โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทาง 23 ปี COCKTAIL จากวงโรงเรียนสู่ตำนานเพลงร็อก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ม.ค. เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 11.37 น.
ภาพประกอบจาก cheerscocktail/Facebook

เรื่อง : พิมลดา ชูดวง นักศึกษาฝึกงาน

ถอดเส้นทาง 23 ปี ค็อกเทล จากวงรั้วโรงเรียนสู่ตำนานเพลงร็อกและการอำลาที่วางแผนการเงินล่วงหน้า

ค็อกเทล (COCKTAIL) วงดนตรีร็อกสัญชาติไทย ที่โลดแล่นบนเส้นทางดนตรีมานาน 23 ปี เดินทางมาถึงบทสรุปอย่างเป็นทางการในคอนเสิร์ต COCKTAIL 77 EVER TOUR เมื่อ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร หลังจากประกาศแผนการทำงาน ระยะเวลา 2 ปีสุดท้ายก่อนยุบวง มาตั้งแต่ปี 2567

การเดินทางตลอด 23 ปีที่ผ่านมาของวงดนตรีร็อกวงนี้ ได้พิสูจน์ว่าดนตรีไม่เพียงสร้างชื่อเสียง แต่ยังสามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตได้จริง ก่อนตัดสินใจปิดฉากเส้นทางดนตรีอย่างสง่างาม ผ่านคอนเสิร์ตที่เดินสายครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

จุดเริ่มต้นในโรงเรียนสู่ระดับประเทศ

ค็อกเทลก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545 จากกลุ่มเด็กนักเรียนนำโดย โอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำของวงที่เริ่มจากการทำเพลงนอกกระแสก่อนค่อยๆสะสมฐานแฟนเพลงและก้าวสู่ตลาดเพลงกระแสหลักอย่างมั่นคง

เอกลักษณ์ของวงค็อกเทล คือการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงที่สะท้อนชีวิต ความรัก ความสูญเสีย และการเติบโต ที่ทำให้บทเพลงเข้าถึงผู้ฟังหลายช่วงวัยและยังคงได้รับความนิยมแม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป

เพลงที่ฮิตพาค็อกเทลสู่การเป็นที่รู้จัก

เพลงที่ทำให้ค็อกเทลสู่การรู้จักเป็นวงกว้างได้แก่ เพลงซ้ำซ้อน,เพลงหลบหน้า,และเศษซากความฝันเป็นเพลงที่สร้างความจดจำและการวางรากฐานภาพลักษณ์ของวงในฐานะศิลปินที่เน้นการเล่าเรื่องชีวิตอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะสามารถขยายฐานผู้ฟังเข้าสู่ตลาดกระแสหลักได้อย่างต่อเนื่อง

ทำให้ค็อกเทลประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนจากเพลงฮิตหลายบทเพลงเช่น คุกเข่า, คู่ชีวิต, เธอ, งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง และเพลง ดึงดัน ซึ่งมียอดรับชมมากกว่า 4 ร้อยล้านวิว กลายเป็นหนึ่งในเพลงร็อกไทยที่มียอดชมสูงสุดสะท้อนให้เห็นศักยภาพทางธุรกิจของวงดนตรีในยุคดิจิทัล

อำลาวงการก่อนความนิยมลดลง

ค็อกเทลเปิดไทม์ไลน์ล่วง 2 ปีพร้อมจัดคอนเสิร์ตอำลาในชื่อ COCKTAIL 77 EVER TOUR จากเดิมที่วางแผนจัดในเวทีเดียวที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในชื่อ “COCKTAIL EVER LIVE” ก่อนขยายเป็นแสดงครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้แฟนเพลงได้มีส่วนร่วม

มุมมองการเงินจากศิลปินอาชีพ

ปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจในครั้งนี้คือแนวคิดด้านการเงินของ โอม ปัณฑพล ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ในรายการของ THE STANDARD WEALTH ถึงการวางแผนชีวิตในฐานะศิลปิน โดยสะท้อนว่าอาชีพนักดนตรีเป็นอาชีพรายได้ไม่สม่ำเสมอแม้บางช่วงมีรายได้สูงแต่ก็มีความเสี่ยง

โอมเคยระบุว่า รายได้ที่สูงไม่ได้หมายถึงความมั่นคง หากขาดการวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะในอาชีพที่มีอายุการทำงานจำกัด โดยเฉลี่ยอาจทำได้เพียง 10–15 ปี

จากแนวคิดดังกล่าว ค็อกเทลจึงตั้ง กองทุนสำรองของวง ด้วยการกันรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเงินจะถึงมือสมาชิก เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน และลดความเสี่ยงในวันที่ไม่มีรายได้จากคอนเสิร์ต

โอมมองว่า ความสำเร็จของศิลปินไม่ควรถูกวัดเพียงยอดวิวหรือจำนวนรอบการแสดง แต่ควรวัดจากความสามารถในการดูแลตัวเองและครอบครัวได้หลังหมดช่วงอาชีพ

ธุรกิจดนตรีกับการกระจายความเสี่ยง

ในมุมของการบริหารรายได้ โอมเคยสะท้อนว่า การตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถเลือกเครื่องมือและรูปแบบการลงทุนได้เหมาะสม ทั้งการทำธุรกิจ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยง เพื่อรักษาเงินต้นในระยะยาว

แนวคิดดังกล่าว ทำให้การอำลาวงการของค็อกเทลในปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงการสิ้นสุดเส้นทางดนตรี แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่บนฐานของความมั่นคงทางการเงิน

คอนเสิร์ตสุดท้ายก่อนอำลา

จากการขึ้นเวที คอนเสิร์ตสุดท้าย COCKTAIL 77 EVER TOUR เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันก่อตั้งวง โอม ค็อกเทล กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกวันนี้เป็นวันสุดท้าย เพราะต้องการให้วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของวงตรงกัน

โอมยังเปิดเผยถึงความรู้สึกที่ไม่เคยพูดมาตลอด 23 ปี ว่า วงเคยถูกตั้งคำถามและถูกมองด้วยอคติหลายด้าน แต่เลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานมากกว่าคำอธิบาย พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จสูงสุดในชีวิต คือการได้ยืนอยู่ท่ามกลางความรักของแฟนเพลง และพิสูจน์ได้ว่า ดนตรีสามารถสร้างอาชีพและความมั่นคงในชีวิตได้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เส้นทาง 23 ปี COCKTAIL จากวงโรงเรียนสู่ตำนานเพลงร็อก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...