โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทย ชงรื้อโครงสร้างปากท้อง ชูยุทธศาสตร์ 'ครบวงจร' นโยบายทำได้ใน 90 วัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 06.16 น.
เผ่าภูมิ โรจนสกุล

เพื่อไทย ชงรื้อโครงสร้างปากท้อง ชูยุทธศาสตร์ “ครบวงจร” นโยบายทำได้ใน 90 วัน บนเวทีดีเบตประชาชาติธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ : ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผ่านโจทย์ 5 สมรภูมิเศรษฐกิจ

สำหรับโจทย์ : ภายใน 100 วันแรก ถ้าคุณเป็นรัฐบาล คุณจะลดค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างไร ผ่าน 3 มาตรการเร่งด่วน ?

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้สะท้อนแนวคิดเชิงนโยบายว่า ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพไม่สามารถแก้ไขด้วยกรอบแคบ ๆ เพียง “3 มาตรการ” หรือจำกัดอยู่แค่ “100 วันแรก” แต่ต้องมองอย่างเป็นระบบและครบวงจร ทั้งการสร้างรายได้ควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

สำหรับปัญหาปากท้องและปัญหาค่าครองชีพ เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น มองเรื่องนี้ครอบคลุมมากกว่าคำว่า 3 มาตรการ และมองภาพกว้างกว่าสิ่งที่จะทำในช่วง 100 วันแรก

อย่างไรก็ตาม ประมาณร้อยละ 70 ถึง 80 ของนโยบายพรรคเพื่อไทย สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 90 วัน และเพื่อให้เห็นภาพที่กว้างและครบวงจร พรรคเพื่อไทยขอนำเสนอมาตรการที่สร้างประโยชน์ทั้งในมิติของการสร้างรายได้ และการลดค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชนไปพร้อมกัน ดังนี้

1.มาตรการแก้ปัญหาหนี้สิน

พรรคเพื่อไทยเริ่มต้นจากการเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่พี่น้องประชาชนผ่าน 5 มาตรการหลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร นอกจากนี้ เรายังมีมาตรการให้เงินรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจสำหรับผู้ที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี โดยทั้ง 5 มาตรการนี้สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 90 วัน ซึ่งรวดเร็วกว่ากรอบเวลา 100 วันตามที่ได้กล่าวไว้

2.มาตรการเพิ่มรายได้

การเพิ่มรายได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนประมาณ 3.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประสบความลำบากและมีอุปสรรคในการใช้ชีวิต พรรคเพื่อไทยจึงนำเสนอนโยบาย “คนไทยไร้จน” โดยรัฐบาลจะเข้าไปเติมรายได้ให้แก่ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 36,000 บาทต่อปี หรือ 3,000 บาท/เดือน รัฐบาลจะเข้าไปเติมส่วนที่ขาดให้เต็ม เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะมีเงินสำหรับซื้อหาอาหารและสามารถดำรงชีวิตในขั้นพื้นฐานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

3.มาตรการสำหรับ SMEs

สำหรับกลุ่ม SMEs เรามีมาตรการทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ผ่านระบบ ‘Thai National E-commerce’ หรืออีคอมเมิร์ซแห่งชาติ โดยรัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนและลดค่าธรรมเนียมในการนำสินค้าขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นภาระต้นทุนที่สูงสำหรับ SMEs ในการเปิดตลาดใหม่ มาตรการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมี พ.ร.บ.สถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) เพื่อเข้าไปช่วยลดต้นทุนในการกู้ยืมเงินของพี่น้องประชาชนทั้งระบบ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

4.มาตรการสำหรับเกษตรกร

ในส่วนของพี่น้องเกษตรกร พรรคเพื่อไทยมีมาตรการเพิ่มรายได้ผ่านการประกันกำไร 30% เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรจะมีกำไรจากการเพาะปลูกอย่างน้อยร้อยละ 30 ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดได้ และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เนื่องจากการมีกำไรที่แน่นอนจะสร้างความมั่นใจในการทดลองและพัฒนาการผลิต นอกจากนี้ ยังมีการดูแลบริหารจัดการเรื่องปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์เพื่อลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรด้วย

5.มาตรการลดรายจ่ายโดยตรง

ในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง พรรคเพื่อไทยมีมาตรการดังนี้ :

  • ค่าไฟฟ้า : ปรับลดราคาค่าไฟฟ้าให้อยู่ที่ 3.77 บาท
  • รถไฟฟ้า : นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน
  • ที่อยู่อาศัย : โครงการ “บ้านเช่าคนไทย” เพื่อช่วยลดภาระด้านที่อยู่อาศัย โดยจัดหาที่พักในทำเลที่ดีและเหมาะสมกับการใช้ชีวิต
  • การออม : โครงการ “หวยเกษียณ” เพื่อส่งเสริมการออมให้แก่พี่น้องประชาชน ทำให้ประชาชนมีเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ

“มาตรการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นการทำงานอย่างครบวงจร ทั้งการสร้างรายได้ สร้างโอกาส และการลดรายจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน ดังนั้น ในมุมมองของพรรคเพื่อไทย เราจึงไม่ได้มองเพียงแค่การลดค่าครองชีพเป็นประเด็นแยกส่วน แต่เราต้องมองในภาพของการสร้างรายได้และลดค่าครองชีพ รวมถึงสร้างโอกาสไปในตัวให้กับพี่น้องประชาชนด้วย จึงเป็นการมองที่ครบวงจรแล้วก็ครบทุกระบบ” ดร.เผ่าภูมิกล่าว

ต่อมานายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ตั้งข้อซักถามเพิ่มเติม ว่า ทำไมโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” พรรคเพื่อไทยจึงไม่ทำโครงการนี้ต่อทันที ทั้งที่เคยบอกว่าจะหมุนเวียนเศรษฐกิจได้ดี แต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกลับบอกว่าจะชะลอโครงการเพราะมีโครงการอื่นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีกว่า และมีการปรับงบ 1.5 แสนล้านบาท และหลังจากที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาลทำไมงบประมาณปี 2569 จึงไม่มีโครงการดิจิทัลวอลเล็ตบรรจุไว้ แต่เพื่อไทยกลับกล่าวว่าว่าภูมิใจไทยนำงบส่วนนี้ไปทำนโยบายคนละครึ่งพลัสแทน

ดร.เผ่าภูมิ อธิบาย ว่า ในประเด็นเรื่องงบประมาณ มันไม่ใช่เรื่องของการกู้เงินอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการรายได้และการปรับแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งหากเราเป็นรัฐบาล เราจะปรับแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของเรา

สำหรับ “ดิจิทัลวอลเล็ต” สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลดความเหลื่อมล้ำให้กับพี่น้องประชาชน ข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุชัดเจนว่า การใส่เงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ตช่วยลดดัชนีความเหลื่อมล้ำได้เร็วกว่าการไม่ทำอะไรเลยถึง 2-3 ปี กราฟความเหลื่อมล้ำของประเทศจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงที่รัฐบาลเพ่อไทยบริหาร ตัวเลข GDP จากไตรมาสแรกร้อยละ 3.0, ไตรมาสสองเป็น 3.3 ไตรมาสาม 3.2 และไตรมาสสี่ 2.8 ตามลำดับ ซึ่งถือว่าโตต่อเนื่องทั้ง 4 ไตรมาส เป็นครั้งแรกที่ทำ GDP เติบโตขึ้นระดับ 3 % ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งลงมาที่พรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหารตัวเลข GDP น่าจะประมาณ 1% กว่าๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อไทย ชงรื้อโครงสร้างปากท้อง ชูยุทธศาสตร์ ‘ครบวงจร’ นโยบายทำได้ใน 90 วัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...