โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ร้านอาหารญี่ปุ่น” ’ฮอตไม่เลิกแห่ปักหมุดต่างจังหวัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ม.ค. 2567 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2567 เวลา 08.01 น.
ภาพจาก : freepik

เจโทรเชื่อจังหวัดท่องเที่ยว-หัวเมือง โอกาสใหม่ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ดีมานด์พุ่งทุกประเภทร้าน ทั้งราเมน สุกี้ อิซากายะ เนื้อย่าง ฯลฯ หลังผลสำรวจปี’66 ชี้จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นใน ตจว.เพิ่ม 2.5 เท่า

นายคุโรดะ จุน ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร (JETRO) กล่าวว่า จากการสำรวจธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2566 ซึ่งเก็บข้อมูลทั้งด้วยการสัมภาษณ์บริษัทในวงการ 18 บริษัท และค้นข้อมูลตัวเลขจำนวนร้าน ตั้งแต่ 15 สิงหาคม-28 ธันวาคม 2566 ซึ่งไม่เพียงสามารถสะท้อนภาพธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2566 ที่ผ่านมา แต่ยังฉายเทรนด์ของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2567 นี้ และอนาคตอีกด้วย

ตจว.โอกาสใหม่มาแรง

โดยในปี 2566 ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,751 ร้าน เพิ่มขึ้น 426 ร้าน หรือ 8% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งมี 5,325 ร้าน โดยปริมณฑลและจังหวัดหัวเมืองมีร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดดเด่นแซงหน้าทั้งกรุงเทพฯและค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ สะท้อนจากจำนวนร้านในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า ส่วนใน 5 จังหวัดปริมณฑลเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า ขณะที่กรุงเทพฯเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า และเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าเท่านั้น

ไปในทิศทางเดียวกับด้านประเภทร้านอาหารที่ทุกประเภทยกเว้นร้านซูชิและเทปันยากิ-โอโคโนมิยากิต่างเพิ่มขึ้นในทั้งปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยใน 5 จังหวัดปริมณฑล ร้านที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น อาทิ อิซากายะมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดด้วยระดับ 43.5% เป็น 33 ร้าน ตามด้วยยากินิคุ-บาร์บีคิวเพิ่มขึ้น 31% เป็น 55 ร้าน, ราเมนเพิ่มขึ้น 30.8% เป็น 136 ร้าน, สุกี้-ชาบูเพิ่มขึ้น 28.3% เป็น 68 ร้าน, คาเฟ่เพิ่มขึ้น 15.4% เป็น 30 ร้าน, ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 14% เป็น 196 ร้าน, อาหารทอดเพิ่มขึ้น 9.5% เป็น 23 ร้าน

ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ นั้น ร้านยากินิคุ-บาร์บีคิว เพิ่มขึ้นมากที่สุดในอัตรา 33.9% เป็น 162 ร้าน รองลงมาเป็นราเมนเพิ่มขึ้น 22.2% เป็น 253 ร้าน, อาหารทอดเพิ่มขึ้น 22.2% เป็น 11 ร้าน, อิซากายะเพิ่มขึ้น 20.6% เป็น 152 ร้าน, แกงกะหรี่-ข้าวห่อไข่ เพิ่มขึ้น 18.6% เป็น 51 ร้าน, สุกี้-ชาบู เพิ่มขึ้น 15.4% เป็น 202 ร้าน, ข้าวหน้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้น 13.9% เป็น 41 ร้าน, คาเฟ่เพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 84 ร้าน และภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 654 ร้าน

นอกจากตัวเลขจำนวนร้านแล้ว ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายรายยังให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมในประเทศไทยต่อไป และคาดว่าในอนาคตรูปแบบของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะหลากหลายยิ่งขึ้น และเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดที่มีจำนวนประชากรสูง ถึงแม้จะมีความท้าทาย เช่น การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการและเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของผู้บริโภค และการนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค ฯลฯ ก็ตาม

ประธานเจโทรย้ำว่า เจโทรจะเดินหน้าสนับสนุนการขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างจังหวัดของไทยผ่านการจัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน จัดแคมเปญประชาสัมพันธ์วัตถุดิบอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น “Made in JAPAN on tour วัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใกล้บ้าน” ในทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้ว

“ร้านอาหารญี่ปุ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นไปสู่นานาประเทศทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังมีบทบาทขยายการส่งออกผลผลิตเกษตร ป่าไม้ ประมง และสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย”

“ราเมน-สุกี้ชาบู” มาแรง

นายคุโรดะกล่าวต่อไปว่า ปี 2566 จำนวนลูกค้าและยอดขายของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยฟื้นตัวกลับมาประมาณ 80-90% ของปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านของผู้บริโภคชาวไทยกลับสู่สภาพช่วงก่อนโควิด-19 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยร้านอาหารญี่ปุ่นหลายรูปแบบนอกจากร้านซูชิ ไม่ว่าจะเป็นราเมน, สุกี้-ชาบูชาบู, อิซากายะ และเนื้อย่าง ต่างมีดีมานด์สูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากผลวิจัยจำนวนร้านทั่วประเทศ ซึ่งร้านเนื้อย่างเพิ่มขึ้น 22.3% เป็น 417 ร้าน, ราเมนเพิ่มขึ้น 21.3% เป็น 741 ร้าน, อิซากายะเพิ่มขึ้น 18.4% เป็น 437 ร้าน, สุกี้-ชาบูเพิ่มขึ้น 17.4% เป็น 453 ร้าน, แกงกะหรี่เพิ่มขึ้น 12.1% เป็น 158 ร้าน, อาหารทอดเพิ่มขึ้น 10.6% เป็น 136 ร้าน
อย่างไรก็ตาม แม้ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายประเภทจะเติบโต แต่ร้านซูชิ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดนั้นมีแนวโน้มหดตัว โดยปี 2566 จำนวนร้านซูชิลดลง 4.1% จาก 1,431 ร้าน เหลือ 1,372 ร้าน เนื่องจากการแข่งขันที่สูงมากในเซ็กเมนต์นี้ หลังจำนวนร้านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ประธานเจโทรทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางแนวโน้มเติบโตนี้ ยังมีความท้าทายอยู่ โดยผู้ประกอบการหลายรายให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ต้นทุนวัตถุดิบอาหารและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการร้าน

“หวังว่าการเพิ่มจำนวนของร้านอาหารญี่ปุ่นจะส่งผลให้การนำเข้าและการค้าวัตถุดิบอาหารจากประเทศญี่ปุ่นขยายตัวต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ร้านอาหารญี่ปุ่น” ’ฮอตไม่เลิกแห่ปักหมุดต่างจังหวัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...