น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า 'เขต 8' และเสียงร่ำไห้ของ 'จะนะ' ในรอบ 100 ปี
บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
Shukur2003@yahoo.co.uk
น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า ‘เขต 8’
และเสียงร่ำไห้ของ ‘จะนะ’ ในรอบ 100 ปี
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
มหาอุทกภัยครั้งล่าสุดที่ซัดถล่มภาคใต้ ไม่ได้นำมาเพียงกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก แต่ยังเปิดโปง “บาดแผลทางสังคมและระบบ” ที่หยั่งรากลึก
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกมองข้ามอย่าง อ.จะนะ และในมุมมืดของหาดใหญ่ “เขต 8” ที่พลเมืองดีกำลังถูกทำร้ายซ้ำซ้อนจากภัยพิบัติและอำนาจมืด
เขต 8 หาดใหญ่
ธุรกิจสีขาวที่ถูก ‘ปลาเน่า’ ทำลายซ้ำซ้อน
เขต 8 ในหาดใหญ่ มักถูกตีตราว่าเป็น “ชุมทางสายดาร์ก” แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ พลเมืองส่วนใหญ่คือคนทำมาหากินสุจริต เป็นเจ้าของ “ธุรกิจสีขาว” ที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติธรรมชาติ (น้ำท่วม) แต่กลับต้องถูกซ้ำเติมด้วย “ภัยพิบัติทางสังคม” จากกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพียงหยิบมือ
กลุ่มที่สร้างปัญหาและทำลายชื่อเสียงคนดีในเขต 8 คือ “ปลาเน่าตัวใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย (ทุนเทา) พวกเขาก่อความเสียหายที่น่าสะเทือนใจในยามวิกฤต
ฉวยโอกาสในความทุกข์ยาก กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ การยิงขับไล่กู้ภัย เพื่อผูกขาดการช่วยเหลือและเรียกเก็บค่าบริการรับส่งผู้ประสบภัยในราคาสูงลิ่ว
นี่คือการแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากที่โหดร้ายที่สุด
การที่เขต 8 ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งพักยาเสพติด หรือที่หลบซ่อนของคนหนีคดี ไม่ได้มาจากความยินยอมของชาวบ้านสุจริต แต่เป็นเพราะอำนาจของ “ปลาเน่า” ที่สามารถแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับ “ข้าราชการสีเทา” ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่เพียง 1.4 ก.ม.
คนทำ “ธุรกิจสีขาว” ในเขต 8 จึงไม่เพียงเสียทรัพย์สินจากน้ำท่วม แต่ยังต้องแบกรับภาพลักษณ์เชิงลบ ทำให้พวกเขาถูกจำกัดการเข้าถึงความช่วยเหลือและการพัฒนาพื้นที่
อุกทกภัยไม่ใช่มีเฉพาะหาดใหญ่
จะนะ : อุทกภัย 100 ปีที่ถูกละเลย
ขณะที่ทุกสายตาจับจ้องที่หาดใหญ่ แต่ในภาคใต้ เช่น อ.จะนะ จ.สงขลา กลับได้รับการช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ น้อยมาก ทำให้หลายชุมชนยังคงรอการเข้าถึงและความช่วยเหลืออย่างหนัก ซึ่งสะท้อนปัญหา การกระจายความช่วยเหลือที่ไม่เป็นธรรม เช่น
โรงเรียนดีนูลอิสลาม (ปอเนาะครูดีนทางควาย) เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้อย่างหนัก ทั้งๆ ที่ที่นี่ไม่เคยท่วมมาก่อน ผศ.ดร.มูซักกีด หีมพินิจ สะท้อนว่าน้ำมาเร็วและแรงมาก ทำให้ระบบน้ำ-ไฟ และอินเทอร์เน็ตล่ม ข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์การเรียนเสียหายหนักสุด
โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะโคกยาง) สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยรายงาน ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า เป็นวันที่ 8 แล้วที่โรงเรียนต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรถยังไม่สามารถเข้ามาได้ ผู้บริหารกล่าวขอบคุณทุกแรงดุอาและความห่วงใย โดยเร่งการฟื้นฟูเพื่อให้สามารถเปิดเรียนได้ในวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568
สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม นำโดยนายขดดะรี บินเซ็น จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความเท่าเทียมเป็นธรรมกับการเยียวยาแก่ทุกโรงเรียน มิใช่เฉพาะโรงเรียนรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแต่งกายนักเรียนที่เสียหายจากน้ำท่วม
สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.จะนะ จ.สงขลา ทวีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีรายงานความเสียหายครั้งใหญ่ต่อวงการนกเขาชวา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเศรษฐกิจสำคัญของ อ.จะนะ
ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ในฟาร์มนกเขา : เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสมเดช ดินอะ (หะยีเดช) เจ้าของฟาร์มนกเขาชวา “หะยีเดช” ในตลาดแขกจะนะ เปิดเผยถึงความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ โดยระบุว่านกจากฟาร์มของตนเองเสียชีวิตถึง 105 ตัว ประกอบด้วยนกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และลูกนก ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นได้นับล้านบาท
ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟาร์มเดียว มีการคาดการณ์ว่าจำนวนนกเขาที่ตายจากน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์นี้อาจมีนับร้อยตัว หรืออาจสูงถึงหลักพันตัวเลยทีเดียว
ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งสำคัญต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของ “จะนะ เมืองนกเขาชวาอาเซียน”
การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
กวาดล้างเครือข่ายอิทธิพลอย่างเด็ดขาด รัฐบาลต้องใช้ข้อมูลระบุตัวและจับกุมทั้ง “ปลาเน่า” และ “ข้าราชการสีเทา” ที่สนับสนุน พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบเพื่อตัดรากฐานอำนาจ
กระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ต้องจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่าง อ.จะนะ ให้เข้าถึงความช่วยเหลือทั้งเสบียงและการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ฟื้นฟูชุมชนโดยเน้นคนสุจริต เร่งให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจสุจริต และสร้างกลไกที่ปลอดภัยเพื่อให้ชาวบ้านสุจริตสามารถแจ้งเบาะแสและกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตนเองได้
การกอบกู้สถานการณ์น้ำท่วมใต้ครั้งนี้ ต้องมาพร้อมกับการล้างระบบ และการกระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของพลเมืองผู้บริสุทธิ์ในทุกพื้นที่ และยุติการแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมเปิดโปงดราม่า ‘เขต 8’ และเสียงร่ำไห้ของ ‘จะนะ’ ในรอบ 100 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly