โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มัทฉะแก้วละ 3,900 บาท สะท้อนกลยุทธ์ธุรกิจเรื่องอะไรบ้างที่ลูกค้าต้องรู้

SMART SME

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 17.02 น.

กลายเป็นประเด็นให้ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์กับมัทฉะแก้วละ 3,900 บาท ที่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องของราคาที่หลายคนมองว่าอาจจะแพงเกินไป แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้าว่าจะซื้อหรือไม่ เพราะทางร้านได้แสดงราคาให้เห็นแล้ว

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การตั้งราคาเครื่องดื่มในอัตราที่สูงกว่าทั่วไป แต่เป็นกรณีศึกษาทางการตลาดที่มีความเฉียบคม สะท้อนการทำธุรกิจหลายด้านที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้คนให้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยแบ่งประเด็นออกมาได้ดังต่อไปนี้

[กลยุทธ์การกำหนดราคาแบบพรีเมียมขั้นสุด]

นี่คือกลยุทธ์ที่ชัดเจนที่สุด คือการตั้งราคาให้สูงกว่าราคาตลาดมาตรฐานอย่างก้าวกระโดด (Skimming Price/Premium Price) เพื่อส่งสัญญาณถึงคุณภาพ ความหายาก และความพิเศษโดยทันที

ราคาที่สูงลิ่วถึง 3,900 บาท สร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าเป็นของสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง และต้องการประสบการณ์ที่เหนือกว่าใคร ซึ่งจุดประสงค์อาจไม่ได้เน้นการขายปริมาณมาก แต่เน้นการสร้างมูลค่ารับรู้ที่สูงลิบ พร้อมตอกย้ำว่าชาที่ใช้เป็นเกรดที่ดีที่สุด และหายากที่สุดในโลก

[การสร้างความแปลกใหม่เพื่อกระตุ้นการบอกต่อ]

ราคา 3,900 บาท คือ “ตะขอ” ที่ทรงพลังที่สุดในยุคโซเชียลมีเดีย ความน่าตกใจ และความไม่สมเหตุสมผลของราคาเมื่อเทียบกับสินค้าปกติ ก่อให้เกิดคำถามและความอยากรู้อยากเห็นทันที ทั้ง “มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?” และ “ใครจะกล้าซื้อ?” การตั้งราคานี้จึงทำหน้าที่เป็น กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ผู้คนต่างพูดถึงต้องแชร์ และวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้แบรนด์และเมนูนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว หรือ Brand Awareness โดยอาศัยพลังของการบอกต่อแบบปากต่อปาก และการรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์

[การมุ่งเน้นตลาดแห่งประสบการณ์และความรู้สึก]

สินค้าที่มีราคาสูงไม่ได้ขายแค่ “เครื่องดื่ม” แต่ยังขาย “ประสบการณ์” ที่อยู่ในแก้วมัทฉะ 1 ใบ สร้างความรู้สึกให้กับลูกค้าทั้งในเรื่องวัตถุดิบ ขั้นตอนการชง การบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาที่ทำให้เครื่องดื่มมีจิตวิญญาณ และมูลค่าทางอารมณ์ที่เหนือกว่าใคร

[กลยุทธ์ “Anchor Pricing”]

ร้านค้ามักจะไม่ได้มีแค่มัทฉะราคา 3,900 บาท เท่านั้น แต่จะมีเมนูอื่น ๆ ที่มีราคาลดหลั่นลงมา (เช่น แก้วละ 300 – 500 บาท) เมนู 3,900 บาทนี้ทำหน้าที่เป็น “ราคาหลักยึด (Anchor Price)” ที่สูงมาก เมื่อลูกค้าเห็นราคานี้แล้ว ราคาเมนูอื่นที่เคยดูแพง (เช่น 500 บาท) จะดู “สมเหตุสมผล” หรือ “คุ้มค่ากว่า” ขึ้นมาทันที เป็นการสร้างความเข้าใจด้านราคาใหม่ให้กับผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ

อีกทั้ง ด้วยราคาที่หลากหลายก็ทำให้ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกซื้อตามความชื่นชอบ หรือกำลังเงินที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อมัทฉะแก้วละ 3,900 ราคาเดียว

เรื่ื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...