กต.ชี้ไทย-กัมพูชา เดินหน้าสํารวจหมุดเขตแดน บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ทดลองใช้ LiDAR ทำแผนที่ธ.ค.นี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงผลสรุปการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ระหว่างไทย-กัมพูชา ตลอดเวลาที่ผ่านมาว่า กลไกเจบีซีเป็นกลไกทางเทคนิคในการสำรวจจัดทำหลักเขตแดน และมีการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 21-22 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผลลัพธ์การประชุมแบ่งออกเป็นสามประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การซ่อมแซมและจัดทำหลักเขตแดน เพื่อเปลี่ยนหรือทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่เสียหาย ที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีความเห็นตรงกันแล้ว
2.เร่งรัดการแก้ไขทีโออาร์ปี 2003 เพื่อนำเทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) มาใช้ทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โดยเห็นชอบให้มีการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ภายในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2568
3.เห็นพ้องต่อกระบวนการสำรวจและจัดทำหมุดชั่วคราวอย่างเร่งด่วน บริเวณหลักเขตแดน 42-47 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน และให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง สามารถบริหารจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการรับรองที่ดินในบริเวณดังกล่าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังว่าจะมีส่วนช่วยลดการกระทบกระทั่ง และความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ
นายเบญจมินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการสำรวจและทำหมุดชั่วคราว ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชากำลังพิจารณาร่างคำแนะนําทางเทคนิค (Technical instructions) สำหรับการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวในบริเวณเร่งด่วน ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดทำร่างหนังสือแล้ว และกำลังรอคำตอบอยู่ โดยกำหนดไว้ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน จากนั้น จะเริ่มทำการสำรวจวางหมุดชั่วคราวภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยแผนงานคร่าวๆ คือเริ่มจากหลักเขตแดน 42-43 แล้วตามด้วยหลักเขตแดน 46-47 และ 43-46 ตามลำดับ ซึ่งเมื่อทั้งสองฝ่ายดำเนินการแล้ว ต้องนำผลสำรวจ นำเสนอต่อรัฐบาลของแต่ละฝ่ายเพื่อขอความเห็นชอบ และเพื่อกำหนดกลไกที่เหมาะสมต่อการปรับการถือครองที่ดินของทั้งสองฝ่าย
นายเบญจมินทร์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการวางหมุดชั่วคราว มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจเท่านั้น ไม่กระทบต่อสิทธิ์ของไทยและกัมพูชาในเรื่องของเขตแดน ตามกฏหมายระหว่างประเทศ
นายเบญจมินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการตกลงกันว่า ให้มีการประชุมเจบีซีอีกครั้ง เพื่อติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวของทั้งสองฝ่าย โดยจะจัดให้มีขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขทีโออาร์ 2003 จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือไม่ นายเบญจมินทร์ กล่าวว่า ทีโออาร์ 2003 เป็นข้อปฏิบัติจาก MOU 43 จึงไม่มีเนื้อหาอันใดที่จะทำให้เสียเปรียบได้ เป็นการกำหนดรายละเอียดแก่ผู้ปฏิบัติเท่านั้น