โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนรวยใช้จ่าย-คนจนหยุดซื้อ! สหรัฐเข้าสู่ “เศรษฐกิจตัว K” หนักสุดในรอบหลายปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 05.08 น.

สหรัฐเผชิญสัญญาณ “เศรษฐกิจตัว K” ชัดเจนขึ้น เมื่อการใช้จ่ายกระจุกในกลุ่มรายได้สูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำต้องลดการบริโภค ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มเสี่ยงต่อภาวะถดถอยมากขึ้น

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 02.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ากระแสการพูดถึงเศรษฐกิจรูปตัว K (K-shaped economy) เริ่มกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง แนวคิดนี้เคยถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในปี 2563 เพื่ออธิบายความแตกต่างที่ถ่างกว้างขึ้นระหว่างชาวอเมริกันรายได้สูงและรายได้ต่ำในช่วงฟื้นตัวจากโควิด-19 และตอนนี้ เมื่อการบริโภคเริ่มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก นักเศรษฐศาสตร์ก็กังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ภาวะหนักด้านบน–อ่อนด้านล่างที่ไม่เสถียรยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งกำลังพยายามประคองเศรษฐกิจท่ามกลางตลาดแรงงานที่อ่อนกำลังลง และต้องการกดดันอุปสงค์เพื่อลดเงินเฟ้อที่ยังสูง ได้หยิบประเด็นความแตกแยกนี้มาหารือกันในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะนั้นเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุว่าเริ่มเห็นสัญญาณดังกล่าวชัดเจนขึ้น ความไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพยังสะท้อนออกมาในการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งมีผลพลิกผลการเลือกตั้งหลายพื้นที่ไปสู่พรรคเดโมแครต

อะไรคือ “เศรษฐกิจรูปตัว K”?

เศรษฐกิจรูปตัว K คือภาวะที่สองกลุ่มมีประสบการณ์ทางเศรษฐกิจแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มรายได้สูงที่ได้รับประโยชน์จากตลาดหุ้นและราคาบ้านเพิ่มขึ้น ยังคงใช้จ่ายต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มรายได้ต่ำ ซึ่งเผชิญค่าครองชีพสูงและตลาดแรงงานที่ตึงตัว ต้องลดการใช้จ่ายลง

โดยตลอดปีที่ผ่านมา จำนวนประชาชนในกลุ่มขาล่างของตัว K เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากต้องดิ้นรนประคองตัวให้อยู่รอด

ตอนนี้สหรัฐอยู่ในภาวะเศรษฐกิจรูปตัว K หรือไม่?

แม้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยมาหลายทศวรรษ แต่รูปแบบการใช้จ่ายที่แตกต่างกันชัดเจนในปีที่ผ่านมา ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนกังวลว่าความไม่สมดุลนี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอย

ข้อมูลจาก Moody’s Analytics พบว่าขณะนี้ผู้มีรายได้สูงสุด 10% เป็นผู้ขับเคลื่อนการใช้จ่ายมากกว่าที่เคย คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่ง ของการใช้จ่ายทั้งหมด ส่วน 20% แรก คิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของการใช้จ่ายในประเทศ ในทางกลับกัน กลุ่มล่าง 80% ซึ่งเคยคิดเป็น 42% ของการใช้จ่ายก่อนโควิด ตอนนี้เหลือเพียง 37% เท่านั้น

ทำไมขาล่างของตัว K ถึงขยายตัว?

เพราะว่าชาวอเมริกันรายได้ต่ำและปานกลางกำลังสูญเสียกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ค่าครองชีพตั้งแต่อาหารจนถึงราคาบ้านเพิ่มขึ้นเร็ว ขณะที่ค่าแรงขึ้นช้ากว่า นอกจากนี้ข้อมูลของ Bank of America Institute พบว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2559 ที่ค่าแรงของครัวเรือนรายได้สูงเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากลุ่มรายได้ต่ำและปานกลาง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจคืออะไร?

ความมั่งคั่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ส่วนใหญ่เกิดจากตลาดหุ้นพุ่งแรงและราคาบ้านปรับขึ้น นั่นทำให้นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าเพียงแค่ตลาดหุ้นปรับลงปานกลาง ก็อาจทำให้กลุ่มรายได้สูงหันมารัดเข็มขัดทันที

และเมื่อกลุ่มนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนการใช้จ่ายหลัก ผลกระทบจะส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งประชาชนจำนวนมากก็กำลังเผชิญปัญหาการเงินอยู่แล้ว และอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยได้

ประเด็นนี้สะท้อนสู่การเมืองอย่างไร?

เงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญในเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2567 และในปีนี้ ความสามารถในการเข้าถึงค่าครองชีพ (affordability) ได้ผลักดันให้ผู้สมัครหลายคนชนะการเลือกตั้ง เช่น โซห์รัน มัมนานี ผู้สมัครแนวสังคมนิยมประชาธิปไตย ชนะตำแหน่งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ด้วยนโยบายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและค่าดูแลเด็ก ขณะที่มิกกี เชอริล ชนะตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยหาเสียงเรื่องราคาค่าไฟ

เศรษฐกิจรูปตัว K ต่างจากเศรษฐกิจแบบหอคอย Jenga หรือไม่?

ปีเตอร์ แอ็ตวอเทอร์ นักเศรษฐศาสตร์ ผู้เผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจรูปตัว K ในปี 2563 กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐตอนนี้คล้ายหอคอย Jenga ที่หนักด้านบน
หากบล็อกสำคัญหลุดออกเพียงชิ้นเดียว หอคอยทั้งหมดอาจพังครืนลงได้

ธนาคารกลางสหรัฐมีบทบาทอย่างไร?

เจ้าหน้าที่เฟดมักกล่าวว่าเครื่องมือหลักอย่างการปรับดอกเบี้ยเป็นนโยบายที่หยาบเกินไป ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้โดยตรง ประเด็นนี้ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมืองมากกว่า แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่เห็นด้วย เช่นนักเศรษฐศาสตร์ คลอเดีย ซาห์ม ที่ระบุว่าดอกเบี้ยมีผลต่อความเหลื่อมล้ำจริง และสามารถช่วยลดความแตกแยกนี้ได้

ซาห์มอ้างงานวิจัยที่พบว่าการใช้จ่ายของกลุ่มรายได้น้อยแทบไม่เพิ่มเลpในปี 2565 เพราะเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรงเพื่อลดเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตพุ่งขึ้น และกระทบกำลังซื้อของกลุ่มรายได้น้อยอย่างไม่สมส่วน

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...