“เอกนัฏ” บอกรอดูเซอร์ไพรส์ “อนุทิน” หาเสียงกทม. เชื่อ สมาชิกพรรคหาเสียงด้วยใจสู้เพราะเป็นหน้าใหม่แต่มีประสบการณ์
“เอกนัฏ” บอกรอดูเซอร์ไพรส์ “อนุทิน” หาเสียงกทม. เชื่อ สมาชิกพรรคหาเสียงด้วยใจสู้เพราะเป็นหน้าใหม่แต่มีประสบการณ์ บอก “อนุทิน” กำชับเป็นพิเศษเพราะ กทม.เป็นพื้นที่ท้าทาย
วันที่ 4 ม.ค. 69 ที่ตลาดวังหลัง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหาเสียง ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัส และอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาดำเนินการโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต และเป็นการดำเนินการที่มีความรับผิดชอบไม่ใช่นโยบายประชานิยมแบบฟรี
ส่วนโอกาสที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพมหานคร นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่าจะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่นายอนุทินเพราะประชาชนเรียกร้องถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ โดยทางพรรคได้มีการพูดคุยกันและจัดคิวในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีในช่วงที่ไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี
เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของกทม.มองว่าพรรคไหนน่ากลัว นานเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องให้เกียรติทุกพรรค โดยจากสถานการณ์แล้วตลาดกรุงเทพมหานคร เป็นตลาดเปิดและหลายพรรคมีโอกาสที่จะช่วงชิง สส.ได้ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือนพรรคภูมิใจไทยก็มั่นใจว่ามีนโยบายที่ดี และมีผู้สมัครที่พร้อมอาสามาทำงานในกรุงเทพ ซึ่งเคยประกาศไปแล้วว่าหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามานอกจากจะได้โครงการคนละครึ่งพลัสและการสร้างรั้วชายแดน ทหารอาสา ก็จะมีมือดี และคนมาทำงานรองนายกฯในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่คนกรุงเทพเชื่อถือได้เพื่อทำงานกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
ส่วนที่มีการมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชนจะถือว่าเป็นงานยากของภูมิใจไทยในการตีตื้นทำคะแนนในกรุงเทพมหานครหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่างว่า ส่วนตัวเคยเผชิญกับความท้าทายทุกรูปแบบมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือการทำงานที่ผ่านมา ดังนั้นไม่มีตอนไหนที่จะหยุดเดิน และจะนำทีมผู้สมัครสู้ให้สุดซอยในเวลาที่เหลือ ตนยังพูดไม่ได้ว่าจะกวาดได้กี่ที่นั่ง เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในกรุงเทพ แต่ จากประสบการณ์ 15 ปีของตนเองเห็นว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เสียงตอบรับที่ดีขึ้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีความตั้งใจ และพยายามปรับตัวทำนโยบายให้ดีขึ้นเพื่อให้ถูกใจคนพื้นที่กรุงเทพ และยังมีการเฟ้นหามืออาชีพมาช่วยทำงาน เพื่อให้ทุกคนถูกใจและมีความไว้ใจพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นในวันนี้จะทำให้เต็มที่
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดผลสำรวจภายในพรรคพบว่ามีคะแนนนิยมดีขึ้น พรรคภูมิใจไทยได้มีการทำผลสำรวจในช่วงเริ่มต้นการหาเสียงแล้วหรือไม่ นานเอกนัฏ กล่าวว่า ผลโพล อาจจะเกิดจากการทำกันเอง ก็ไม่เป็นไร แต่ตน และ ดร.รัชดา ในฐานะที่เคยเป็น สส.กทม. เท่าที่ประเมินคือประชาชน ในกรุงเทพยังไม่ได้ตัดสินใจตัดสินใจจะเลือกพรรคใด พร้อมขอเชิญชวนประชาชนว่าก่อนที่จะตัดสินใจให้ดีต้องคิดไตร่ตรองให้ดี ว่าจะเลือกใครโดยเฉพาะเมื่อเลือกไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ หรือจะได้รัฐบาลที่ไว้ใจเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังกำลังมีสงครามต่อสู้อยู่ตามแนวชายแดน มีทหารที่ต้องเสียสละ ดังนั้นทุกหนึ่งเสียงมีค่าว่า ทางประเทศไทยเดินไปในทิศทางไหน พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่ชัดเจนอย่างมาก
นอกจากนี้นายเอกนัฏยังระบุถึงตัวผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย ว่าทุกคนมาด้วยใจที่สู้ เพราะภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในกรุงเทพ ครั้งนี้ ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมแม้หลายคนจะหน้าใหม่ แต่มีประสบการณ์ทั้งหมด ดังนั้นแม้ที่ผ่านมาจะแพ้แต่ไม่ใช่ว่าจะยอม ทุกคนมีหัวใจสู้ และพร้อมชนกับทุกปัญหา ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือทุกคนจะต้องขยันลงพื้นที่ และตนก็ได้กำชับให้ส่งการบ้านในการลงพื้นที่ มากกว่าคนอื่น เอาความตั้งใจเข้าแลก ที่สุดโดยสูตรที่สำเร็จที่สุดไม่ต้องซับซ้อนไม่ต้องคิดมาก แต่ต้องเป็นการสื่อสารถึงความจริง เสียสละ เมื่อลงเป็นผู้สมัครของพรรคแล้วก็ต้องปล่อยพลังให้เต็มที่ ให้ประชาชนสัมผัสพลังได้ในเวลาที่เหลือ ซึ่งตนเองมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครเพราะเป็นคนคัดมาเองกับมือ
ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคก็ได้มีการกำชับตนในฐานะแม่ทัพกทม. ว่าให้ขยันเป็นพิเศษ เพราะสนามนี้เป็นสนามที่ท้าทาย กลับทุกพรรคดังนั้นหากอยากประสบความสำเร็จคนอื่นเดิน 1 ชั่วโมงผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยจะต้องเดิน 3 ชั่วโมง พรรคอื่นเดินหนึ่งวันเราต้องเดินสามวันและในชีวิตตนเองเคยเดินมาแล้วสูตรสำเร็จคือต้องสู้ให้เต็มที่ ลุยให้เต็มที่ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
ปชน. ปล่อยคลิป “เท้ง” พาสู่อนาคตใหม่ที่ไกลกว่าเดิม 11 ม.ค. นี้ สามย่านมิตรทาวน์
วันที่ 4 ม.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) ปล่อยคลิปวิดีโอชวนประชาชน ให้ติดตามการเปิดตัวทีมบริหารพรรค ปชน. ซึ่งจะมีการจัดงานวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ในวันที่ 11 ม.ค. ในคลิปดังกล่าวนี้ มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. สื่อสารไปถึงประชาชน ว่า ตลอด 93 ปี ทีประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สลับกับรัฐบาลเผด็จการทหาร คุณจำรัฐมนตรีที่ดีได้สักกี่คน 32 นายกฯ กับรัฐมนตรีอีกนับไม่ถ้วน พาประเทศไทยมาได้ไกลเท่านี้ 2569 เลือกนายกฯคนใหม่ ภายใต้โครงสร้างใหม่ วิธีบริหารใหม่ รัฐบาลประชาชนนำโดยผม จะพาประเทศไทยไปสู่อนาคตใหม่ ที่ก้าวไกลกว่าเดิม
“เท้ง” ลุยหาเสียงขอคนอุดรเลือกให้ถล่มทลาย ชูสารพัดนโยบายท่องเที่ยว อัดฉีด 200 ล.ต่อ1เมืองรอง ขายฝัน 12คูปอง สนับสนุน จูงใจเกษตรกร
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. พร้อมผู้สมัคร สส.อุดรธานี ลงพื้นที่หาเสียง และขอเสียงสนับสนุนไว้วางใจให้พรรคมากขึ้น พร้อมกล่าวแสดงความมั่นใจ ว่า พรรคปชน.มีจุดเด่นไม่แพ้ใคร ทั้งจุดยืนประชาธิปไตยที่มั่นคง ทั้งนโยบายดีที่ออกแบบมาเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ทั้งผู้สมัคร สส. ที่มีความสามารถโดดเด่น และทีมบริหารที่ทำงานได้จริง เชื่อใจ เชื่อมือได้ โดยจังหวัดอุดรธานีมีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง พรรคปชน. ส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 10 เขต คือ นายอานันท์ อมรินทร์ เขต 1 นายธนากร จำปาหอม เขต 2 นายอริยะฤทธิ์ สุสุวรรณสิริ เขต 3 นายศักดา เกตุแก้ว เขต 4 นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง เขต 5 นายสรวิชญ์ นาแพงสอน เขต 6 นายสุริยา วงศ์อารีย์ เขต 7 นายอนุเทน สีดาอุบล เขต 8 นายนภาดล ดวงสอนแสง เขต 9 และ น.ส.สุภาวดี วงษ์คำ เขต 10 ตน ขอแรงใจจากพี่น้อง ให้เลือกพรรคปชน.ให้ถล่มทลาย เพื่อไปเป็นปากเป็นเสียง ผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ยังผลประโยชน์ให้ประชาชนให้สำเร็จได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยนโยบายท่องเที่ยวของพรรค ยกตัวอย่างเช่น โครงการร่วมจ่าย “เที่ยวไทยได้ทุกเดือน” เราจะพัฒนาระบบสนับสนุนการใช้จ่ายที่ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เรียกว่า “กลไกร่วมจ่าย” มีการร่วมจ่าย โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจริงสูงสุด 500 บาท ต่อวัน รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อทริป โดยรับสิทธิได้ 1 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ก็ยังมีระบบหมุนเวียนพื้นที่ โดยทุก 4 เดือน (ตามฤดูกาล) จะมีการประกาศรายชื่อจังหวัดเมืองรอง ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระจายจำนวนนักท่องเที่ยวให้สมดุลตลอดทั้งปี ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น ไปจนถึงสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-Made Destination) คือเมกะโปรเจกต์ของพรรคปชน. ที่รัฐบาลลงทุน 5,000–10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Destination) ขนาดใหญ่ อย่างน้อย 5–10 แห่งทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าดำเนินการให้ได้อย่างน้อย 5 แห่งภายใน 4 ปี พรรคปชน. มีนโยบายเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยจะอัดฉีดงบประมาณ 200 ล้านบาท ต่อหนึ่งเมืองรอง เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นเอง ตั้งเป้าเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใน 25 เมืองรอง ภายใน 4 ปี เป็นต้น
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ในด้านเกษตรกรนั้น เราจะทำเกษตรกรรมให้ทันสมัยขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยทางพรรคมีนโยบายเกษตรแบบไม่เผา สำหรับมาตรการสนับสนุนของภาครัฐหากพรรคปชน. ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องมากเพียงพอจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ เกษตรกรจะได้รับการบริการและการสนับสนุนผ่าน 12 คูปอง และแบ่งออก เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 1.คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาท ต่อ ไร่คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาทต่อไร่ คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาทต่อไร่ คูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท ต่อไร่ 2.คูปองแก้ปัญหาฐานราก คูปองขุดบ่อน้ำ 50,000 บาท + ลดหนี้ คูปองฟาร์มปลอดโรค 5,000 บาท ต่อราย คูปองเปลี่ยนพืชที่ไม่เหมาะสม 2,000 บาท ต่อ ไร่ คูปองปลูกไม้ยืนต้น 5,000 บาnต่อ ไร่ + ลดหนี้ 3.คูปองเพิ่มมาตรฐาน แปรรูป ทักษะ คูปอง GAP เกษตรอินทรีย์ 5,000 บาทต่อราย คูปองข้าวลดโลกร้อน 500 บาทต่อไร่ คูปองแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 50,000 บาท ต่อรายคูปองฝึกทักษะ 5,000 บาท ต่อคน ต่อปี
“ชวน หลีกภัย” นำทัพสีฟ้าลุย “นครปฐม-สุพรรณฯ” ชูธง “การเมืองสุจริต” อ้อนขอคะแนนคนภาคกลาง เลือก ปชป. เบอร์ 27
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคกลาง ได้นำทีมผู้สมัคร สส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 6 เขตเลือกตั้งร่วมกราบสักการะองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกรณรงค์หาเสียงโดยมีประชาชนและกองเชียร์ในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและคึกคัก หลังเสร็จสิ้นพิธีสักการะ นายชวนและคณะได้เริ่มลงพื้นที่ทันที โดยเน้นการเดินเท้าพบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อนำข้อมูลปัญหาเป็นแนวทางการทำงานและนโยบายที่ตอบโจทย์มากที่สุด
โดยนายชวน กล่าวว่า ขอย้ำถึงความสำคัญของการเลือกคนดีมีความสุจริตเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองและขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 27 และผู้สมัครเขตทั้ง 6 เขตของนครปฐมคือ เขต 1 นายอัครดฎิฐ์คณุ ดลิกจิรายุ เบอร์ 5 ,เขต 2 นายนุกูล สิริสุวรรณ์ เบอร์ 6 ,เขต 3 นายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ เบอร์ 2 ,เขต 4นายวิทิต เปี่ยมคล้า เบอร์ 7 ,เขต 5 นายสมภพ จันทร์ทอง เบอร์ 5 และเขต 6 นายธนบดี จุติโสภณชัย เบอร์ 8
จากนั้น คณะนายชวนตึงเดินทางต่อไปจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตลาดบางลี่และหน้าที่ว่าการอำเภออู่ทอง ก่อนจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่บริเวณหน้าสวนน้ำสมอรุณ นายชวน กล่าวปราศรัยชูประเด็นการเมืองที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน พร้อมแนะนำผู้สมัครเลือดใหม่พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่สุพรรณบุรี คือเขต 1
น.ส.พิรุณวัลย์ บ้านพลูหลวง เบอร์ 2 ,เขต 2 นายกฤศ ทรัพย์ประเสริฐ เบอร์ 4,เขต 3 น.ส.ชัญษร สังข์วรรณะ เบอร์ 1 ,เขต 4 นายชินทัต อุบลแย้ม เบอร์ 4 ,เขต 5 นายสมศกัดิ์ เฟื่องฟูลอย เบอร์ 2 นายชวน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ยังคงยึดมั่นในสัจจะและความสุจริต พร้อมนำประสบการณ์ที่เป็นมืออาชีพมาพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทุกคน
พท.ลุยหาเสียงคลองเตยฟังปัญหาชาวบ้าน น้อมรับโพลนิดา พร้อมปรับปรุงตัว บอกจุดยืน พท. หนุน กต. ปม “ทรัมป์”สั่งเผด็จศึกผู้นำเวเนฯ ฟาก “สุริยะ” รับลูกแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-ศูนย์ล้างไต
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พร้อมกรรมการบริหารพรรคอาทิ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครสส.กทม. เขต 4 หาเสียง และรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อนายยศชนันเดินทางมาถึง ได้เดินทักทายกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ช่วงหนึ่งได้ขึ้นสไลด์ฉายภาพแนวทางการเวรคืนที่ดิน สอดรับกับนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งอาจใช้คลองเตยเป็นสถานที่ตั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ถูกพับไปแล้ว พร้อมเสนอข้อเสนอแบ่งที่ดิน 20% ของท่าเรือคลองเตย จากการศึกษาใน 3 รูปแบบในการทำชุมชนสร้างใหม่
โดยนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้แบ่งที่ดินของการท่าเรือมาสร้างเมืองใหม่ให้คนจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างชัดเจน รวมถึงการต่อสู้เรื่องที่อยู่อาศัยของชาวคลองเตยที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะเวลาคือโอกาสที่จะเห็นว่าประเทศไทยเสียเวลาเรื่องความขัดแย้งกับการพัฒนามาอย่างยาวนาน
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวถึงปัญหาด้านการสาธารณสุข ว่า อยากให้มีศูนย์ล้างไตในคลองเตย หรือสนับสนุนเครื่องมือล้างไตในพื้นที่ รวมถึงการขยายโรงพยาบาล และสร้างศูนย์กายภาพ เพราะแม้ว่าจะมีประชาชนอาศัยในพื้นที่จำนวนมาก แต่กลับไม่มีบริการรถขนส่งสาธารณะ และคาดว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคนี้จะช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า ตั้งแต่มาเป็นรมว.คมนาคม ได้ให้นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม ในฐานะอดีตรมช.คมนาคม เข้ามาดูแล ซึ่งมี 3 เรื่องที่ทางประชาชนเสนอมา เรื่องที่อยู่อาศัยตนคิดว่าข้อเสนอต่างๆ อยากให้เอกชนมาก่อสร้าง เรื่องนี้หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนยืนยันว่าจะทำให้เป็นจริง ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เริ่มทำ 30 บาทรักษาทุกโรค ต้องรักษาได้ทุกที่ เพื่อให้นโยบายเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทั่วประเทศ สำหรับข้อเสนอแนะในการสร้างศูนย์กายภาพหรือศูนย์ล้างไต ตนคิดว่าหากได้รับการเลือกตั้งเข้ามาพร้อมทำทันที ขณะที่เรื่องที่อยู่อาศัย บ้านเพื่อคนไทย เมื่อเป็นคนไทยก็ต้องมาสนองโครงการบ้านเพื่อคนไทย และความเป็นไปได้ แต่ที่ผ่านมาเรามีการทำที่อยู่อาศัยตามเส้นทางรถไฟ แต่ในเมื่อชาวคลองเตยไม่มีที่อาศัย ก็จะสามารถดัดแปลงทำโครงการนี้ ส่วนเรื่องการเดินทางเห็น ป้ายหาเสียงรถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท หรือไม่ ต่อไปนี้เราจะมีรถเมล์ติดแอร์ ส่งไปถึงรถไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย เรื่องที่สำคัญที่สุด พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันและจะทำให้คนไทยหายจน หากประกาศออกมาก็เชื่อว่าประชาชนชาวคลองเตยจะปรบมือให้กับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
ขณะที่ นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน อย่างไรก็ต้องทำให้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ 2 เรื่องคือ การศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเรารับไว้ทั้งหมด ทั้งนี้นอกจากเรื่องโรคไตแล้ว จะมีเรื่องโรคหัวใจและมะเร็งด้วย บางคนเป็นผู้ป่วยติดเตียงบางคนต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง ขอให้รอนิด วันที่ 8 ม.ค. ตนจะเปิดนโยบาย ขอให้จองที่แถวหน้าได้เลย ตนจะเป็นคนประกาศเอง ขณะที่เรื่องการศึกษา จะทำโครงการส่งเสริมอาชีวศึกษา ที่จะต้องไประดับโลกให้ได้และกลับมาสร้างอาชีพให้กับคนไทย ซึ่งมีหลายแนวทางที่จะทำได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะพยายามเน้นย้ำคือการเข้าถึงของเอไอ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เราจะพยายามทำให้คนไทย 1 ใน 3 สามารถเข้าถึงได้ โดยเน้นไปที่การสอนให้ใช้เป็นผ่านฐานข้อมูลของรัฐบาล คู่ขนานไปกับการศึกษาที่ดี เด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ตนต้องเดินออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยและมาทำในเรื่องนี้ เพราะอยู่ในจิตวิญญาณ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนโยบาย ใครก็เขียนได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เคยทำนโยบายให้สำเร็จ ขอฝาก น.ส.บุณยกรด้วย เราพร้อมทำงานทันที ขออย่างเดียว 8 ก.พ.อย่าประมาทเลือกทั้งคนทั้งพรรค
จากนั้นนายยศชนัน และคณะได้เดินลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงภายในชุมชน โดยช่วงหนึ่งนายยศชนัน ได้แวะทักชาวบ้านที่นั่งปอกมะละกอเตรียมตำส้มตำอยู่หน้าบ้าน โดยชาวบ้านได้กล่าวอวยพรว่า “ขอให้โชคดี ติดตามตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” ก่อนจะแซวนายยศชนันว่า “ดังไวเลย เพราะดูทุกวัน จนคนที่บ้านแซวว่าไม่มีอะไรดูแล้วหรือ ขอให้สำเร็จ” ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้มารับฟังปัญหาทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สาธารณสุขและคมนาคม ก่อนฝากผู้สมัคร ให้เลือกทั้งคนและพรรค นอกจากนี้ยังมี 2 ตายายแฟนคลับพรรคเพื่อไทย สวมเสื้อโลโก้ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย โดยนายยศนัน ได้ติดกระดุมเสื้อให้กับคุณตาที่กำลังสวมเสื้อ โดยคุณตา กล่าวว่า ตนมีกิน มีใช้ เพราะนายทักษิณ บ้านตนมี 6 คนยกให้ทั้งพรรคเลย ตนรักทักษิณมากเลย ก่อนที่ตาจะถามว่า นายทักษิณอยู่พรรคไหน ทำให้นายยศชนันตอบแบบเขินๆ “แกอยู่พรรคนี้แหล่ะครับ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว”
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดตัวนโยบายรอบสองในวันที่ 8 ม.ค.ว่า จะเป็นการเปิดนโยบายหลังจากการลงพื้นที่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเติมเต็มในหลายอย่าง รับรองว่าเป็นการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อถามว่า กระแสชาตินิยมจะกลบนโยบายที่กำลังจะนำเสนอต่อประชาชนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะวันนี้มีปัญหาหลายอย่างที่หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องให้การสนับสนุน ฉะนั้น การมองนโยบายของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนผลสำรวจที่ออกมาว่าจะเป็นใครหรือไม่เป็น ตนมองว่าเร็วเกินไป เพราะยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า นโยบายสามารถส่งออกถึงมือประชาชนได้อย่างแท้จริง เมื่อถามย้ำว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวสงขลา ของนิดาโพล ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ติดโผ ทั้งคะแนนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพื้นที่จะมีการปรับกลยุทธ์อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า จะต้องทำงานให้มากขึ้น ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน สิ่งใดที่โพลออกมาก็น้อมรับ และพร้อมที่จะปรับปรุง ซึ่งมีอีกหลายโพลที่ออกมาขนานกัน เราก็มีคะแนนนำ ถือเป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจให้เรา เมื่อถามว่า มีประชาชนออกมาบอกว่านายยศชนันดังไว ในการลงพื้นที่วันนี้พอใจหรือไม่ นายยศชนัน ยิ้มรับก่อนกล่าวว่า ตนดีใจ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ตนคนเดียว ผู้สมัครก็ลงรายละเอียดต่างๆ การลงพื้นที่ในลักษณะการเสริมแรงกันเช่นนี้ ก็ดีใจที่ประชาชนให้การตอบสนองที่ดีและทุกคนจำเราได้ ทำให้มีกำลังใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายโดนัล เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งโจมตีและจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุลเอลา ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างเปราะบาง และอ่อนไหวพอสมควร ซึ่งทีมการต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยก็ติดตามอยู่ ตอนนี้พรรคเพื่อไทย ย้ำจุดยืนเหมือนกระทรวงการต่างประเทศประกาศไป เพื่อที่ประเทศไทยจะได้เป็นหนึ่งเดียว เมื่อถามว่า สถานการณ์แบบนี้ไทยควรวางตัวในจุดไหน นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศแถลง พรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วย ในเรื่องของสิทธิที่จะเคารพประชาชนในประเทศนั้น ตรงนี้ต้องเป็นเสียงของเขาด้วย ขณะเดียวกัน ตนมองว่าเรื่องกฎหมายต่างประเทศ และสหประชาชาติ ก็เป็นสิ่งสำคัญตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงไว้ ซึ่งต้องคอยสนับสนุนและให้กำลังใจ
“ธนาธร” หาเสียงปากน้ำ ปลุกกาปชน. จัดตั้งรัฐบาลประชาชน
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน. ร่วมเดินสาย หาเสียงกับผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ พรรคปชน. 4 เขต ได้แก่ น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ ผู้สมัคร สส. เขต 2 น.ส.นิตยา มีศรี ผู้สมัคร สส. เขต 5 นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม ผู้สมัคร สส. เขต 4 และนายเทพฤทธิ์ ภาษี ผู้สมัคร สส. เขต 8 โดยได้เดินพบปะประชาชน ในหมู่บ้านพฤกษา 15 แพรกษา ต่อด้วยตลาดกุนธร เทพารักษ์ หมู่บ้านนิลุบล หมู่บ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่ ตลาดเคหะบางพลี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มาขอถ่ายรูปกับนายธนาธร และผู้สมัคร สส. เป็นจำนวนมาก
นายธนาธร กล่าวว่า สมุทรปราการยังคงต้อนรับพรรคปชน. อบอุ่นเหมือนการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เชื่อว่าครั้งนี้ ธงส้มจะปักได้ครบทุกเขตเหมือนเดิม เพราะประชาชนชาวสมุทรปราการยังคงเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้ สมุทรปราการเปลี่ยนผู้สมัครคนใหม่มาให้ท่านเลือก 2 คน เป็นคนใหม่แต่หน้าเดิม นายชนสิษฎ์ เขต 4 และนายเทพฤทธิ์ เขต 8 ลงสมัคร สส. สมัยแรก แต่ทั้งคู่เป็นทีมงานจังหวัดสมุทรปราการที่ร่วมทางกันมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ และทำงานกับ สส. มาโดยตลอด ธรรมเนียมของพรรคเราคือไม่ยึดติดกับคน แต่ยึดในอุดมการณ์ และแนวทางการทำงานเดียวกัน ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คอรัปชั่น ตรงไปตรงมา เชื่อว่าพี่น้องสมุทรปราการจะเลือก สส. พรรคปชน.ทั้ง 8 เขต เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิมไปแล้ว รอบนี้ต้องกาประชาชนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จเสียที
พล.อ.รังษี ลุยเยาวราช เปิดแคมเปญ “กทมทุจริตเท่ากับประหาร” ขอคะแนนเสียงคนกรุง
วันที่ 4 มกราคม 2569 – พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครของพรรค ลงพื้นที่ย่านเยาวราช เปิดตัวแคมเปญ “#กทมทุจริตเท่ากับประหาร” ท่ามกลางความสนใจจากพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ไชน่าทาวน์เยาวราช โดย พล.อ.รังษีได้เดินพบปะประชาชน รับฟังปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และขอแรงสนับสนุนคะแนนเสียงจากชุมชนเยาวราชเพื่อขับเคลื่อนนโยบายปราบทุจริตของพรรคเศรษฐกิจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
คอร์รัปชัน = ประหารชีวิต: นโยบายเด็ดขาดปราบโกง
พล.อ.รังษี แถลงถึงที่มาของแคมเปญ “กทม.ทุจริตเท่ากับประหาร” ว่า “ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ หากปล่อยให้มีการทุจริตต่อไป ประเทศจะเดินหน้าต่อไม่ได้” พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันจำเป็นต้องใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตทั้งกับผู้ให้และผู้รับสินบน นโยบาย “Zero Corruption” นี้ถือเป็นหัวใจหลักที่พรรคเศรษฐกิจจะผลักดัน ด้วยความเชื่อว่า “การหาเงินเข้าประเทศกับการปราบปรามการทุจริตต้องเดินไปพร้อมกัน หากยังปล่อยให้คอร์รัปชันฝังราก ประเทศชาติก็จะไม่รอด” พล.อ.รังษี กล่าวย้ำถึงจุดยืนของพรรค
หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญภาระหนี้สะสมจำนวนมหาศาล โดยมีหนี้ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ หนี้รัฐบาล หนี้ภาคประชาชน และหนี้ภาคธุรกิจ รวมกันสูงถึงประมาณ 55 ล้านล้านบาท พรรคเศรษฐกิจจึงได้เตรียมนโยบาย เมกะโปรเจกต์ 2 โครงการ ที่มุ่งสร้างรายได้ใหม่และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประเทศทั้งในระดับประชาชนและภาคธุรกิจควบคู่กัน “เราจะดึงเม็ดเงินและการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมๆ กับการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” พล.อ.รังษีระบุ พร้อมเสริมว่าหากพรรคเศรษฐกิจได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจนสามารถเข้าไปมีบทบาทในสภา พรรคพร้อมเดินหน้าผลักดันเมกะโปรเจกต์ในระดับโลกเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย และแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันผ่านการปฏิรูปกฎหมายอย่างเข้มข้นให้เกิดโทษสูงสุดกับผู้กระทำผิดทุจริตโดยไม่มีละเว้น
ยกย่องบทบาทชาวไทยเชื้อสายจีนใต้ร่มพระบารมีจักรี
ในการเดินสายหาเสียงครั้งนี้ พล.อ.รังษีและคณะยังได้เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ใจกลางเยาวราช เพื่อความเป็นสิริมงคล และใช้โอกาสนี้พบปะชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พล.อ.รังษีได้กล่าวยกย่อง ความสำคัญของพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทย ว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนานด้วยความขยันขันแข็งและสปิริตผู้ประกอบการ ทั้งยังชื่นชมในความจงรักภักดีที่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย “ชุมชนเยาวราชเป็นตัวอย่างของความรุ่งเรืองที่เกิดจากแรงกายแรงใจของชาวไทยเชื้อสายจีนที่เติบโตเคียงคู่ประเทศไทย พวกเขาเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแห่งราชวงศ์จักรีและใช้ชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์จนถึงปัจจุบัน” พล.อ.รังษี กล่าวถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่บรรพบุรุษในราชวงศ์จักรีได้ทรงมีต่อพวกเขาเสมอมา พร้อมยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจตระหนักถึงคุณูปการของชาวไทยเชื้อสายจีนต่อชาติไทยและพร้อมจะสนับสนุนให้ทุกชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ด้วยจุดยืน “คนไทยต้องมาก่อน” พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ย้ำว่าพรรคเศรษฐกิจจะมุ่งมั่นแก้ไขวิกฤตคอร์รัปชันควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตหนี้และกลับมายืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านเยาวราชและพื้นที่ใกล้เคียง ว่าการสนับสนุนพรรคเศรษฐกิจในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ คือการเลือกอนาคตที่โปร่งใสและมั่งคั่งให้กับประเทศชาติ