เป็กกี้ เปิดใจน้ำตาไหลไม่คิดว่าจะโดนแว้ง - ทนายแก้ว ลั่นรื้อร้องฟ้องทุกคดีสู้ทุกมุม
เป็กกี้ เปิดใจน้ำตาไหล! ไม่คิดว่าจะโดนแว้ง หลังอดีตสามีร่อนหมายศาลขอแบ่งทรัพย์สิน - สงสารตัวเอง ฝากถึงเยาวชน “อยากมีเงินต้องทำงาน” ทนายแก้ว ลั่นรื้อร้องฟ้องทุกคดี สู้ทุกมุม
จากกรณีที่พิธีกรอารมณ์ดี เป็กกี้ ศรีธัญญา ออกมาโพสต์ข้อความหลังเจอหมายศาลจากคนในอดีตฟ้องขอแบ่งทรัพย์สิน “ตกใจมากค่ะ กลับจากทำงานมา ได้รับหมายศาลจากคนในอดีต ฟ้องแบ่งทรัพย์สินเป็กค่ะ”
พร้อมทั้งระบุแคปชั่นและประกาศขอเบอร์ทนายความคนดังด้วยว่า “ตัวเย็นไปหมดเลยค่ะ ใครมีเบอร์ทนายแก้วบ้างคะ?? #ทนายแก้ว” ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด สาวเป็กกี้ เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว ระหว่างมาร่วมงานเปิดตัว MV เพลงใหม่ “ไอ้หน้าหมี” ที่ House of heals โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ ราชประสงค์ ซึ่งทำร่วมกับนักร้องสาว เด็บบี้ บาซู โดยมี ทนายแก้ว ทนายความส่วนตัว ร่วมให้ข้อมูลทางกฎหมายด้วย
เป็กกี้ เผยว่า “ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของข้อกฎหมายแล้ว ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเรื่องจะต้องมาถึงขนาดนี้ จนเมื่อวานนี้ทำงานเสร็จกลับไปถึงบ้านเห็นเอกสารตราครุฑวางอยู่ ปึกหนามาก เปิดดูก็เป็นหมายศาลจากมีนบุรี คนในอดีตเขาฟ้องร้องต้องการแบ่งทรัพย์จากเรา วินาทีนั้นคือมือเย็นตัวเย็น เรารู้สึกว่ามันจบกันไปนานแล้ว เราก็พยายามทำให้ชีวิตตัวเองดีเท่าที่จะดีได้”
“ตอนที่เลิกกันใหม่ๆ เราไม่เคยออกมาพูดหรือกล่าวว่าร้ายอะไรเลย เราได้แต่เงียบ หลายคนอาจจะชื่นชมว่าเราแข็งแรง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วข้างในของเรามันพังมาก เราพยายามฮีลตัวเองด้วยงาน ปรนเปรอตัวเองด้วยข้าวของเพื่อให้รู้สึกว่าเรายังมีคุณค่าอยู่ จนตัวเราเองไม่รู้เลย เพราะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งมาตลอดจนป่วยเป็นแพนิก แต่ก็พยายามเยียวยาตัวเองมาจนดีขึ้น แล้วพอดีขึ้นกลับเรื่องนี้เข้ามาอีก”
“ตอนนี้รู้สึกสงสารตัวเอง หลังจากนี้เรื่องที่เราไม่เคยพูดก็จะพูดให้หมดตั้งแต่ Day1 ในทุกๆ เรื่อง แล้วหมายศาลที่วางอยู่ที่บ้านเราก็จะสู้ ส่วนเรื่องกฎหมายก็ให้ทนายแก้วเป็นคนดูแลว่ามันจะเป็นในทิศทางใดได้บ้าง ส่วนเรื่องที่ว่าจะยอมหรืออะไรเราคิดว่าที่ผ่านมาเต็มที่หมดแล้วกับทุกเรื่อง เราโดนนอกใจ(น้ำตาไหล) แต่เราไม่ได้เสียใจเรื่องนั้นแล้ว แต่สงสารตัวเองว่าจะต้องกลับมาทำร้ายเราถึงขนาดนี้เลยเหรอ เราก็ให้ทางคุณไปเดินแล้ว ไม่เคยว่าอะไรให้เสียหาย คุณก็เป็นหัวหน้าครอบครัวของครอบครัวใหม่ของคุณไปแล้วก็ควรจะทำมาหากิน เพื่อดูแลคนของคุณ ไม่ใช่กลับมาเอาเงินเราเพื่อไปดูแลคนของคุณ แต่ว่าอันนี้มันไม่ถูกต้อง และจะขอสู้เต็มที่ค่ะ ส่วนน้ำตาที่ไหลวันนี้ เพราะเราสงสารตัวเอง”
ด้าน ทนายแก้ว เผยว่า “ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าสิทธิทางกฎหมายมันมี แต่เราต้องยอมรับว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของสินสมรสเพราะไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส มันเป็นเรื่องของการทำมาหาได้ร่วมกัน กฎหมายก็วางกรอบไว้ว่าเอกับบีมาอยู่ด้วยกันก็ต้องมีการทำงานพิสูจน์ว่าเขาได้มีการทำมาหาได้ร่วมกันทุกชิ้นหรือเปล่า จุดนี้เป็นจุดที่ผมอ่านคำฟ้องของเป็กแล้ว รวมถึงได้มีการพูดคุยกัน เท่าที่ดูคำฟ้องมาสู้ได้ทุกประเด็น เพราะอย่าลืมว่าทางโจทก์อดีตเขารับเงินในนามบริษัทของคุณเป็ก ฉะนั้นมันต้องแยกกันระหว่างทำมาหาได้ร่วมกันกับการเป็นลูกจ้างบริษัท”
“อันที่สองแน่นอนว่า เขาต่อสู้ด้วยการบอกว่าทุกอย่างได้มาโดยการทำมาหาได้ร่วมกัน แต่กฎหมายมันมีแนวคำพิพากษาฎีกาวางไว้เลยว่า ไม่ได้เป็นออโต้เหมือนกับสินสมรส แต่กรณีนี้ต้องพิสูจน์ แล้วสิ่งสำคัญที่คุณเป็กคุยกับผมก็คือยังไงรื้อร้องฟ้องทุกคดี ในอดีตมันมีกรณีของการปกปิดข้อความจริง แอบเอาเงินไปบ้าง รวมถึงมีการแอบๆเจาะเข้าไปในข้อมูล กรณีนี้มีโทษจำคุกดังนั้นก็จะสู้กันทุกมุม”
“ถามว่าเคสนี้ไม่มีทางที่จะแบ่งทรัพย์สินกันได้เลยใช่ไหม เท่าที่ผมดูแล้วไม่มีครับ ตอบเลยว่ามันมาไกลเกินกว่าจะเจรจากันแล้ว ตอนที่เขาเลิกรากันทุกอย่างจบกันไปแล้ว เขาได้มีการตกลง ยอมรับ และแยกย้ายกันไป แล้วก็ไปมีครอบครัวใหม่แล้ว แต่การที่กลับมาฟ้องแบบนี้ก็ไม่เข้าใจเหตุผล”
เมื่อถามว่า ทำไมทางฝั่งนั้นถึงคิดว่าตัวเองจะมีส่วนในการแบ่งทรัพย์สินนี้ด้วย เป็กกี้ กล่าวว่า “ตรงนี้เราเองก็ไม่ทราบ เงินมันคมค่ะ ความที่เราตัวคนเดียวไม่มีพ่อไม่มีแม่ คนที่เข้ามาทั้งหมดสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครหวังดีกับเราเลย คืออยากได้เงินของเราทั้งนั้น เราทำงานงกๆ ไม่ได้หลับได้นอน เช้ามาเราถูกเอาไปทิ้งที่สตูฯ แทบทุกครั้งเราจะกลับบ้านหลังคนอื่นเพราะไม่มีคนมารับ(ร้องไห้สะอื้น) เป็นอย่างนี้ไม่รู้กี่ปี บอกเลยว่าโคตรสงสารตัวเองเลย แล้วทำไมยังต้องมาเจออะไรอย่างนี้อีก”
“หลังจากเลิกรากันก็ไม่ได้คุยกันเลย เพราะเคลียร์กันจบไปแล้ว แต่เรารู้สึกได้ว่าเหมือนถูกคุกคามอยู่ตลอด มีการโทรมาขู่ว่าอย่างโน้นอย่างนี้ จนรู้สึกว่าทำไมเรื่องนี้มันไม่ตก ทุกวันนี้เหมือนอยู่อย่างระแวง ที่บ้านระบบความปลอดภัยหนาแน่นมาก แต่เรากลัวจนต้องเอาตำรวจมาติดกล่องแดงที่บ้าน เพราะว่าเขารู้รหัส รู้กล้องวงจรปิด รู้ทุกอย่าง พยายามจะแฮ็ก iCloud ของเรามาเพื่อจะเจาะระบบคีย์การ์ดประตู ขนาดอยู่ในบ้านตัวเองเราก็ยังรู้สึกกลัว”
ทนายแก้ว เสริมว่า “อันนี้คือเป็นสิ่งที่ตัวของคุณเป็กเขาเข้าใจแบบนั้น ว่าจะเป็นการกระทำจากใคร เรื่องนี้ทางผมเองก็ได้รับมอบหมายที่จะไปแจ้งความดำเนินคดี ตอนนี้เราก็แค่รู้สึกอย่างนั้น เมื่อผมรับรู้เข้ามาเป็นทนายความของเป็ก มันมีบางอย่างที่ดูแล้วมันผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นคดีเก่าก็ตาม เรื่องของการแฮ็กข้อมูล ผมก็จะแจ้งความเล่นกันทุกมุม คือตอนนี้เราเพิ่งได้รับหมายศาลก็ยังมีเวลาเตรียมตัวที่จะยื่นคำให้การภายใน 30 วัน”
ถามต่อในวันที่ตัดสินใจแยกทางกัน ได้มีข้อตกลงอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรไหม เป็กกี้ ตอบว่า “ไม่ได้ทำค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดว่าจะโดนแว้งขนาดนี้ เราคิดว่าระหว่างทางที่คบกันเราก็เต็มที่มากๆ กับเรื่องการใช้จ่าย พ่อแม่เขาตั้งแต่ที่คบกับเราก็ไม่ต้องทำงานเลย เราดูแลให้หมด เงินเดือนเขาก็มี เงินปันผล 3 ปีครั้งก็มี เราก็คิดว่าเต็มที่แล้วในทุกอย่าง เลยคิดว่าน่าจะจบกันโอเคแล้ว เพราะเขามีแฟนใหม่แล้วมีลูกแล้ว เราไม่ได้ระวังตัวเลย”
“วันที่เลิกกันก็ไม่เคยพูดเรื่องเงิน ไม่มีขอส่วนไหน เขาบอกว่ารู้ตัวว่าตัวเองผิดก็ไม่เอาอะไรเลย เขาเอาไปเท่าที่เขาได้ไปแล้ว แต่เราไม่ได้มีอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นแค่คำพูด ด้วยความเชื่อใจ ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องตรงนี้ ถ้ารู้เราก็จะรัดกุมและรอบคอบกว่านี้ นี่ถ้าเอาขนตาปลอมเราไปได้เขาก็คงเอาไปด้วย ที่ทางเขาเงียบๆ เราก็คิดว่าเขาคงมีชีวิตที่ดีของเขา คงไปทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลครอบครัวทั้งลูกเมียของเขาแล้ว ไม่คิดว่าที่เขาเงียบไปคือจะกลับมาโจมตีเรา”
“ถ้าสมมติว่าเขาจะมองว่าเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเรา เงินเดือนเราก็มีให้ ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ต้องจ่าย ค่ากินค่าอยู่ทุกอย่าง ไปเที่ยวเมืองนอกเราจ่ายให้หมด เรียกว่าเป็นลูกจ้างของบริษัท ถ้าคิดว่าการหักเปอร์เซ็นต์ของผู้จัดการ ตรงนี้คิดว่าถ้ารวมรายจ่ายที่เราจ่ายให้เขาไปทั้งหมดแล้ว แม้กระทั่งยารักษาสิว ทำหน้า รักษาเกลื้อน จริงๆ แล้วเขาต้องจ่ายเพิ่มให้เราไหมคะ”
ทนายแก้ว เสริมว่า “มุมที่เราสู้ก็ได้บอกไปแล้วว่ามันมีคำว่าลูกจ้างนายจ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กันว่าบริษัทที่เป็กวางไว้ได้จ่ายเงินเดือนเขาไปไหม มีการยื่นประกันสังคมเขาไหม รายรับทุกอย่างมันชัดเจนในเอกสารอยู่แล้ว แล้วเขาจะมาเคลมว่าเป็นคนสร้างมาทั้งหมด แล้วคุณรับเงินเดือนทำไม”
สุดท้ายถ้าทางฝั่งนั้นฟังอยู่อยากจะบอกอะไร เป็กกี้ บอกว่า “ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกันค่ะ อยากเตือนเยาวชนแล้วกันว่าอยากมีเงินต้องทำงานค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เป็กกี้ เปิดใจน้ำตาไหลไม่คิดว่าจะโดนแว้ง - ทนายแก้ว ลั่นรื้อร้องฟ้องทุกคดีสู้ทุกมุม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th