โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"คุณหญิงสุดารัตน์" บี้นายกฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทมรณะ ห้ามรับงานรัฐ ชี้อย่าหยุดแค่ยกเลิก 2 สัญญา

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

"คุณหญิงสุดารัตน์" บี้นายกฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทมรณะ ห้ามรับงานรัฐทุกกรณี อย่าหยุดแค่ยกเลิกสองสัญญา แฉยับบริษัททำคนตายเกลื่อน แต่ยังได้ประเคนงานรัฐให้กว่า 2 พันล้าน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สนามบิน แนะนายกฯ ต้องสั่งตรวจสอบความปลอดภัยด่วน อย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอยคร่าชีวิตคนไทยอีก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะเหตุการณ์สะพานยกระดับบนถนนพระราม 2 ถล่ม และโครงการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยระบุว่าแม้ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งการให้ยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้ง 2 กรณีล่าสุดแล้วนั้น แต่นายกรัฐมนตรีต้องไม่หยุดเพียงแค่การสั่งการตามสถานการณ์ หรือทำหน้าที่เพียงกล่าวโทษหน่วยงานผู้รับผิดชอบเพียงอย่างเดียว

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยย้ำว่า นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความจริงจังด้วยการนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะ เพื่อเรียกบรรดารัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสั่งการด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการวางระบบลงโทษบริษัทผู้รับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบจนสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้บริษัทที่เคยทำความผิดร้ายแรงเหล่านี้แฝงตัวกลับมารับงานหรือเข้าประมูลโครงการของราชการได้อีกในอนาคต

จากการตรวจสอบข้อมูลพบข้อน่าตกใจว่า แม้บริษัทกลุ่มที่มีปัญหาร้ายแรงเหล่านี้จะเคยสร้างโศกนาฏกรรมไว้ แต่ที่ผ่านมา กลับยังคงได้รับงานโครงการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการที่เป็นอาคารสาธารณะซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อสวัสดิภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสนามบิน ซึ่งหากอาคารเหล่านี้ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

คุณหญิงสุดารัตน์ยังเปิดเผยความผิดปกติว่า บริษัทรับเหมากลุ่มเดียวกันนี้มีความเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุร้ายแรงหลายแห่ง ตั้งแต่เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ที่มีคนเสียชีวิตเกือบหนึ่งร้อยคน ไปจนถึงเหตุการณ์โครงสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มที่มีผู้เสียชีวิตอีกกว่าสามสิบคน ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มทุนหน้าเดิมที่วนเวียนรับงานรัฐได้เสมอ แม้กรณีตึก สตง. จะผ่านมานานเกือบปีแล้ว แต่กลับพบความล่าช้าในการเสนอชื่อบริษัทเหล่านี้ส่งไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อทำแบล็กลิสต์อย่างเป็นทางการ

ทั้งที่ตามกฎหมายมาตรา 109 ของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างระบุชัดเจนว่า เมื่อหน่วยงานคู่สัญญารับทราบถึงความเสียหายที่เกิดจากผู้รับเหมา จะต้องรีบส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางดำเนินการแบล็กลิสต์หรือสั่งลดชั้นทันทีเพื่อตัดสิทธิ์การประมูลงาน แต่ที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจกลับละเลยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ จนทำให้เกิดคำถามถึงความบกพร่องของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สมัยนายสุริยะ จนถึงนายพิพัฒน์ ที่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป ไม่จัดการส่งชื่อผู้รับเหมาที่ทำงานชุ่ยเข้าบัญชีดำอย่างเป็นระบบ จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน

ดังนั้น แม้นายกรัฐมนตรีจะเริ่มขยับสั่งฟันบริษัทในกรณีล่าสุดแล้ว แต่ต้องไม่หยุดแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบ "เกียร์ว่าง" ในภาพรวม นายกรัฐมนตรีต้องสั่งตรวจสอบสัญญาโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทที่บริษัทกลุ่มนี้ถืออยู่อย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย และต้องลากตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในอนาคตอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...