โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บูลลี่จนเป็นนิสัย! เจาะลึกเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงสนุกกับการบูลลี่

Mission To The Moon

อัพเดต 27 พ.ย. 2566 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2566 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

สนุกกับการบูลลี่จนเป็นนิสัย จะกี่ปีก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้สักที!
.
ถ้าลองติดตามข่าวสารในแวดวงบันเทิง สังคมหรือแม้แต่แวดวงนางงามที่กำลังร้อนระอุในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เราจะพบว่าท่ามกลางกระแสข่าวที่ร้อนแรง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือหลุดออกจากวังวนของคนไทยไปได้เลยก็คือการบูลลี่ (Bully) หรือแปลให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการกลั่นแกล้งผู้อื่นด้วยคำพูดหรือการกระทำที่ทำให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจเพื่อแสดงถึงอำนาจที่มีมากกว่า การบูลลี่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการแสดงออกผ่านการกระทำ การข่มขู่ รวมถึงการใช้คำพูดไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือใน Social Media
.
แม้คำว่า Bully จะเป็นคำที่เพิ่งติดหูคนไทยมาไม่ถึง 10 ปี แต่เมื่อลองดูจากสถิติต่างๆ แล้วกลับพบว่าคนไทยนั้นมีพฤติกรรมที่ชื่นชอบการบูลลี่สูงอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2563 ที่พบว่าประเทศไทยมีการบูลลี่มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นข้อมูลการบูลลี่ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียและส่วนใหญ่คำที่คนไทยใช้เพื่อการบูลลี่นั้นมักจะเป็นคำที่ใช้ดูถูกรูปลักษณ์ เพศ ความคิดหรือทัศนคติ
.
แล้วเพราะอะไร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่คนไทยบางคนก็ยังสนุกกับการบูลลี่และไม่สามารถแก้ไขนิสัยนี้ได้?
.
.
เหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมบางคนถึงสนุกกับการบูลลี่
.
เหตุผลในการบูลลี่ของแต่ละคนนั้นอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ดร. มาร์ก กริฟฟิธส์ ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมเสพติด (Behavioral Addictions) แห่งมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม เทรนท์ ได้ให้เหตุผลทางจิตวิทยาไว้ว่า “คนส่วนใหญ่มักจะบูลลี่คนอื่นเพื่อแก้แค้น เรียกร้องความสนใจ เพื่อให้ตัวเองหายเบื่อ และสุดท้ายคือเพื่อความบันเทิง” ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยด้านสุขภาพจิตที่ทำให้คนบางกลุ่มมีความต้องการในการบูลลี่คนอื่น โดยคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความก้าวร้าว สมาธิสั้น มีการใช้สารเสพติดมักจะเป็นคนที่มีโอกาสชื่นชอบในการบูลลี่คนอื่นมากกว่าปกติ และที่น่าสนใจคือคนที่มีลักษณะนิสัยแบบ “The Dark Tetrad” หรือลักษณะนิสัยด้านมืด 4 อย่าง ก็สอดคล้องกับการเป็นคนที่มีนิสัยชื่นชอบบูลลี่คนอื่นอีกด้วย
.
.
“The Dark Tetrad” ด้านมืด 4 อย่างของมนุษย์ขี้บูลลี่
.
The Dark Tetrad เป็นลักษณะนิสัยด้านมืด 4 อย่างที่ประกอบไปด้วย Narcissism หรือการหลงตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวละครที่เด่นกว่าคนอื่น ขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น, Machiavellianism คือนิสัยโกหก เจ้าเล่ห์ ชอบหลอกใช้คนอื่น, Psychopathy คือนิสัยที่แข็งกระด้าง เห็นแก่ตัว ต่อต้านสังคมอย่างสุดโต่ง และสุดท้ายคือ Sadism หรือนิสัยที่มีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นทุกข์และเจ็บปวด
.
ซึ่งด้านมืดเหล่านี้ก็มีผลการวิจัยของ Baughman, Dearing, Giammaro, & Vernon ในปี 2012 ที่ศึกษาความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการบูลลี่กับลักษณะนิสัยแบบ Narcissism, Machiavellianism และ Psychopathy พบว่าคนที่ชอบบูลลี่คนอื่นผ่านทาง Facebook ก็มักจะมีลักษณะนิสัยเหล่านี้อยู่ในตัวด้วย ดังนั้น หากเราเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองชอบบูลลี่คนอื่นจนเป็นนิสัยและไม่สามารถแก้ไขนิสัยเหล่านี้ได้สักที เราก็อาจจะต้องมาดูพฤติกรรมพื้นฐานของตัวเองว่ามีความสอดคล้องกับ The Dark Tetrad หรือไม่
.
.
รู้ตัวว่ามี “The Dark Tetrad” แล้วควรทำอย่างไรต่อ?
.
จริงๆ แล้วการที่คนเรามี “The Dark Tetrad” อยู่ในตัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่ เพราะการมีลักษณะนิสัยด้านมืดบางอย่างอยู่ในตัวนั้นก็สามารถนำพาเราไปสู่ความสำเร็จบางอย่างได้ เราอาจจะเคยได้ยินว่าผู้ชายที่มีนิสัยหลงตัวเองก็สามารถใช้นิสัยนี้สร้างความมั่นใจและกลายเป็นผู้ชายแบบ Bad Boy ที่ผู้หญิงชื่นชอบได้ หรือแม้แต่คนที่เป็นหัวหน้าที่ประสบความสำเร็จมักจะมีนิสัยแบบ Narcissism และ Machiavellianism ที่สูงด้วยเช่นกัน แต่การที่มีลักษณะนิสัยแบบ “The Dark Tetrad” มากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ก็สามารถก่อให้เกิดผลเสียและเบียดเบียนคนรอบข้างหรือก่อให้เกิดเป็นนิสัยที่ชื่นชอบการบูลลี่ได้อีกด้วย
.
การที่เราจะลดนิสัย “The Dark Tetrad” ในตัวได้นั้น เราอาจจะต้องมาทบทวนก่อนว่าเรามีลักษณะนิสัยแบบไหนมากที่สุด และทำการลดนิสัยนั้นด้วยวิธีที่นักจิตวิทยามีการศึกษามาแล้วว่าเป็นทางลัดที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือการ “แกล้งทำเป็นคนดี จนเป็นคนดีขึ้นมาจริงๆ” หรือ Faking it until you make it ซึ่งการศึกษานี้มองว่าในระหว่างที่เราแกล้งทำเป็นคนดีนั้นจะช่วยให้เราผ่านขั้นตอน 2 ขั้นที่สำคัญคือ
.
[ ] ขั้นตอนของการยอมรับตัวเอง ว่าเรามีนิสัยที่แย่จริง แล้วรู้ว่าเราควรลดลักษณะนิสัยแบบนั้น
[ ] ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ผ่านการทำพฤติกรรมตรงกันข้ามจนสามารถลดนิสัย “The Dark Tetrad” ได้ในที่สุด เช่น ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนที่หยาบกระด้าง ไม่เห็นอกเห็นใจคนอื่น ก็ควรเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้าหาคนอื่นมากขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้นจนพฤติกรรมด้านบวกเหล่านี้สามารถแทนที่พฤติกรรมด้านมืดได้
.
สุดท้ายแล้วแม้ว่าการบูลลี่จะเป็นพฤติกรรมที่เราไม่เห็นความสำคัญว่าต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เราอาจจะรู้สึกว่าการบูลลี่คนในโลกออนไลน์ไม่ได้สร้างผลกระทบด้านลบให้กับเราที่อยู่หลังคีย์บอร์ด แต่ก็อย่าลืมว่านิสัยบูลลี่นั้นก็เป็นสิ่งที่แสดงออกมาแล้วสะท้อนต้นตอของนิสัยเบื้องลึกที่หากเราไม่แก้ไขในวันนี้ ก็อาจสร้างปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน
.
ดังนั้น ถ้าเราเริ่มที่จะทบทวนนิสัยของตัวเอง รู้ว่าเรามีนิสัยด้านมืดแบบใดและเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยเหล่านั้นด้วยการสร้างพฤติกรรมด้านบวกมาแทนที่ นอกจากเราจะสามารถแก้นิสัยชอบบูลลี่ในตัวได้แล้ว เรายังประสบความสำเร็จในการสร้างตัวเราคนใหม่ที่พร้อมสำหรับอนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า โดยที่ไม่ต้องกังวลว่านิสัยด้านมืดนั้นจะฉุดเราให้ลงเหวเมื่อไหร่อีกต่อไป
.
.
อ้างอิง
The Psychology of Cyberbullying : Arlin Cuncic, MA, Verywell Mind - https://bit.ly/46mVXmI
The Dark Tetrad: Possibly THE Scariest Boss : Christine Hammond, MS, LMHC, PsychCentral - https://bit.ly/3uz25e4
A surprising way to tamp down ugly 'Dark Triad' personality traits : SMU - https://bit.ly/3SQOLMp
.
#trend
#Cyberbullying
#Thedarktetrad
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...