CPALL สปอตไลต์ส่อง ชูเป้าสูงสุดแตะ 80 บ.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 04.56 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นCPALL เนื้อหอมรับปี 2026! กูรูประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ" รับเลือกตั้ง-ท่องเที่ยวฟื้น ส่องเป้าสูงสุดแตะ 80 บาท
หุ้นวิชั่น – หุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้งในฐานะหุ้น Laggard ที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับกลยุทธ์การลงทุนรับปี 2026 โดยนักวิเคราะห์ต่างเทน้ำหนักมองบวกสอดคล้องกัน ทั้งในแง่ของมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ยังถูกมากเมื่อเทียบกับพื้นฐาน และปัจจัยบวกที่จะเข้ามาหนุนกำไรถึง 3 เด้งในปีหน้า
บล.พาย (Pi) ที่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และยกให้ CPALL เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่มค้าปลีก โดยจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ระดับราคาซื้อขายปัจจุบันที่คิดเป็น P/E เพียง 14 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีถึง -2SD และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกทั่วโลก อีกทั้งยังมีความน่าสนใจในแง่ของเงินปันผลที่คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับ 3% - 3.5%
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2026 นั้น นักวิเคราะห์มองว่าจะได้รับอานิสงส์จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เม็ดเงินสะพัดจากการเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้น Sentiment การบริโภคในประเทศให้คึกคักขึ้น ผนวกกับ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแตะระดับ 35 ล้านคน ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจาก มาตรการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 14.00 - 17.00 น. ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน หากมองในระยะสั้นช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ทาง บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/68 จะเติบโตได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วง High Season ของการจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยว รวมถึงได้รับผลบวกทางอ้อมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐอย่าง "คนละครึ่ง พลัส" อีกด้วย
สอดคล้องกับภาพรวมความเห็นของนักวิเคราะห์ (Consensus) จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ล่าสุด ที่ส่วนใหญ่แนะนำให้ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยปี 2568 อยู่ที่ 65.03 บาท และที่น่าสนใจคือมีโบรกเกอร์ชั้นนำหลายแห่งประเมินมูลค่าพื้นฐานไว้สูงกว่า 70 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นในการเติบโตระยะยาว
จากการสำรวจ 10 อันดับราคาเป้าหมายสูงสุด พบว่า บล.กรุงศรี (KSS) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 80.00 บาท ตามมาด้วย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ที่ 73.50 บาท และ บล.ทิสโก้ (TISCO) ที่ 73.00 บาท ในขณะที่ บล.ฟิลลิป (PST) และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) ให้ราคาเท่ากันที่ 70.00 บาท ส่วนลำดับถัดมาได้แก่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (DBSV) ที่ 69.00 บาท, บล.เมย์แบงก์ (MST) และ บล.ทรีนีตี้ (TRINITY) ที่ 68.50 บาท, บล.คิงส์ฟอร์ด (KINGSFORD) ที่ 67.00 บาท ปิดท้ายด้วยกลุ่มที่ให้ราคา 65.00 บาท ได้แก่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST), บล.กสิกรไทย (KS) และ บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX)
CPALL ถือเป็นหุ้นที่มี Downside ค่อนข้างจำกัดจากระดับ P/E ที่ต่ำ แต่มี Upside ที่เปิดกว้างจากเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองไว้ จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นพื้นฐานแกร่งเพื่อดักรับธีมเศรษฐกิจฟื้นตัวในปีหน้า