โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาร์ริค เร็วกว่า อโมริม เยอะ! เกร็ดหลังเกม แมนยู บุกเชือด อาร์เซน่อล

SIAMSPORT

เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 03.15 น.
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกล้ม อาร์เซน่อล ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พร้อมสร้างสถิติและเกร็ดน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การเก็บจ่าฝูง-รองจ่าฝูง ไปจนถึงผลงานของ คาร์ริค ที่ทำได้ไวกว่า อโมริม แบบเห็นชัด

บิ๊กแมตช์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ที่ 23 จบลงด้วยความสุขของสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากทีมรักของพวกเขาบุกไปชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ได้ถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งมันก็มีทั้งเกร็ดและสถิติที่น่าสนใจให้ได้พูดถึงกัน

- แมนยูไนเต็ด เก็บทั้งจ่าฝูงและรองจ่าฝูง

ด้วยความที่นัดก่อน แมนยูไนเต็ด ก็ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว ทำให้ล่าสุดพวกเขาเป็นทีมแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2010 ที่เอาชนะทีม 2 อันดับแรกของตารางคะแนนในเกม พรีเมียร์ลีก ตอนเริ่มแมตช์เดย์ได้ติดต่อกัน โดยในปี 2010 ทีมที่ทำแบบนั้นได้คือ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเริ่มจากการชนะ เชลซี 2-1 ตามด้วยการพิชิต แมนยูไนเต็ด 3-1

- ชัยชนะนอกบ้านอันหอมหวานที่หายไปนาน

นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 ที่ แมนยูไนเต็ด บุกไปชนะทีมที่เป็นจ่าฝูงในเกม พรีเมียร์ลีก ได้ โดยหนนั้นเป็นการพิชิต แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ไม่เพียงแค่นั้น มันยังถือเป็นหนแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2018 ที่ทีมสีแดงของเมืองแมนเชสเตอร์บุกไปทำประตูใส่ทีมจ่าฝูงในลีกถึงบ้านของอีกฝ่ายได้อย่างน้อย 3 ลูกด้วย ซึ่งครั้งนั้นเป็นเกมที่ แมนยูไนเต็ด ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ เชือด แมนซิตี้ 3-2 ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม

- การเสียประตูเยอะที่หาได้ยากของ อาร์เซน่อล

ก่อนลงเล่นนัดนี้ อาร์เซน่อล มีเกมรับที่เหนียวแน่นจนไม่เสียอย่างน้อย 3 ประตูในเกมเดียวมาถึง 121 เกมติดต่อกันจากการลงเล่นในทุกรายการ แต่มันก็ต้องจบลงด้วยฝีเท้าของ แมนยูไนเต็ด ส่วนครั้งสุดท้ายก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเสียอย่างต่ำ 3 ลูกในเกมเดียวคือเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่บุกไปเฉือน ลูตัน ทาวน์ 4-3 เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2023

นอกจากนี้ หากนับเฉพาะการเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริงระหว่าง กาเบรียล มากัลเญส กับ วิลเลี่ยม ซาลิบา แล้วล่ะก็ นี่ก็ถือเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นที่ อาร์เซน่อล เสียประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ที่บ้านของตัวเองถึง 3 ลูกด้วยแผงหลังคู่ดังกล่าว โดยหนแรกคือนัดที่แพ้ แมนซิตี้ 1-3 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023

- โดนทีเด็ดนอกกรอบ

นับตั้งแต่ที่ อาร์เซน่อล เปลี่ยนมาใช้ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้าของทีมในปี 2006 นี่ก็นับเป็นเพียงครั้งที่ 2 ที่พวกเขาเสียประตูจากการยิงนอกกรอบของคู่แข่งในเกม พรีเมียร์ลีก อย่างน้อย 2 ลูกในเกมเดียว ส่วนครั้งแรกได้แก่เกมที่เสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-4 เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2008

- การพลาดที่ไม่น่าให้อภัย

อย่างที่รู้กันดีว่าเกมนี้ประตูตีเสมอของ แมนยูไนเต็ด ส่วนหนึ่งมาจากการที่ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ จ่ายบอลพลาดเอง ทำให้เท่ากับว่าเกมลีก 4 นัดหลังสุด อาร์เซน่อล เสียประตูจากการเล่นผิดพลาดของตัวเองถึง 2 ครั้ง โดยอีกหนคือชอตพลาดของ กาเบรียล มากัลเญส ในเกมกับ บอร์นมัธ ทั้งที่ในเกมลีก 19 นัดแรกของซีซั่นนี้พวกเขามีชอตพลาดแบบนั้นแค่ครั้งเดียว ซึ่งได้แก่จังหวะพลาดของ ซูบีเมนดี้ ในเกมที่เจอกับ สเปอร์ส ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

- อโมริม 11 เดือน vs คาร์ริค 1 สัปดาห์

รูเบน อโมริม เคยใช้เวลาราว 11 เดือน ก่อนที่จะพา แมนยูไนเต็ด เก็บชัยชนะใน พรีเมียร์ลีก ได้อย่างน้อย 2 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในฐานะกุนซือของ "ปีศาจแดง" นั่นคือตอนที่เขานำทีมพิชิต ซันเดอร์แลนด์ 2-0 กับชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปีก่อน อย่างไรก็ตาม คาร์ริค ใช้เวลาเพียงแค่ราว 1 สัปดาห์เท่านั้นสำหรับการทำแบบเดียวกัน

- บรูโน่ นักปั้น

เกมล่าสุดทำให้เท่ากับว่าฤดูกาลนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำแอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก 10 ครั้งเข้าไปแล้ว ทำให้เขาถือเป็นนักเตะ แมนยูไนเต็ด คนแรกนับตั้งแต่ปี 2014 ที่ทำแอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก อย่างน้อย 10 หนได้ถึง 2 ซีซั่นติดต่อกัน เพราะฤดูกาลก่อนเจ้าตัวก็ทำไป 10 แอสซิสต์ ส่วนคนล่าสุดที่ทำแบบนั้นได้คือ เวย์น รูนี่ย์ จากผลงานในฤดูกาล 2012-13 (11 แอสซิสต์) กับ 2013-14 (10 แอสซิสต์)

- เด็กเกร็ดบอล -

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...