย: “จริงๆ ตอนนี้เวลา 15.15 น. จริงๆ เขาต้องนอนบ่ายสองครึ่ง อันนี้เขาผลัดเวลามาให้เยอะเหมือนกัน และไม่ได้งอแงขั้นเบอร์แรง แค่อาจจะรู้ว่าถึงเวลานอนอยากให้คนอุ้ม แต่ไม่มีงอแง ไม่กรี๊ดกร๊าด ยอดเยี่ยมลูก ทำได้ดีในงานแรก ช่วยกันหาค่าเทอม”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พุฒ-จุ๋ย เล่า น้องพีร์เจ ป่วยไวรัสลงกระเพาะ ชมสุดสตรองไม่มีงอแง เริ่มฉายแววนักกีฬา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th