Business Today Thai Politics 11 กุมภาพันธ์ 2569
นายกฯ ร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีน ปีม้า ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนฯ ย้ำสัมพันธ์ 2 ประเทศ
วันนี้ (11 ก.พ.) ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา และคณะ เข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ปีม้า 2569 ตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา ได้รับชมการแสดงพื้นบ้านจีน อาทิ การแสดงอิงเกอ (Yingge) การแสดงเชิดสิงโต การแสดงวัฒนธรรมประเพณีตรุษจีน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการวัฒนธรรมพื้นบ้านจีนที่สะท้อนอัตลักษณ์และความงดงามของวัฒนธรรมจีน รวมไปถึงการร่วมพิธีแต้มตาสิงโต ซึ่งเป็นพิธีกรรมตามประเพณีจีน โดยมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดดวงตาและปลุกชีวิตให้สิงโตมงคล เปรียบเสมือนการนำพาความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประชาชน ตลอดจนสะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ภายใต้ชื่องาน “Embracing the Chinese New Year” เป็นภาษาจีน โดยแสดงความขอบคุณในนามของประชาชนชาวไทยต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประชาชนชาวจีน สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในโอกาสการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งขอบคุณเอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย์ สำหรับไมตรีจิตและคำเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองในครั้งนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” (中泰一家亲) พร้อมอวยพรให้ชาวไทยเชื้อสายจีนและพี่น้องชาวจีนทุกคนมีความสุขในวันตรุษจีน ปีม้า มีความโชคดี สมปรารถนาในทุกประการ และขอให้มิตรภาพและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศยั่งยืนยาวนานและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป
“อนุทิน” กำชับ”ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง” ดูแลกลุ่มมวลชนเรียกร้องนับคะแนนใหม่
ทำเนียบ วันนี้ (11 ก.พ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ว่า
ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่มีข้อสงสัย ส่วนเรื่องการตัดสินใจ ว่า จะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ตนเองไม่ได้ศึกษาระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ก็แล้วแต่ทาง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาคัดค้านการนับคะแนนหลายพื้นที่ กังวลว่าจะทำให้บานปลายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้รับปากไว้ว่า จะดูแลเรื่องความเรียบร้อยอย่างเต็มที่ ซึ่งตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้องทำความเข้าใจเท่านั้น และทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยความละมุนละม่อม ให้เกียรติพี่น้องประชาชน เพราะถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน ที่จะออกมาเรียกร้อง ภายใต้กรอบของกฎหมาย
“นายกฯ” ขอบคุณ กระทรวงมหาดไทย-สธ ทำให้มายืนอยู่จุดนี้ ย้ำทุกกระทรวงทำงานจริงจัง
ทำเนียบ วันนี้ (11 ก.พ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับและลดมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยระหว่างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ตนได้มีโอกาสได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมั่นใจจากประชาชนให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ถือว่าสองหน่วยงานนี้มีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ตนมาอยู่ที่แห่งนี้ได้ ท่านไม่ใช้ประโยชน์จากตัวของตนในห้วงเวลาเช่นนี้
ก็ไม่รู้ว่าจะมีไปอีกได้นานแค่ไหน แต่ว่าตราบใดที่เรายังอยู่ตรงนี้เราต้องรวมพลังกัน ให้สิ่งที่เราอยากทำให้คนไทยมานานแล้ว ทำไปเดี๋ยวคนนี้เห็นด้วยหรือเปล่า รัฐมนตรีคนละพรรคหรือเปล่า นายกฯจะเอาด้วยหรือเปล่า ถ้าทำไปเดี๋ยวนายกฯจะกลัว คนนี้จะได้หน้าหรือเปล่า ตรงนี้คงไม่ต้องห่วงถ้ารัฐมนตรีมหาดไทยได้หน้ารัฐมนตรีสาธารณสุขได้หน้า นายกฯคนนี้ก็ได้หน้าไปด้วย ตรงนี้ไม่ต้องห่วง ดังนั้นขอให้มีความมั่นใจเราไม่ได้ทำงานเอาหน้าเราทำงานเพื่อให้พี่น้องประชาชน มีสุขภาพที่ดีมีความผาสุกมีความปลอดภัยกับการที่เราใส่ใจดูแลเขา
นายกฯ กล่าวต่อว่า พื้นที่เป้าหมายในภาคอีสานต้องแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ต้องทำให้เกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมให้เกิดความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ เพราะเราจะได้ทำการป้องกันควบคุมปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบอย่างยั่งยืน เชื่อมั่นว่าภายใต้เอ็มโอยูดังกล่าว
ซึ่งไม่ใช่เอ็มโอเอต้องมีประสิทธิภาพให้ทุกคนยึดถือ อย่าให้เป็นเพียงเศษกระดาษ เพราะเอ็มโอยูฉบับที่ร่วมกันเซ็นในวันนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือการลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับและลดการเจ็บป่วย รวมถึงการสูญเสียของชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว มะเร็งท่อน้ำดีรักษาได้ยาก ถ้าเป็นแล้วต้องวัดอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ในระยะที่เกินกว่าการเยียวยาแล้ว ทั้งนี้ ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ทำให้มายืนอยู่จุดนี้ไม่ต้องห่วงทุกกระทรวงทำงานจริงจังไม่ต้องห่วงว่าใครจะได้หน้า เพราะกระทรวงไหนได้หน้า นายกฯได้ด้วย
“อภิสิทธิ์” นำถก กก.บห. -ว่าที่ สส. ประกาศยกเครื่องยุทธศาสตร์ -ปราบสแกรมเมอร์ทุนเทา
ปชป. วันนี้ ( 11 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นางรัดเกล้า อินทวงศ์สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ปชป. และว่าที่ สส. พรรค ร่วมประชุมพรรคเพื่อกำหนดท่าทีของพรรคฯ หลังการเลือกตั้ง
บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อนายพิทักษ์เดช เดชเดโช ว่าที่ สส. จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ขี่รถมอเตอร์ไซด์ฮาเล่ มาร่วมประชุมพรรค พร้อมสะพายกระเป๋า โกเท่ห์ผู้แทนลุ่มน้ำ ขณะที่ สส.ใหม่ของพรรค ทั้ง นางกนกพร เดชเดโช เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ เขต 3 จ.ตรัง นายสมชาติ ประดิษฐพร เขต 4 จ.สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมพรรคอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่บางส่วนประชุมผ่านระบบซูม เช่นนายจูรี นุ่มแกัว เขต 2 จ. สงขลา นาย ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค นายพศิน ปิตุเตชะ เขต 3 จ.ระยอง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เขต 9 จ.สงขลา เป็นต้น
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวเริ่มการประชุม โดยได้ขอบคุณที่ผู้สมัคร สส.ได้หาเสียงอย่างเต็มที่และแสดงความยินดีกับว่าที่ สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งการประชุมวันนี้จะมีการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนพรรคต่อไปไม่ใช่เฉพาะสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่จะมีการวางรากฐานของพรรค หารือถึงกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมไปถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการทุจริตในนับคะแนนเลือกตั้ง การตรวจสอบสแกรมเมอร์ทุนเทา
ซึ่งเป็นนโยบายของพรรค รวมไปถึงการมอบหมายบุคคลและตั้งคณะทำงานทั้งที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการบริหารจัดการพรรค การกำหนดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆเช่นเยาวชน การจัดทำยกร่างกฎหมายตามนโยบายของพรรค เพื่อเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นรวมไปถึง ยุทธศาสตร์พรรค พร้อมกล่าวถึงผลการเลือกตั้ง ที่ได้คะแนน สส.บัญชีรายชื่อ 3.6 ล้านคะแนนใกล้เคียงกับคะแนนที่พรรคได้ในปี 2562
‘เต้-มงคลกิตติ์’ บุก กกต.ไล่ไขก๊อกใน 7 วัน ขู่ฟ้องศาล ชี้แค่นับคะแนนใหม่ไร้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 11 ก.พ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สำนักงานกกต.ตั้งแต่ช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจัดชุดควบคุม ฝูงชนรวม 2 กองร้อย เข้ามารักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย พร้อมนำแผงเหล็ก มากั้นภายใน อาคารบริเวณทางเข้าประตูสำนักงานกกต. เนื่องจากมีมวลชน มาชุมนุมที่หน้าอาคาร เพื่อขับไล่กกต.
ซึ่งประมาณ 8:30 น ก็มีมวลชนทยอยเดินทางมา จากนั้น เวลาประมาณ 9:30 น .นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่ เดินทางเข้ามายื่นหนังสือถึงกกต. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอให้ ส่งตัวแทนเข้าไปยื่นได้เพียง 3 คนแต่นายมงคลกิตติ์ต่อรองขอเข้าไป 5 คน โดยการยื่นหนังสือ จะมีเจ้าหน้าที่ของกกตและเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอยู่ใกล้ชิด เมื่อยื่นหนังสือเสร็จก็พาเดินออกมาบริเวณด้านนอก ทั้งนี้ทางสำนักงานยังได้ประสานสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวในวันนี้ต้องติดบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวทุกคน หลังจากเมื่อวันที่ 10 ก.พที่ผ่านมาในการแถลงข่าวปรากฏว่ามีกลุ่มนักศึกษา บุกเข้าไป ชูป้ายระหว่างการแถลงข่าว
ทั้งนี้ หลังเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เรียกร้องให้ เอาคะแนนของพรรคทางเลือกใหม่คืนมาและ ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ นายมงคลกิตติ์ได้วิดพื้นโชว์ 50 ครั้ง เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดานักศึกษา ที่มาเฝ้าชุมนุมที่กกต. รวมถึงบรรดาประชาชนและข้าราชการ ที่มาติดต่องานราชการที่อาคารยีจำนวนมาก พร้อมขอถ่ายเซลฟี่ เป็นที่ระลึก
นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตนกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รู้จักกันไม่ได้โกรธเกลียดอะไรกัน เพียงแต่อันนี้คือการทำหน้าที่ เราเป็นพรรคการเมืองเขาเป็นกกต. กรรมการควรจะบริสุทธิ์ยุติธรรมมากกว่านี้ เพราะอย่าลืมว่า คนที่อยู่ข้างหลังมันเยอะ ฉะนั้นการจัดการเลือกตั้งควรบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้านายแสวงและกกต. ทั้งหมดทำไม่ได้ก็ต้องเปิดทาง ให้กับกกต.ชุดใหม่ ตนเชื่อว่าคนทั้งประเทศ เขาไม่แฮปปี้ ฝากด้วยละกัน 7 วันนี้ลาออกด้วย แล้วเปิดทางให้กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงาน
การเลือกตั้งจะได้บริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น เงิน 6,000 ล้านบาทไม่เยอะ ถ้าเทียบกับการได้ นักการเมืองที่สุจริตเข้ามา แต่ถ้าได้คนที่ทุจริตเข้ามามันโกงกินทีเดียว 500,000 ล้าน ฉะนั้นภาษีประชาชนคนละ 100 บาท ทุกคนพร้อมออกแน่นอน มันไม่เยอะ ฉะนั้นฝากเอาคะแนนคืนมาก่อน คะแนนไดโนเสาร์ คะแนนอวกาศ คืนมาแล้วตนจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าไม่คืนมาภายใน 7 วัน ดำเนินคดี แล้ว ท่านแสวงและกกต.ทั้งหมดจะมีความผิดติดตัวไปด้วย เพราะการจัดการเลือกตั้ง ถ้าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แค่หน่วยเดียวก็มีปัญหาแล้ว สามารถฟ้องต่อศาลได้ ก็คล้ายกับการหันตูดให้หน่วยเลือกตั้ง อันนั้นแค่หน่วยเดียว แต่ของตน 200 กว่าหน่วย
“กกต.มีอำนาจในการยกเลิกการเลือกตั้งและของบประมาณ ในไม่กี่วัน และกกต.ชุดนี้ควรลาออกเพราะเชื่อว่านิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ จะมาขับไล่กกต.กันภายในสัปดาห์นี้ทั้งหมดเชื่อว่ามากันหมดแน่นอน ส่วนการนับคะแนนใหม่ไม่มีประโยชน์เพราะบัตรมันมั่วไปหมดแล้ว ฉะนั้นจัดการเลือกตั้งใหม่ดีกว่าพรรคที่สุจริตเท่านั้นที่ไม่กลัวการเลือกตั้ง ส่วนพรรคที่กลัวการเลือกตั้งคือพรรคที่ทุจริต”นายมงคลกิตติ์ กล่าว.