SOCIETY: ช่วง #มีมนี้มีที่มา วันนี้เสนอตอน: ‘เอ็ม ออนิว’ ชายผู้มี ‘สกิน’ เยอะที่สุด ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ในต้นเดือนธันวาคม 2025 ท่ามกลางกระแส 'น้ำท่วมหาดใหญ่' ที่ซาลงไปและสังคมที่เครียดกันมากขึ้นแล้ว ก็อยากหาอะไรผ่อนคลายสนุกๆ และสิ่งหนึ่งที่โผล่พรวดมาแบบไม่มีที่มาที่ไปสำหรับหลายๆ คนก็คือ การเล่น 'มีม' ที่เป็นชายมีหนวดที่ทำหน้ากรุ้มกริ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ในเต็นท์ที่บรรยากาศมันคือ 'งานเลี้ยงตามต่างจังหวัด' ของไทยแน่ๆ แต่ชายคนนี้ 'ใส่ชุด' หลากหลายมากๆ แบบเราเห็นรูปนี้โผล่มาแต่ละที ชุดของเขาไม่ซ้ำ จนหลายคนงงว่าอะไรคือ 'ภาพต้นฉบับ' กันแน่ และทุกคนก็เข้ามา 'ร่วมสนุก' จนทำให้ภาพนี้มีหลายเวอร์ชัน
แต่แน่นอนนี่เป็นปรากฏการณ์แบบชั่วข้ามคืนจนสื่อเจ้าใหญ่ต่างๆ ได้รายงานปรากฏการณ์นี้อย่างพร้อมเพรียง โดยสื่อหลายเจ้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้เป็นใคร และในความเป็นจริง หลายคนที่เข้ามาร่วมเล่นสนุกก็ไม่รู้เช่นกันว่าชายคนนี้เป็นใคร
ถ้าจะอธิบายสั้นๆ ชายผู้นี้เรียกได้ว่าเป็น 'อินฟลูสายกระบะแต่ง' ‘อินฟลูสายทรงเอ' ก็ได้ โดยชื่อในแวดวงเขาคือ 'เอ็ม ออนิว'โดยเขามี Facebook ที่เล่นเปิดเผย ใช้ชื่อจริงว่า 'อนุพงศ์ มั่นคง'
เอ็ม ออนิวเรียกได้ว่าเป็น 'ไอดอลสายแว้น' คนสำคัญก็ได้และสื่ออย่าง Echo รวมถึงช่อง YouTube ดังอย่าง 'หรั่ง พระนคร' ก็เคยไปสัมภาษณ์ ซึ่งถ้าจะเล่าสั้นๆ คือ 'เอ็ม ออนิว' เป็น 'เด็กสลัม' (คำของเอ็มเอง) ที่พื้นเพเป็นชาวอำเภอรังสิต จังหวัดปทุมธานี สมัยวัยรุ่น 'ขายยา' เคยเข้าออกจากสถานพินิจและคุกหลายรอบ แต่ถึงจุดหนึ่งก็คิดได้ว่าไม่อยากกลับเข้าไปแล้ว ซึ่งตอนนั้น Facebook กำลังโตพอดีเลยเริ่มทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ 'รถกระบะแต่งซิ่ง' และเป็นผู้นำการแต่งรถกระบะ 'ออนิว' อันโด่งดังจนได้ฉายา 'เอ็ม ออนิว' ซึ่งชื่อเสียงนี้ก็เลยทำให้เอ็ม ออนิวทำมาหากินอย่างสุจริตด้วยการขายอุปกรณ์แต่งระกระบะมาจนถึงปัจจุบัน
ในแง่หนึ่งเขาก็เป็นคนที่แสดงให้เห็นว่าคนที่เคยค้าขายยาเสพติดและมีรอยสักเต็มตัว สามารถเปลี่ยนทักษะการขายมาขายสิ่งอื่นๆ ได้และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ เลยทำให้เขามีแฟนคลับมากมายมายาวนาน แต่ด้วย 'สไตล์' ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมย่อยกลุ่มนี้ เอ็ม ออนิวก็เลยมักจะเป็นเป้าการล้อของคนนอกวัฒนธรรมย่อยมายาวนาน
ทีนี้ 'ภาพต้นฉบับ' มาจากไหน?
คำตอบคือ เป็นภาพที่แฟนคลับถ่ายกับเอ็ม ออนิว ที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่ง โดยภาพต้นฉบับจะมีคนสองคนยืนด้านหลังด้วย เอ็มนั่งบนเก้าอี้ 'อมน้ำแข็ง' ทำหน้ากรุ้มกริ่มแบบเขินๆ พอดี ซึ่งทำให้ภาพมันออกมาตลก และทำให้คนแคปส่วนภาพของเอ็มมาเล่นอย่างที่เห็น
อย่างไรก็ตาม จะเข้าใจความสนุกของเรื่องนี้ต้องเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า 'สกิน' ก่อน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของเกมรุ่นใหม่ที่คนรุ่นก่อนๆ ที่ไม่ได้เล่นเกมยุคนี้อาจงง
คือเกมรุ่นใหม่ๆ จำนวนมากเล่นฟรี แต่ของที่ขายในเกมที่ทำเงินให้ผู้ให้บริการเกมได้มหาศาลหลักๆ คือสกิน อธิบายง่ายๆ ก็คือตัวละครในเกมเวอร์ชันที่ไม่เหมือนมาตรฐาน อาจใส่ชุดต่างออกไป หรืออาจมีลักษณะภายนอกต่างจากเดิมหมด แต่หลักๆ คือสกินจะไม่ส่งผลต่อตัวเกม เป็นเรื่องลักษณะภายนอกของตัวละครล้วนๆ และเป็นของสะสมของคนเล่นเกม เพราะสกินมักจะไม่ได้มาง่ายๆ คือต้องเข้าร่วมกิจกรรมและทำภารกิจให้สำเร็จในเวลาที่กำหนดบ้าง หรือต้องซื้อ 'กล่องสุ่ม' จำนวนมากบ้าง ซึ่งในเกมหลายเกมการมีสกินไม่ใช่แค่ของเอาไว้ทำให้แปลกตา แต่คือการเอาไว้โชว์ว่าคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาที่ 'ทำภารกิจ' ผ่านสำเร็จ และต้อง 'รวย' พอที่จะเสียเงินหลักหมื่นปั่นกล่องสุ่มจนได้ 'สกินหายาก' อะไรแบบนี้
การเล่นที่เกิดขึ้นก็คือ คนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าใจวัฒนธรรมสกินนี้ และติ๊งต่างว่าเอ็ม ออนิวคือตัวละครในเกม และทุกคนแข่งกันทำสกินมาให้ตัวละครนี้ และทุกคนก็เล่นบทบาทสมมติ เอาสกินมาขายบ้าง เอาสกินฮาๆ มาโชว์บอกว่า 'ปั่นได้เกลือ’ บ้าง มีการล้อเล่นว่าอันไหนของจริง อันไหนของเก๊บ้าง ผลก็คือมันไวรัลไปทั่ว
แต่สิ่งที่ทำให้มัน 'ไวรัล' ได้ขนาดนี้คือเทคโนโลยี AI ที่ทุกคนเข้าถึงได้
คือก่อนยุค Generative AI คนจะเล่นอะไรแบบนี้ได้มีแต่คนมีทักษะด้านกราฟิกดีไซน์ แต่ในยุคปัจจุบัน คนที่ใช้ AI เป็น เมื่อเห็นรูปก็จะรู้คร่าวๆ เลยว่าใช้ AI ตัวไหนทำ (หรือใช้ตัวไหนทำได้บ้าง) แล้วสั่งยังไง โดยวิธีการสั่งเอาฮาแบบนี้มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะ Prompt เป็นรูป แล้วสั่งไปแค่ประโยคสั้นๆ อันไหนออกมาฮาก็เอามาแชร์เพื่อน
นี่เองทำให้คนจำนวนมากสามารถสร้างสกินให้กับเอ็ม ออนิวได้ในแทบจะไม่กี่วินาที เรียกว่าแค่มีไอเดียฮาๆ ก็ร่วมสนุกได้ และผลก็คือ เอ็ม ออนิวก็กลายมาเป็น 'ชายผู้มีสกินเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์' แบบงงๆ
ถามว่าเป็นปรากฏการณ์แบบนี้เจ้าตัวว่าอย่างไรบ้าง คำตอบคือเจ้าตัวก็รู้สึกสนุกกับมันดี ถึงกับมีการทำเสื้อขาย (ไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/17nNFqZgK8/) และหยอดมุกตลกว่า “ใครที่ทำเสื้อผมไปขายถ้าปากไม่อมน้ำแข็งอย่าไปซื้อนะครับ ของปลอม” และแน่นอน พอเจ้าตัวเล่นด้วยแบบนี้ มีมมันก็ยิ่งไปต่อ คนก็ยิ่งสนุก
แต่ใดๆ ก็ตาม นี่น่าจะเป็นปรากฏการณ์แรกๆ ในไทยที่คนใช้ Generative AI มา 'เล่นมีม' แบบต่อยอดกัน และมันก็แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง แต่คนจำนวนมากก็ยังเข้าใจวิธีใช้มันมากพอที่จะร่วมเล่นสนุกกันในสเกลขนาดใหญ่ด้วย