โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สาวเล่านาทีเฉียดตาย พลาดขึ้นรถไฟขบวน 21 เพราะลืมกระเป๋า

WeR NEWS

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เฉียดตายเพราะลืมกระเป๋า! สาววัย 40 เปิดใจกับทีมข่าว WRN พลาดขึ้นรถไฟนาทีสุดท้าย เหตุเครนก่อสร้างหล่นทับรถไฟ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

วันที่ 16 มกราคม 2569 ทีมข่าว WRN ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ คุณศุภพิชญ์ กิรณากุล อายุ 40 ปี ผู้รอดชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา หล่นทับรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางเลขที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

คุณศุภพิชญ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ไปทำธุระที่จังหวัดลพบุรี ก่อนให้เพื่อนมาส่งขึ้นรถไฟที่สถานีสระบุรี ซึ่งเป็นต้นทางตามตั๋วที่ซื้อไว้ รถไฟมีกำหนดออกเวลา 07.34 น. และมาถึงสถานีเวลา 07.30 น.

“เรากำลังจะขึ้นรถไฟแล้ว แต่เอะใจว่าลืมกระเป๋า ก็เลยเดินกลับไปหยิบ พอหยิบเสร็จจะกลับมาขึ้นรถ ลุงเจ้าหน้าที่ที่ให้สัญญาณก็ให้รถออกเลย ตอนนั้นโกรธมาก ทำไมไม่รอ ทั้ง ๆ ที่เห็นว่าเรากำลังจะขึ้น”

หลังพลาดรถไฟ คุณศุภพิชญ์พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าจะไปดักขึ้นขบวนต่อไปที่ใดได้บ้าง ก่อนตัดสินใจให้เพื่อนพาไปสถานีแก่งคอย

“เราไม่ลดละความพยายามที่จะขึ้น เพราะว่าอยากมาให้ทันเวลางาน แล้วก็เสียดายเงินค่าตั๋ว”

เธอยอมรับว่าครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซื้อตั๋วรถไฟพร้อมประกันชีวิต เนื่องจากกดผิด ราคาตั๋วจากราว 400 บาท เพิ่มเป็นกว่า 600 บาท ซึ่งตั๋วรถไฟที่เธอซื้อไว้ คือคันที่ 2 เลขที่นั่ง 55 ซึ่งเป็นโบกี้ที่ถูกเครนหล่นทับโดยตรง และเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง

เมื่อไปถึงสถานีแก่งคอย เจ้าหน้าที่แจ้งว่ารถเพิ่งออกไป เธอจึงลังเลว่าจะไปดักขึ้นที่สถานีปากช่องหรือสีคิ้ว แต่เนื่องจากเพื่อนต้องไปทำธุระ จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน เดินทางด้วยรถตู้ไปลงที่ บขส.นครราชสีมา เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี

ระหว่างทาง เธอไม่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์ เพราะรู้สึกเซง ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทั่งเดินทางถึง บขส.นครราชสีมา พบว่ามีสายโทรเข้าและข้อความจำนวนมากจากญาติ โดยพี่สาวซึ่งรอรับอยู่ที่ปลายทาง อ.วารินชำราบ ได้โพสต์ตามหาหลังเห็นข่าวอุบัติเหตุและเข้าใจว่าเธออยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าว

“พอรับสาย พี่ก็ถามว่าสรุปแล้วนั่งรถอะไรมา เราก็นึกว่าพี่ตอกย้ำ ก็บอกไปว่าก็ตกรถไฟไง พี่ก็บอกให้ไปดูข่าว พอเห็นข่าว เราตกใจมาก ยืนร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก มองตัวเองผ่านกระจกขายตั๋ว อยากรู้ว่านี่เป็นคนจริง ๆ ใช่ไหม เราได้ก้าวขาขึ้นไปหรือเปล่า”

คุณศุภพิชญ์ บอกว่า ภาพข่าวและตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ลงอย่างมาก

“เราคิดเลยว่าถ้าวันนั้นก้าวขาขึ้นไปแล้ว เราคงไม่ได้เจอหน้าครอบครัวอีก แม่คงต้องมาจุดธูปเรียกวิญญาณเราเหมือนคนอื่น”

เธอยอมรับว่า ปัจจุบันยังมีอาการหวาดกลัว นอนไม่หลับ ภาพข่าวเหตุการณ์และโบกี้รถไฟยังวนเวียนในหัว ต้องพึ่งยาคลายเครียดและยานอนหลับจากแพทย์

“ไม่รู้ว่าเป็นบุญเก่าหรือแต้มบุญอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เรารอดมาได้ เรารู้สึกโชคดีมากที่ไม่ได้ขึ้นไป ทั้ง ๆ ที่ก้าวไปแล้ว แต่แค่ลืมกระเป๋าแล้วถอยออกมา สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันแค่คำว่าขากับขาคู่นี้ ที่นำพาชีวิตเรา

เราเป็นคนบริจาคเลือดบ่อย ไหว้แม่ ไหว้ผู้ใหญ่ ขอขมาคุณแม่ทุกครั้งที่เผลอพูดเสียงดัง ก่อนออกจากบ้านคุณแม่ก็จะอวยพรให้ตลอด”

คุณศุภพิชญ์ยังกล่าวถึงครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ ซึ่งทรุดลงทันทีเมื่อได้ยินข่าวว่าอาจเกิดเหตุร้ายกับลูกสาว พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากสังคมออนไลน์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...