กาง 3 เหตุผล คนละครึ่งปี 2568 กระตุ้นเศรษฐกิจจริง?!
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 06.57 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (CGS) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ "โครงการคนละครึ่งปี 2568 กับ พายุหมุนทางเศรษฐกิจ" โดย คุณกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) ชี้ให้เห็นว่าโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 6 ที่จะอัดฉีดเงินให้ประชาชน 33 ล้านคน คนละ 2,000 บาท ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2568 นี้ มีความแตกต่างสำคัญจากมาตรการแจกเงินในอดีต และมีโอกาสสูงที่จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริง
ทำไม “คนละครึ่ง” ถึงต่างจากการแจกเงินหมื่น?
บทวิเคราะห์จาก CGS ระบุว่า คำถามสำคัญคือโครงการนี้จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับการแจกเงินหมื่นครั้งก่อนหน้าที่ดูเหมือนเงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปชำระหนี้ ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงของไทย ซึ่งทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังต่างมองว่ามีตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ต่ำกว่า 1 เท่า (อยู่ที่ประมาณ 0.4 - 0.9 เท่า)
3 ปัจจัยหลักที่สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ
CGS ชี้ว่าโครงการคนละครึ่งมีโอกาสสร้างเงินหมุนในระบบเกิน 1 เท่า ด้วย 3 ประเด็นหลักที่แตกต่าง ดังนี้:
- กฎเกณฑ์ที่สร้างการมีส่วนร่วม: ชื่อ "คนละครึ่ง" บ่งบอกเงื่อนไขชัดเจน คือรัฐออกให้ 2,000 บาท ประชาชนต้องออกเองอีก 2,000 บาท บทวิเคราะห์มองว่านี่คือการ "บังคับ" ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายจริง ซึ่งต่างจากการแจกเงินที่สามารถนำไปใช้ชำระหนี้ได้ทันที
- ความคุ้นชินในการใช้งาน: แม้จะเว้นช่วงไปนาน แต่โครงการนี้เคยดำเนินการมาแล้ว 5 รอบ ประชาชนส่วนใหญ่จึงยังคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตังค์" ทำให้การเริ่มต้นใช้จ่ายในเฟสที่ 6 นี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น
- เป้าหมายการใช้จ่ายที่ชัดเจน: เงินรวม 4,000 บาท (หรือสูงสุด 4,800 บาท) ถูกจำกัดเวลาใช้จ่ายภายใน 2 เดือน (พ.ย. – ธ.ค. 2568) และมีแนวโน้มสูงที่จะถูกใช้ไปกับ "ของกิน" ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนมีอยู่แล้ว
พายุหมุนจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?
บทวิเคราะห์ได้อธิบายการหมุนของเงินในระบบจากโครงการนี้เป็น 2 รอบ:
- เงินหมุนรอบแรก (1 เท่า): เกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากประชาชนมีการใช้จ่ายค่าอาหารเกิน 4,000 บาทอยู่แล้ว ดังนั้น การใช้จ่ายนี้จึงทำให้มั่นใจได้ว่าตัวคูณทางเศรษฐกิจเริ่มต้นที่ 1 เท่า
- เงินหมุนรอบสอง (0.2 - 0.4 เท่า): มาจากเงินที่ประชาชนสามารถ "เก็บออม" หรือ "ประหยัด" ได้ จากการที่รัฐช่วยออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง หากเงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้จ่ายต่อในสินค้าหรือบริการที่ผลิตในประเทศ ก็จะช่วยสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจขึ้นอีกรอบ
สรุป
บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) สรุปว่า โครงการคนละครึ่งปี 2568 ถูกออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิงด้วยกฎเกณฑ์ที่บังคับให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมุ่งเน้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โครงการนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 1 เท่า และเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าเงินจำนวนมหาศาลจากรัฐบาลกำลังจะเข้าสู่ระบบการใช้จ่ายจริงอย่างมีประสิทธิภาพในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นี้