โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกให้ใจดี แต่ไม่ใจอ่อน : 5 เคล็ดลับจากนักจิตวิทยาเด็ก

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 02.11 น. • Features

หนึ่งในเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อดกังวลใจไม่ได้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อยให้ลูกออกไปเผชิญโลกกว้างและมีสังคมใหม่ๆ ของตัวเอง ก็คือความกลัวว่าลูกจะถูกคนอื่นรังแก หรือบางครั้งก็อาจเป็นลูกของเราเองที่เป็นฝ่ายรังแกและใจร้ายกับคนอื่น คุณพ่อคุณแม่ต้องหาแนวทางที่จะ เลี้ยงลูกให้ใจดี แต่ไม่ใจอ่อนจนทำให้ตัวเองลำบากได้อย่างไร เพราะการเป็นคนใจดี แม้จะทำให้เป็นที่รักของคนอื่น แต่ถ้าลูกใจดีและใจอ่อนมากเกินไปก็อาจจะทำให้ลูกถูกคนอื่นเอาเปรียบได้ง่าย ในทางกลับกัน ถ้าคุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกใจแข็งและเข้มงวดกับตัวเองหรือคนมากเกินไป ก็อาจทำให้ลูกเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ยากDiana Baumrind—นักจิตวิทยาคลินิกและการพัฒนา ชาวอเมริกัน อธิบายแนวคิด ‘ทฤษฎีการเลี้ยงดูแบบ Authoritative’ หรือ ‘การเลี้ยงดูแบบอบอุ่นแต่มีขอบเขต’ ว่าเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับว่าจะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงทั้งทางอารมณ์และสังคม ซึ่งส่งผลให้ลูกเติบโตด้วยความมั่นใจ จิตใจดี แต่ไม่ใจอ่อนจนสร้างความลำบากให้กับตัวเองเราจึงรวบรวม 5 เคล็ดลับจาก ทฤษฎีการเลี้ยงดูแบบ Authoritative มาให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจวิธีการ เลี้ยงลูกให้ใจดี แต่ไม่ใจอ่อน เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงต่อไป1. ช่วยให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

การที่ลูกจะเติบโตเป็นคนใจดี ต้องเริ่มจากการมีพื้นฐานเรื่องการเข้าใจผู้อื่นก่อน โดยการที่ลูกจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ ต้องเริ่มจากคุณพ่อคุณรู้จักสอนลูกให้เข้าใจอารมณ์ของตัวเองก่อน เมื่อลูกเข้าใจตัวเองได้ ลูกจะรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเราได้ดีขึ้น โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสอนให้ลูกเข้าใจอารมณ์ตัวเองได้จากการชวนคุยหรือตั้งคำถามง่ายๆ เช่น “ลองบอกหน่อยว่า ตอนนี้ลูกกำลังรู้สึกอะไรอยู่” หรือสอนให้ลูกสังเกตความแตกต่างของอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ เช่น ถ้าลูกรู้สึกไม่พอใจ หัวใจเต้นแรง จนอยากจะแผดเสียงหรือตะโกนออกมา อาการแบบนั้นเรียกว่าอารมณ์โกรธ แต่ถ้าลูกรู้สึกเสียใจและอยากร้องไห้ แบบนั้นเรียกว่า อารมณ์เศร้าเมื่อลูกเริ่มรู้จักอารมณ์ที่เกิดขั้นกับตัวเองแล้วจึงค่อยๆ สอนวิธีรับมือกับความรู้สึกนั้นๆ อย่างเหมาะสมต่อไป2. สอนให้รู้จักวางขอบเขตและมีเหตุผล

สอนลูกให้เข้าใจว่าความใจดีไม่ใช่การยอมคนอื่นทุกอย่าง แต่ควรสอนให้ลูกเข้าใจ เพื่อให้ลูกรู้จักเคารพผู้อื่นและเคารพความต้องการของตัวเองด้วยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนขอบเขตของความใจดีได้ด้วยกิจวัตรประจำวันอย่างมีเงื่อนไขและเหตุผลที่ลูกเข้าใจได้ เช่น ถ้าลูกชอบดูการ์ตูน แม่อนุญาตให้ดูการ์ตูนได้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมงนะ แต่พอถีงเวลาลูกต้องปิดอย่างไม่งอแง เพราะถ้าลูกมองหน้าจอนานเกินไปจะเสียสายตาและนอนไม่หลับได้”Dr. Laura Markham ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูเด็กได้กล่าวเอาไว้ว่า การวางขอบเขตคือ การเลี้ยงลูกด้วยความรักในรูปแบบของการกระทำ เพราะเมื่อลูกเห็นว่ากฎต่างๆ มาจากความรัก ไม่ใช่ความเข้มงวด พวกเขาจะรู้สึกมั่นคงและเรียนรู้ที่จะเคารพทั้งตนเองและผู้อื่นนั่นเอง3. ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง

เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่พ่อแม่ทำมากกว่าสิ่งที่พ่อแม่พูด การเป็นตัวอย่างของความใจดีจะช่วยให้ลูกเข้าใจว่า การมีจิตใจที่ดี Brené Brown นักจิตวิทยาและนักวิจัย กล่าวว่า การสอนลูกให้เป็นคนใจดีต้องรู้จักสอนให้ลูกขอในสิ่งที่ต้องการ และกล้าพูดว่า ‘ไม่’ ในเวลาจำเป็น ด้วยการทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง เช่น เวลาที่ลูกต้องการของเล่นชิ้นใหม่ คุณพ่อคุณแม่อาจพูดว่า “แม่เข้าใจว่าลูกอยากได้ แต่วันนี้เราจะยังไม่ซื้อของเล่นใหม่นะ” เป็นการแสดงถึงความเข้าอกเข้าใจแต่ก็มีความเด็ดขาดในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ลูกได้เข้าใจวิธีการปฏิเสธผู้อื่นเหมือนกับที่พ่อแม่ทำนั่นเอง4. การสื่อสารอย่างมั่นใจ

การเป็นคนใจดี มักตามมาด้วยบุคลิกที่อ่อนโยน จนอาจทำให้ถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกมีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง และกล้าสื่อสารความคิดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ก้าวร้าว เช่น สอนให้ลูกกล้าที่จะพูดว่าอยากทำหรือไม่อยากทำอะไร และรู้จักอธิบายเหตุผลของตัวเองออกมาLouise Porter ผู้เขียนหนังสือ Children Are People Too กล่าวว่า เด็กที่ได้รับการสอนให้กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองด้วยความมั่นใจ จะไม่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ แต่จะกล้าพูด กล้าเลือก และยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความมั่นคงแต่อ่อนโยนเสมอ5. สร้างบรรยากาศในครอบครัวที่อบอุ่น

บ้านที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ คือพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้ลูกเติบโตมาด้วยจิตใจที่มั่นคง พื้นที่ปลอดภัยมักเริ่มจากการที่คุณพ่อคุณแม่รับฟังลูกด้วยความตั้งใจ การกอด หรือการพูดคำที่อบอุ่น ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ลูกรู้ว่าตนเองมีคุณค่า และพร้อมที่จะมอบพลังดีๆ ให้กับคนรอบตัวเมื่อต้องออกจากบ้านไปสู่สังคมใหม่ๆJohn Gottman นักจิตวิทยาครอบครัวผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ กล่าวไว้ว่า “เมื่อพ่อแม่รักแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจต่อกัน ลูกก็จะเรียนรู้ถึงการมีความเห็นอกเห็นใจ และมอบความเห็นอกเห็นใจเหล่านั้นส่งต่อให้ผู้อื่นเช่นกัน”ใจดีแต่ไม่ตามใจ : 5 เทคนิค สร้างสมดุลให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพอ้างอิงimpact-psychchildmindthe parentologist

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...