โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ หลวงพ่อพีร์ อธิบดีสงฆ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

อีจัน

อัพเดต 02 ม.ค. 2567 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2567 เวลา 08.15 น. • อีจัน

พระพรหมวชิราธิบดี หรือในนามเดิม พีร์ ผ่องสุภาพ และที่รู้จักในฉายา สุชาโต นับเป็นหนึ่งในพระภิกษุที่มีบทบาทสำคัญในวงการคณะสงฆ์ของไทย โดยท่านเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายมหานิกาย และยังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ เช่น อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญของท่านในการนำพาศาสนาพุทธในไทยให้เจริญก้าวหน้า

ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2473 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้เข้าสู่พระภิกษุสงฆ์เมื่ออายุครบ 20 ปี โดยมีพระโพธิวงศาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวิกรมมุนี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และได้รับฉายา “สุชาโต” ซึ่งหมายถึง “ชาติกำเนิดที่ดีงาม”

ในด้านการศึกษา ท่านมีความรู้ทางศาสนาที่สามารถผ่านการสอบได้ถึงระดับเปรียญธรรม 5 ประโยค และยังได้รับปริญญาโททางวิชาพระพุทธศาสนาจากประเทศอินเดียอีกด้วย

พระพรหมวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต)

ท่านมีบทบาทสำคัญในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2532 และต่อมาได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ.2544 และสุดท้ายคืออธิบดีสงฆ์(เจ้าอาวาสพระอารามหลวง) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในปี พ.ศ.2548 ท่านไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ แต่ยังมีบทบาทเด่นในการบริหารจัดการและพัฒนาคณะสงฆ์อย่างต่อเนื่อง

ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระพรหมวชิราธิบดีได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความเข้าใจที่ลึกซึ้งในศาสนา ท่านเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างศาสนาและการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านการเผยแผ่ศาสนา ท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่กองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย และเป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ ซึ่งมีหน้าที่ในการบรรพชาและอุปสมบท กุลบุตรกุลธิดา ในเขตปกครองทางคณะสงฆ์ที่ท่านรับผิดชอบ

สำหรับสมณศักดิ์ของท่าน ได้เริ่มจากตำแหน่งฐานานุกรมที่พระครูปลัดสุวัฒนสัทธาคุณ ในปี พ.ศ.2532 และได้รับการเลื่อนขั้นสมณศักดิ์อย่างต่อเนื่องจนถึงระดับพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฎ ในปี พ.ศ.2559 และในที่สุดท่านได้รับพระราชทานราชทินนามเป็นพระพรหมวชิราธิบดี ในปี พ.ศ.2565

พระพรหมวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต)

นอกจากนี้ ท่านยังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ อาทิ เครื่องราชอิสริยาภรณ์สหไมตรี ชั้นมหาเสนา จากประเทศกัมพูชา ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการยอมรับและเกียรติยศของท่านในระดับนานาชาติ

ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นของพระพรหมวชิราธิบดีในการปฏิบัติหน้าที่ทางสงฆ์ การบริหารงานคณะสงฆ์ และการเผยแผ่ศาสนาพุทธ ได้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้กับพระภิกษุและสามเณรในรุ่นต่อๆ ไป พระองค์ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่เคารพนับถือ แต่ยังเป็นผู้สร้างอิทธิพลในการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมไทยในมิติที่กว้างขวาง

การดำรงตำแหน่งและการเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตน และการปฏิบัติธรรมของพระพรหมวชิราธิบดี ได้สะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของศาสนาพุทธในสังคมไทย ซึ่งเป็นทั้งแหล่งของความเชื่อมั่นทางจิตวิญญาณและแหล่งแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตที่ดีและมีคุณธรรม ทั้งนี้ พระพรหมวชิราธิบดีได้ทิ้งมรดกทางจิตวิญญาณและความรู้ที่ล้ำค่าให้แก่สังคมไทยและคณะสงฆ์ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดต่อไปอย่างไม่รู้จบสิ้น

พระพรหมวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...