โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“ไมโล” – “โอวัลติน” มอลต์สกัดที่ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคก็ครองใจคนทุกเพศ ทุกวัย

SMART SME

อัพเดต 04 ธ.ค. 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 09.15 น. • Smart SME

หากจะพูดถึงเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก ๆ เรื่อยมาจนถึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีเรื่องราว สร้างความผูกพัน แน่นอนว่าชื่อของ “ไมโล” กับ “โอวัลติน” ย่อมเป็นชื่อที่เมื่อเอ่ยถึงก็นึกออกทันที หรือพอเห็นโลโก้ก็ร้องอ่อ และปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเครื่องดื่มมอลต์สกัดที่ครองใจผู้บริโภคไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย

แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะเป็นคู่แข่งขันในสนามธุรกิจ แต่ว่าทั้งคู่ก็มีแนวทางเป็นของตัวเองในการพยายามแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อย โดย Smartsme จะพามาทำความรู้จัก “ไมโล” กับ “โอวัลติน” ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ไมโล” กำเนิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย ในปี 1943 โดยโธมัส เมย์น วิศวกรเคมี ที่คิดค้นสูตรเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ของมอลต์ นมโกโก้ มีรสชาติอร่อย เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารเพียงพอ ส่วนคำว่า “ไมโล” มีที่มาจากชื่อของนักกีฬาจ้าวแห่งพลังที่มีพละกำลัง และความแข็งแกร่งในยุคกรีกโบราณ ดังนั้น เครื่องดื่มจึงสะท้อนความแข็งแรง เติมพลังด้วยรสชาติที่แสนอร่อย อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน

ไมโล

สำหรับประเทศไทย “ไมโล” เข้ามาในปี 1953 ดำเนินกิจการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของบริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ และยังมีแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ที่อยู่ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น เนสกาแฟ, นมตราหมี, ซอสแม็คกี้, น้ำดื่มเพียวไลฟ์

ผลประกอบการบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

- ปี 2565 รายได้รวม 56,773 ล้านบาท กำไร 3,009 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้รวม 52,155 ล้านบาท กำไร 2,620 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้รวม 51,010 ล้านบาท กำไร 2,844 ล้านบาท

ส่วน “โอวัลติน” นั้นเกิดขึ้นในปี 1865 ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดย ดร.จอร์จ เวนเดอร์ นักเคมีที่คิดค้นเครื่องดื่มร้อน ที่มีส่วนผสมของมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เล่ และไข่ไก่ เพื่อสุขภาพด้านโภชนาการให้กับเด็ก ๆ หลังจากนั้นลูกชายของเขาได้เพิ่มคุณค่าด้านอาหารลงไปในสูตรจนได้เครื่องดื่มที่ดีที่สุดออกมา
“โอวัลติน” เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยครั้งแรกในปี 1927 โดยมีการพัฒนาปรับสูตร แพคเกจจิ้งให้เหมาะสมกับผู้บริโภค ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด

โอวัลติน

ผลประกอบการบริษัท เอบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด

- ปี 2565 รายได้รวม 9,206 ล้านบาท กำไร 1,612 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้รวม 8,779 ล้านบาท กำไร 1,724 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้รวม 8,242 ล้านบาท กำไร 1,697 ล้านบาท

อีกหนึ่งที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเกี่ยวกับ “ไมโล” กับ “โอวัลติน” นั่นคือทั้งสองแบรนด์มีโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดย “ไมโล” มีการตั้งโรงงานผลิตอยู่ที่มาเลเซีย ส่วน “โอวัลติน” ตั้งโรงงานการผลิตอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการของไทย

แน่นอนว่าทั้งสองแบรนด์ย่อมเล็งเห็นโอกาสในภูมิภาคนี้ โดยชาวมาเลเซียมีความคุ้นเคยกับโกโก้เป็นอย่างดีจากอิทธิพลของอังกฤษที่เข้ามาในช่วงล่าอาณานิคม และพฤติกรรมชาวมาเลเซียที่นิยมกินของหวาน จึงไม่ใช่เลือกยากหาก “ไมโล” เลือกจะเจาะตลาดมาเลเซีย ส่วน “ไมโล” ก็อาศัยคุณภาพเข้าสู้ในประเทศว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดี เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ที่สามารถดื่มได้ทุกวัน

นอกจากนี้ หากพูดถึงในเรื่องภาพความจำของแบรนด์ที่ทำให้ทั้ง “ไมโล” กับ “โอวัลติน” ยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาได้ถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น การสร้างการรับรู้ ทำการตลาดอยู่เสมอ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ภาพจำของ “ไมโล” คงหนีไม่พ้น “ไมโลรถโรงเรียน” ที่นำเครื่องดื่มไปแจกจ่ายให้กับบรรดานักเรียนได้ดื่มกัน โดยความพิเศษ คือส่วนใหญ่คนจะบอกว่าไมโลที่ไปตามโรงเรียนจะมีรสชาติอร่อยกว่าที่ซื้อตามร้านค้าทั่วไป เรียกว่าเป็นตำนานเลยก็ว่าได้ จนตอนนี้ได้เอามาวางขายที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven แบบมีจำนวนจำกัด

ส่วน “โอวัลติน” มองเป็นเรื่องที่แบรนด์ไม่จำเจกับเครื่องดื่ม เพราะมีการพัฒนาออกรสชาติใหม่ ๆ ออกมาเสมอ ตลอดจนแพคเกจจิ้งที่แปลกใหม่ เช่น ปี 2006 ส่งโอวัลติน ไวท์มอลต์ 3 อิน 1 สูตรไขมันต่ำ ผสมคอลลาเจน เพื่อผู้หญิงที่ใส่ใจตัวเอง, ปี 2007 เปิดตัวโอวัลตินยูเอชทีสูตรหวานน้อย ไขมันต่ำ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ, ปี 2009 เปิดตัวโอวัลติน สมาร์ท ยูเอชที สำหรับเด็กอายุ 3-9 ปี ที่มีส่วนผสม DHA ในการบำรุงสมอง, ปี 2015 เปิดตัวโอวัลติน 3 อิน 1 สูตรน้ำตาลน้อยกว่า ลดน้ำตาลลง 30% เหล่านี้ คือสร้างความไม่จำเจให้กับผู้บริโภค สลัดมุมมองความเป็นเครื่องดื่มที่มีความหวาน เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับคนรักสุขภาพตามเทรนด์

เราไม่อาจจะสรุปได้ว่า “ไมโล” กับ “โอวัลติน” แบรนด์ไหนอร่อยกว่ากัน หรือแบรนด์ไหนขายดีกว่ากัน ตรงนี้ขึ้นอยู่แต่ความชอบส่วนบุคคล แต่อยากจะมองในมุมของการบริหารที่ทั้งคู่ไม่เคยตรงเทรนด์ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุค กี่สมัย ก็ยังเป็นเครื่องดื่มมอลต์สกัดที่คนส่วนใหญ่เลือก

ที่มา: milo, ovaltine, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, orissa-international

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...