‘ประชาคมแพทย์’ ชี้ปมโดมถล่มบททดสอบภาวะผู้นำของว่าที่นายกฯ
12 ก.พ.2569 – แอดมินเพจประชาคมแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “จากโดมถล่ม…สู่บททดสอบภาวะผู้นำของว่าที่นายกฯ” ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเหตุหลังคาโดมขนาดใหญ่ภายในศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบทักษะของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บริเวณบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พังถล่มลงมาในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนและลมพายุค่อนข้างแรง
โครงสร้างดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างของ Sino-Thai Engineering and Construction หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ซิโน-ไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ
เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่ภาพโครงสร้างขนาดใหญ่พังถล่มก็สร้างความกังวลในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญเหตุโครงสร้างก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในระยะหลัง
คำชี้แจงของบริษัท บริษัทซิโน-ไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า โครงสร้างดังกล่าวออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานวิศวกรรม เหตุการณ์เกิดจากแรงลมพายุที่รุนแรงผิดปกติ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
สาระสำคัญของคำชี้แจงคือการยืนยันว่าเหตุเกิดจาก “ปัจจัยทางธรรมชาติ” มากกว่าความบกพร่องด้านคุณภาพการก่อสร้าง
บททดสอบ…หรือลางร้ายของว่าที่ผู้นำ
เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านผู้นำ คำถามจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่โครงสร้างพังเพราะอะไร แต่ขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า — ภาวะผู้นำจะรับมืออย่างไร
สำหรับผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในอดีตเคยมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับซิโน-ไทยผ่านครอบครัว แม้จะยืนยันว่าได้แยกบทบาททางธุรกิจมานานแล้วก็ตาม
นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนทางการเมือง
บางคนมองว่านี่คือ “บททดสอบ” บางคนมองว่านี่คือ “ลางร้าย” แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ จะจัดการอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจว่า การตรวจสอบจะโปร่งใสและเป็นอิสระจริง
ประเด็นที่สังคมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่คำถามที่ควรถามคือ ถ้ามีผู้บาดเจ็บ หรือมีผู้เสียชีวิตล่ะ? โครงสร้างสาธารณะไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์ มันมีไว้รองรับชีวิตผู้คน ถ้าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่กำลังฝึกงานอยู่ ถ้ามีแรงงานกำลังปฏิบัติงาน ถ้ามีประชาชนอยู่ในพื้นที่ ผลลัพธ์อาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิง การบริหารประเทศไม่ใช่การรอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนแล้วค่อยปฏิรูป ภาวะผู้นำที่แท้จริงคือการมองเห็น “ความเสี่ยงที่ยังไม่เกิด” แล้วจัดการมันก่อน
ภาวะผู้นำวัดกันที่อะไร ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำมีทางเลือกอยู่สามแบบ
1. เงียบ และปล่อยให้บริษัทชี้แจงเอง
2. รีบออกมาปกป้องก่อนผลสอบจะชัด
3. แสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการตรวจสอบอิสระและมาตรฐานความปลอดภัย
ตัวเลือกที่สามเท่านั้นที่สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำอธิบายว่า “ลมแรง” แต่คือความมั่นใจว่า ถ้ามีความบกพร่อง จะมีความรับผิดชอบ ถ้ามีช่องโหว่ จะมีการแก้ไข และถ้ามีความเสี่ยง จะไม่ปล่อยให้เกิดซ้ำ
บทสรุป
เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่ลางร้าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก มันคือช่วงเวลาที่ผู้นำต้องพิสูจน์ว่า เมื่อมาตรฐานสาธารณะเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ส่วนตัว จะเลือกยืนข้างอะไร เพราะภาวะผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้วัดตอนวันที่ไม่มีปัญหา
แต่วัดในวันที่ยังไม่มีใครเสียชีวิต แล้วคุณตัดสินใจทำอะไรกับความเสี่ยงนั้น.