โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องผังเมืองใหม่ 9 โซนกรุงเทพฯ รถไฟฟ้าขยาย ปลดล็อกพื้นที่อยู่อาศัย ใช้ประโยชน์ที่ดินได้เพิ่ม

TODAY

อัพเดต 17 ม.ค. 2567 เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2567 เวลา 07.16 น. • workpointTODAY

ผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานครกำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2568 นี้ ใครกำลังจะซื้อที่ดิน คิดจะสร้างบ้าน สร้างอาคารจะต้องรู้

ผังเมืองรวมใหม่นี้เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ในสมัยของผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ คาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2568 (สำหรับฉบับปัจจุบันที่ใช้กันอยู่คือของปี 2556 ใช้มานานร่วม 10 ปีแล้ว) ล่าสุดทางกทม.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งสุดท้ายในการทำผังเมืองใหม่ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

โดยผังใหม่นี้จะปรับให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และอัปเดตเป็นปัจจุบันมากขึ้น เน้นให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และรองรับการอยู่อาศัยของประชากรเมืองที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ตอนนี้ผังเมืองรวมยังเป็นฉบับร่างอยู่ แต่เกือบๆ ไฟนอลแล้ว โดยมี 9 พื้นที่สำคัญที่เปลี่ยนไป โพสต์นี้จะสรุปให้…

9 โซนกรุงเทพฯ กำลังจะเปลี่ยนไป…

พื้นที่ 1 : เกาะกลางรัตนโกสินทร์

เป็นพื้นที่ประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย (ศ.1 และ ศ. 2) ที่ตรงนี้มีศักยภาพอย่างมากทั้งทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น โซนเยาวราช บางลำพู ฯลฯ ผังใหม่จะปรับให้เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง (ย.11) เพิ่มพื้นที่พาณิชยกรรม (พ. 1 และ พ. 2 ใหม่) รวมถึงพื้นที่ของสถาบันราชการ (ส.) ใช้ประโยชน์พื้นที่ชั้นในเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามจะมีการควบคุมเขตพื้นที่ซ้อนทับ และต้องอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร การกำหนดความสูงและการออกแบบต่างๆ จะต้องไม่ไปกระทบกับพื้นที่อนุรักษ์เดิม

พื้นที่ 2 : รัชโยธิน

จากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) ที่วิ่งผ่านในย่านนี้ ประกอบกับการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ในโซนใกล้เคียงทำให้ที่ดินย่านนี้มีศักยภาพสูง จากเดิมรัชโยธินเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.5 และ ย. 7) เปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง ให้เหมือนกับโซนที่อยู่รอบๆ ข้าง

พื้นที่ 3 : ดอนเมือง

เป็นอีกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านโครงข่ายขนส่งมวลชน จากการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) สายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) บวกกับรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน เชื่อมการเดินทางได้สะดวกสบาย

ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนจากที่ดินประเภทอยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) และพื้นที่พาณิชยกรรม (พ.5) เพื่อรองรับการจ้างงานโซนสนามบิน ศูนย์ราชการ และองค์กรใหญ่หลายแห่งในพื้นที่

พื้นที่ 4 : ลาดพร้าว-รามอินทรา

จากเดิมเป็นที่ดินประเภทอยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3 และ ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6 และ ย.7) ตามการพัฒนาของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่เริ่มเปิดใช้บริการแล้ว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีส้มในอนาคต (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี)

พื้นที่ 5 : ศรีนครินทร์

ปรับจากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.7) เนื่องจากมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว (อ่อนนุช-เคหะฯ) สายสีแดง (ARL พญาไท-สุวรรณภูมิ) และ สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เปิดให้บริการแล้ว

พื้นที่ 6 : มีนบุรี

เป็นอีกโซนที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ เปลี่ยนจากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.3) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) และบางทำเลยังเปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.10) และที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (พ.5) รองรับการขยายตัวของประชากร และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รวมถึงเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) ในอนาคต

พื้นที่ 7 : ทางน้ำหลากด้านตะวันออก (มีนบุรี หนอกจอก คลองสามวา ลาดกระบัง)

เดิมมีพื้นที่สีเขียวลายทะแยงหรือที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.1) ซึ่งใช้เป็นฟลัดเวย์หรือพื้นที่รองรับน้ำหลากขนาด 250 ตารางกิโลเมตร จะถูกปรับเปลี่ยนให้เหลือเพียง 50 ตารางกิโลเมตร เพื่อลดภาระประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว แต่ทางแก้ของผังรวมใหม่ จะพัฒนาระบบคลองแนวเหนือ-ใต้อย่างเป็นระบบ มีการขยายคลองเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

พื้นที่ 8 : ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา

ในอนาคตพื้นที่นี้จะมีศักยภาพอย่างมาก เพราะเป็น Node ของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ที่จะสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมยาวไปถึงศาลายา พร้อมเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินด้วย มีถนนเส้นหลักหลายสายที่เชื่อมการเดินทางอย่างเป็นระบบสมบูรณ์ เช่น ถนนบรมราชชนนี ถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพุทธมณฑลสาย 1-2-3 ฯลฯ

นอกจากนี้ยังเป็นเขตที่เชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรี ด้วยศักยภาพของพื้นที่ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ผังใหม่จะยกเลิกพื้นที่สีเขียวลายทแยง หรือที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.2 เดิม) และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4 เดิม) ให้เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.1, ย.3 และ ย.4) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6 และ ย.8) และพื้นที่พาณิชยกรรม (พ.4)

จากเดิมพื้นที่สีเขียวลายทแยงหรือที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมในโซนนี้ ไม่ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำเหมือนทางตะวันออก แต่สงวนไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ ทำให้เดิมทีบ้านจัดสรรที่สร้างได้ ต้องอยู่บนที่ดิน 100 ตาราวาขึ้นไป เราจึงจะเห็นว่าโซนนี้จะมีบ้านหรูเยอะ แต่พอใช้ผังใหม่ก็จะปลดล็อก ทำให้สามารถสร้างโครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด หรือคอนโดมิเนียมได้ เน้นใช้ประโยชน์ที่ดินให้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

พื้นที่ 9 : วงเวียนใหญ่-สุขสวัสดิ์

ปัจจุบันพื้นที่นี้กำลังก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ครุใน) ในอนาคตจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นมาก จึงปรับจากที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.4) เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.8) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (ย.13)

นอกจากนี้ ตึกสูงใจกลางเมือง โซน CBD จะให้สิทธิ์เอกชนได้ FAR Bonus หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน สามารถขยายพื้นที่อาคารสร้างเพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกิน 20% หากว่าโครงการนั้นสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น ทำสะพานลอย ทางจักรยาน สวนสีเขียว ฯลฯ ก็จะได้สิทธิ์นี้ไป

โดยแต่ละโซนจะมีรายละเอียด FAR หรือพื้นที่สร้างอาคารต่อขนาดที่ดิน เพิ่มขึ้นมากน้อยแตกต่างกันออกไป รวมถึงการปลดล็อกประเภทอาคารสิ่งปลูกสร้างด้วย เอาเป็นว่าพื้นที่เหล่านี้มีเส้นทางรถไฟฟ้าเข้ามา มี Infrastructure ต่างๆ ที่พร้อม เกิดการพัฒนาอย่างมาก จึงต้องปรับผังให้รองรับการเติบโตและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

ชวนคิด…ผังเมืองใหม่ ใครได้ประโยชน์?

วัตถุประสงค์ของการร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่นี้ เพื่อปรับปรุงการใช้ที่ดินให้ทันต่อการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะการเข้ามาของเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ทั้งที่เปิดใช้งานไปแล้ว และบางเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง ทำให้หลายพื้นที่มีศักยภาพสูงขึ้น เช่น กลายเป็นแหล่งงานใหม่ เป็นศูนย์กลางการค้าพาณิชยกรรม รวมถึงที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งตามหลักแล้วควรจะกระจายสู่รอบนอกได้มากขึ้น ลดความแออัดของกรุงเทพฯ ชั้นใน

จากผังเมืองเดิมยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้างบางประเภทในพื้นที่รอบนอกเหล่านี้ได้ จึงเป็นที่มาของการปลดล็อกประเภทที่ดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น แต่ที่ผ่านมา ผังเมืองรวมใหม่นี้ก็ถูกประชาชนบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย ว่าไม่ได้การกระจายความเจริญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังมีความเหลื่อมล้ำซ่อนเร้น ไม่สามารถแก้ปัญหาซ้ำซากอย่าง คนจนเมือง รถติดและน้ำท่วมได้

นอกจากนี้ยังถูกตั้งคำถามว่าการปรับเปลี่ยนนี้ ประโยชน์ไปตกอยู่ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ อีกทั้งจะยิ่งดันให้ราคาที่ดินสูงขึ้นอีก ยิ่งทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสูงขึ้น เป็นอุปสรรคต่อคนรายได้น้อยและปานกลางในอนาคต…ก็เป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ส่วนสำคัญคร่าวๆ เท่านั้น ที่ผ่านมามีการผลักดันให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างผังเมืองรวมฉบับนี้ แต่ดูเหมือนการมีส่วนร่วมก็ยังไม่มากพอ ซึ่งก็ต้องจับต่อดูกันต่อไปว่าร่างผังเมืองใหม่นี้จะมีการปรับแก้อะไรเพิ่มเติมก่อนประกาศใช้อีกหรือไม่

ต่อไปทางกทม. จะเข้าสู่กระบวนการประมวลผลความคิดเห็นของประชาชนที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ พร้อมปรับแก้ไขร่าง ก่อนจะผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ไปจนถึงขั้นตอนของประกาศใช้ ใครที่สนใจอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ลองคลิกเข้าไปดูได้ที่หน้าเว็บไซต์ plan4bangkok.com ได้เลย

อ้างอิงข้อมูล : www.facebook.com/BMAPLAN4.0/videos/390837856715689

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...