โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า 'เขต 8' และเสียงร่ำไห้ของ 'จะนะ' ในรอบ 100 ปี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 02.15 น.

บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

Shukur2003@yahoo.co.uk

น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า ‘เขต 8’

และเสียงร่ำไห้ของ ‘จะนะ’ ในรอบ 100 ปี

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

มหาอุทกภัยครั้งล่าสุดที่ซัดถล่มภาคใต้ ไม่ได้นำมาเพียงกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก แต่ยังเปิดโปง “บาดแผลทางสังคมและระบบ” ที่หยั่งรากลึก

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกมองข้ามอย่าง อ.จะนะ และในมุมมืดของหาดใหญ่ “เขต 8” ที่พลเมืองดีกำลังถูกทำร้ายซ้ำซ้อนจากภัยพิบัติและอำนาจมืด

เขต 8 หาดใหญ่

ธุรกิจสีขาวที่ถูก ‘ปลาเน่า’ ทำลายซ้ำซ้อน

เขต 8 ในหาดใหญ่ มักถูกตีตราว่าเป็น “ชุมทางสายดาร์ก” แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ พลเมืองส่วนใหญ่คือคนทำมาหากินสุจริต เป็นเจ้าของ “ธุรกิจสีขาว” ที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติธรรมชาติ (น้ำท่วม) แต่กลับต้องถูกซ้ำเติมด้วย “ภัยพิบัติทางสังคม” จากกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพียงหยิบมือ

กลุ่มที่สร้างปัญหาและทำลายชื่อเสียงคนดีในเขต 8 คือ “ปลาเน่าตัวใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย (ทุนเทา) พวกเขาก่อความเสียหายที่น่าสะเทือนใจในยามวิกฤต

ฉวยโอกาสในความทุกข์ยาก กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ การยิงขับไล่กู้ภัย เพื่อผูกขาดการช่วยเหลือและเรียกเก็บค่าบริการรับส่งผู้ประสบภัยในราคาสูงลิ่ว

นี่คือการแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากที่โหดร้ายที่สุด

การที่เขต 8 ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งพักยาเสพติด หรือที่หลบซ่อนของคนหนีคดี ไม่ได้มาจากความยินยอมของชาวบ้านสุจริต แต่เป็นเพราะอำนาจของ “ปลาเน่า” ที่สามารถแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับ “ข้าราชการสีเทา” ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่เพียง 1.4 ก.ม.

คนทำ “ธุรกิจสีขาว” ในเขต 8 จึงไม่เพียงเสียทรัพย์สินจากน้ำท่วม แต่ยังต้องแบกรับภาพลักษณ์เชิงลบ ทำให้พวกเขาถูกจำกัดการเข้าถึงความช่วยเหลือและการพัฒนาพื้นที่

อุกทกภัยไม่ใช่มีเฉพาะหาดใหญ่

จะนะ : อุทกภัย 100 ปีที่ถูกละเลย

ขณะที่ทุกสายตาจับจ้องที่หาดใหญ่ แต่ในภาคใต้ เช่น อ.จะนะ จ.สงขลา กลับได้รับการช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ น้อยมาก ทำให้หลายชุมชนยังคงรอการเข้าถึงและความช่วยเหลืออย่างหนัก ซึ่งสะท้อนปัญหา การกระจายความช่วยเหลือที่ไม่เป็นธรรม เช่น

โรงเรียนดีนูลอิสลาม (ปอเนาะครูดีนทางควาย) เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้อย่างหนัก ทั้งๆ ที่ที่นี่ไม่เคยท่วมมาก่อน ผศ.ดร.มูซักกีด หีมพินิจ สะท้อนว่าน้ำมาเร็วและแรงมาก ทำให้ระบบน้ำ-ไฟ และอินเทอร์เน็ตล่ม ข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์การเรียนเสียหายหนักสุด

โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะโคกยาง) สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยรายงาน ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า เป็นวันที่ 8 แล้วที่โรงเรียนต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรถยังไม่สามารถเข้ามาได้ ผู้บริหารกล่าวขอบคุณทุกแรงดุอาและความห่วงใย โดยเร่งการฟื้นฟูเพื่อให้สามารถเปิดเรียนได้ในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568

สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม นำโดยนายขดดะรี บินเซ็น จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความเท่าเทียมเป็นธรรมกับการเยียวยาแก่ทุกโรงเรียน มิใช่เฉพาะโรงเรียนรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแต่งกายนักเรียนที่เสียหายจากน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.จะนะ จ.สงขลา ทวีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีรายงานความเสียหายครั้งใหญ่ต่อวงการนกเขาชวา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเศรษฐกิจสำคัญของ อ.จะนะ

ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ในฟาร์มนกเขา : เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสมเดช ดินอะ (หะยีเดช) เจ้าของฟาร์มนกเขาชวา “หะยีเดช” ในตลาดแขกจะนะ เปิดเผยถึงความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ โดยระบุว่านกจากฟาร์มของตนเองเสียชีวิตถึง 105 ตัว ประกอบด้วยนกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และลูกนก ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นได้นับล้านบาท

ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟาร์มเดียว มีการคาดการณ์ว่าจำนวนนกเขาที่ตายจากน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์นี้อาจมีนับร้อยตัว หรืออาจสูงถึงหลักพันตัวเลยทีเดียว

ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งสำคัญต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของ “จะนะ เมืองนกเขาชวาอาเซียน”

การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

กวาดล้างเครือข่ายอิทธิพลอย่างเด็ดขาด รัฐบาลต้องใช้ข้อมูลระบุตัวและจับกุมทั้ง “ปลาเน่า” และ “ข้าราชการสีเทา” ที่สนับสนุน พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบเพื่อตัดรากฐานอำนาจ

กระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ต้องจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่าง อ.จะนะ ให้เข้าถึงความช่วยเหลือทั้งเสบียงและการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ฟื้นฟูชุมชนโดยเน้นคนสุจริต เร่งให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจสุจริต และสร้างกลไกที่ปลอดภัยเพื่อให้ชาวบ้านสุจริตสามารถแจ้งเบาะแสและกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตนเองได้

การกอบกู้สถานการณ์น้ำท่วมใต้ครั้งนี้ ต้องมาพร้อมกับการล้างระบบ และการกระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของพลเมืองผู้บริสุทธิ์ในทุกพื้นที่ และยุติการแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า ‘เขต 8’ และเสียงร่ำไห้ของ ‘จะนะ’ ในรอบ 100 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...