วิเคราะห์สาเหตุที่'ฮุน เซน' ต้องลนลานเลียแข้งเลียขาสหรัฐฯ มุมมองของ'สม รังสี'คู่กัดตระกูลฮุน
ในเวลานี้ The Better กำลังจับตาการทลายเครือข่ายการเงินของทุนเทาในกัมพูชา ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครือยอำนาจของระบอบฮุนต้องใช้การทสงครามกับไทยเพื่อเป็นหนทางเบี่ยงเบนความล่มสลายทางการเงินจากการกวาดล้างทุนเทา
วิกฤติที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรทุนเทาภายใต้บารมีของ ฮุน เซน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเงินของระบอบฮุนและการเงินทั้งระบบของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลต่อดุลอำนาจทางการเมืองในภูมิภาคด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม สม รังสี แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดนได้โพสต์บทความเชิงวิเคราะห์ เรื่อง "การเดิมพันที่น่าเย้ยหยันของ ฮุน เซน: การแสวงหาความโปรดปรานจากสหรัฐฯ ท่ามกลางเครือข่ายอาชญากรที่กำลังล่มสลาย"
เนื้อหาของบทความของ สม รังสี มีดังนี้
หลังจากศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์กตัดสินจำคุก เฉินจื้อ ที่ปรึกษาส่วนตัวและนักการเงินของเขา (ฮุน เซน) เป็นเวลา 40 ปี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในความผิดอาญาหลายกระทง ฮุน เซนเริ่มตระหนักด้วยความกลัวที่เพิ่มมากขึ้นว่าเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ เนื่องจากความเกี่ยวข้องของเขากับปฏิบัติการทางอาญาของ เฉินจื้อ กำลังกลายเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คดีของอดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส ฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ ซึ่งศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 45 ปีในข้อหาค้ายาเสพติด และต่อมาถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมหลังจากสูญเสียอำนาจในปี 2565 ยังคงเป็นที่จดจำของฮุน เซน เป็นเครื่องเตือนใจอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่อาจรอเขาอยู่ ฮุน เซนรู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์นี้ และเข้าใจว่าชะตากรรมทางการเมืองของเขาอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกาโดยสิ้นเชิง แม้จะมีภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา เขาก็ยังคงยึดมั่นในความหวังที่ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นเดียวกับที่เอร์นันเดซได้รับเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568
ด้วยความหวังนี้ ฮุน เซนจึงกำลังแสวงหาความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่นำโดยเฉินจื้อ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เมื่อเครือข่ายนี้ถูกทำลายลง ฮุน เซน เองก็จะต้องเข้าไปพัวพันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อคลายความตึงเครียดกับรัฐบาลวอชิงตัน ฮุน เซนต้องถอนข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงของเขา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 ว่าสหรัฐฯ วางแผนโค่นล้มระบอบการปกครองของเขาโดยสมรู้ร่วมคิดกับ กึม โสคา และพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ในความเป็นจริง ข้อกล่าวหานี้เป็นเพียงข้ออ้างในการยุบพรรค CNRP ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 8 ปีก่อน การถอนข้อกล่าวหาต่อสหรัฐฯ จำเป็นต้องให้เขาถอนข้อกล่าวหาต่อ กึม โสคา (ซึ่งยังคงถูกกักบริเวณในบ้าน) และพรรค CNRP (ซึ่งยังคงถูกสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง) ด้วย หากฮุนเซนหวังที่จะหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีโดยศาลสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเตรียมจับกุมและจำคุกเขา เขาต้องยกเลิกข้อกล่าวหาต่อพรรค CNRP และอนุญาตให้พรรคกลับมาดำเนินกิจกรรมได้อีกครั้ง
บทวิเคราะห์ต่อเนื่องโดย The Better
การวิเคราะห์ของ สม รังสี ช่วยทำให้เห็นภาพว่าทำไมรัฐบาลระบอบฮุนถึงใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้นในระยะหลัง พร้อมๆ กับยังสวามิภักดิ์กับจีนทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบอบฮุนถูกสหรัฐฯ ตัดความร่วมมือและขึ้นบัญชีดำคนในเครือข่ายฮุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุผลของ สม รังสี นั้นค่อนข้างชัดเจนว่า ฮุน เซน ต้องการขอความเมตตาจากสหรัฐฯ ให้เพลาๆ การดำเนินคดีกับเขาและ/หรือเครือข่ายของเขาที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา
ในเวลานี้ ความวิตกของ ฮุน เซน ไม่ได้มีแค่เรื่องท่อน้ำเลี้ยงถูกตัดขาดจากการดำเนินการของธุรกิจสแกมเมอร์ที่ถูกกวาดล้างอย่างหนักเท่านั้น แต่ยังต้องกังวลการลงโทษทางการเมืองด้วย หากสหรัญฯ จะลากตัวเขามาลงโทษในฐานะหัวโจกของขบวนการสแกมเมอ์จริงๆ สิ่งที่ ฮุน เซน จะต้องทำนั้นก็ต้องทำแบบเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัสเคยทำมาก่อน จนได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์ นั่นคือ ต้องทำให้ ทรัมป์ เห็นว่าตัวเขามีประโยชน์ทางการเมือง
สาหตุที่อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส ฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ ได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์ ก็เพราะตัวเขาและพรรคการเมืองของเขาเป็น "ฝ่ายขวา" และ "โปรอเมริกา" ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายของพรรครีพับลิกันในสหรัฐฯ และทรัมป์ที่ต้องการสร้างแรวร่วมฝ่ายขวา-โปรอเมริกันในอเมริกากลาง ซึ่งกำลังถูก "รุกคืบ" โดยนักการเมืองฝ่ายซ้ายหรือไม่ซ้ายแต่ไม่โปรอเมริกันรวมถึงฝ่ายการเมืองที๋โปรจีนมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น แม้ว่า ฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ จะเกี่ยวพันกับอาชญากรรมและถูกจำคุกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดที่แล้ว ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลชุดนี้ก็สามารถปล่อยตัวเขาออกมาจากคุกได้โดยใช้อำนาจของประธานาธิบดีที่จะให้อภัยโทษใครก็ไดเแม้จะผิดขนาดไหนก็ตาม และทรัมป์ยังกล่าวหาว่าการสอบสวน เอร์นันเดซ เป็น "การจัดฉากของรัฐบาลไบเดน" และยังอ้างแบบไม่มีที่มาที่ไปว่า "เขา (เอร์นันเดซ ถูกกล่าวหา) เป็นผู้ค้ายาเสพติด (โดยรัฐบาลไบเดน) เพราะเขาเป็นประธานาธิบดีของประเทศ"
ทรัมป์ ต้องการให้เครือข่ายของ เอร์นันเดซ มาเป็นผู้นำประเทศอีกเพื่อให้เกิดพันธมิตรในอเมริกากลาง แต่แล้วผู้นำของฮอนดูรัสในเวลานี้เป็นฝ่ายกลางซึ่งไม่โปรสหรัฐฯ แต่โปรจีน ต่อต้านอิสราเอล และเป็นมิตรที่ดีกับเวนาเซอุลา สถานการณ์เช่นนี้ ทรัมป์ ก็ยิ่งต้องการคนแบบ เอร์นันเดซ มากขึ้นไปอีก
เมื่อใช้กรณีของ เอร์นันเดซ มาพิจารณากรณีของ ฮุน เซน เราก็อาจจะเห็น "แพทเทิร์น" เดียวกันได้ ถ้า ฮุน เซน สามารถเดินเกมแบบเดียวกัน แต่นั่นหมายความว่าระบอบฮุนจะต้องทรยศจีนหรือ "แอบเหยียบเรือสองแคม" ซึ่งไม่ใช่การคบทั้งสองประเทศ แต่เป็นการรับใช้สหรัฐฯ เพื่อทำลายจีนด้วยซ้ำ ในลักษณะเดียวกันที่ทรัมป์ต้องการให้ฮอนดูรัสมีรัฐบาลที่โปรอเมริกัน-ต่อต้านจีน จึงยอมใช้งาน "ประธานาธิบดีค้ายา" เช่นกัน ทรัมป์ก็อาจใช้งาน "ผู้นำรัฐสแกมเมอร์" ได้ถ้าคนๆ นี้ยอมขายตัวให้สหรัฐฯ
สม รังสี เห็นว่าเงื่อนไขที่จะทำเช่นนั้น ฮุน เซน จะต้องปลดล็อคขบวนการฝ่ายค้านที่ถูกเหยียบเอาไว้เสียก่อน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ สม รังสรี ปรารถนาและต้องการให้เกิดขึ้น นั่นเพราะเขาเป็นฝ่ายค้านที่ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ และลึกๆ แล้วคงอยากเห็น ฮุน เซน สวามิภักดิ์กับสหรัฐฯ โดยยอมเงื่อนไขปลดปล่อยฝ่ายค้าน นั่นเพราะเขาจะได้กลับบ้านเสียมี
แต่ สม รังสี ควรจะมองเห็นได้ว่าการที่สหรัฐฯ จะยอมไม่เอาเรื่อง ฮุน เซน นั้นไม่ใช่แค่ปล่อยฝ่ายค้านเท่านั้น เพราะนั่นเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลเดโมแครต (เช่นยุคของไบเดน) ต้องการเนื่องจากเดโมแครตยังเป็นพรรคในแนวอุดมการณ์ ส่วนรีพับลิกันและทรัมป์เป็นพวกปฏิบัตินิยม พวกเขาไม่สนว่าใครจะเป็นโจรหรือสมคบกับโจร ขอแค่เป็นมือเป็นเท้าคอยคอยถ่วงดุลจีนได้ เท่านี้ก็ประเสริฐแล้ว
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo by JOEL SAGET / AFP